AI ดันส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทย จับตาโอกาสทองสินค้าไทยในตลาดโลก
การลงทุนปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทั่วโลก กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เร่งลงทุนศูนย์ข้อมูลและระบบประมวลผล ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไทยรับคำสั่งซื้อจากการลงทุนรอบใหม่
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดส่งออกมีแนวโน้มเติบโตสูง แต่ประเด็นสำคัญคือประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนโอกาสจากกระแส AI ให้เป็นรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้มากเพียงใด
SCB EIC คาดส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยปี 2026 โต 45.5%
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยในปี 2025 อยู่ที่ 104,861 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.6% ขณะที่ปี 2026 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 152,570 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 45.5%
ส่วนปี 2027 คาดว่ามูลค่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้นเป็น 164,449 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 7.8%
แรงหนุนสำคัญมาจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ที่เร่งลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเซิร์ฟเวอร์ AI ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น
SCB EIC มองว่า ผู้ผลิตที่อยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว ขณะที่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปมีแนวโน้มเติบโตช้าลงตามความต้องการของตลาดโลก
ความแตกต่างนี้สะท้อนว่า โอกาสเติบโตของผู้ประกอบการแต่ละรายขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่ผลิตและกลุ่มลูกค้าที่รองรับ โดยธุรกิจที่ต้องการขยายกำลังผลิตควรประเมินความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อ รวมถึงความสามารถในการปรับสายการผลิต ก่อนตัดสินใจลงทุนระยะยาว
อย่างไรก็ตาม SCB EIC ระบุว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังพึ่งพาการนำเข้าสูง ทำให้ผลประโยชน์ด้านรายได้และการจ้างงานกระจุกตัว การเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ให้บริการไทยเข้ากับการลงทุนเหล่านี้มากขึ้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจภายในประเทศ
เปิด 4 กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทย รับอานิสงส์ AI
การลงทุน AI ไม่ได้สร้างความต้องการเฉพาะชิปประมวลผลเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์หลายประเภท ตั้งแต่ระบบประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล การสื่อสาร ไปจนถึงระบบจัดการพลังงานไฟฟ้า
บทวิเคราะห์ของ SCB EIC ระบุถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จำนวน 4 กลุ่มสำคัญ
1.คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รับแรงหนุนลงทุนเซิร์ฟเวอร์
คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบเป็นสินค้าที่มีโอกาสเติบโตตามการลงทุนเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มขึ้น
สำหรับผู้ผลิตไทย โอกาสในการรับคำสั่งซื้อขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในห่วงโซ่อุตสาหกรรมดังกล่าว
2.ฮาร์ดดิสก์ HDD ความจุสูง รองรับการจัดเก็บข้อมูล
ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (Hard Disk Drive: HDD) ความจุสูง เป็นอีกกลุ่มสินค้าที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล
ข้อมูลจากซีเกท (Seagate) อธิบายว่า การเพิ่มความจุจัดเก็บข้อมูลต่ออุปกรณ์ ช่วยให้ศูนย์ข้อมูลสามารถรองรับข้อมูลได้มากขึ้นภายในพื้นที่จำกัด
ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลและต้นทุนการจัดเก็บ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการขยายระบบ AI
3.อุปกรณ์สื่อสาร เชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI
อุปกรณ์สื่อสารเป็นอีกกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการลงทุนเทคโนโลยี
ผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตกลุ่มนี้จึงควรติดตามแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานของลูกค้า เพื่อประเมินว่าคำสั่งซื้อที่อาจเกิดขึ้นสอดคล้องกับสินค้าที่ผลิตมากเพียงใด
4.Power Electronics รองรับระบบจัดการพลังงาน
อิเล็กทรอนิกส์กำลัง หรือ Power Electronics เป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแปลงและจัดการพลังงานไฟฟ้า
อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ (Infineon Technologies) อธิบายว่า อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังมีบทบาทตั้งแต่ระบบรับไฟของศูนย์ข้อมูลไปจนถึงหน่วยประมวลผล
ผู้ผลิตไทยจึงมีโอกาสพัฒนาสินค้าที่ตอบความต้องการเฉพาะด้านประสิทธิภาพและการใช้พลังงานของลูกค้า
อย่างไรก็ตาม SCB EIC เตือนถึงความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ รวมถึงภาวะชิปและหน่วยความจำตึงตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการจัดหาชิ้นส่วน
ผู้ประกอบการจึงต้องประเมินทั้งโอกาสรับคำสั่งซื้อ ความพร้อมทางเทคนิค และต้นทุนการผลิต เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรระหว่างขยายธุรกิจ
แนวโน้มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยปี 2028–2030 ยังเติบโต
SCB EIC ประเมินว่า ในระยะกลางช่วงปี 2028–2030 มูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
แรงสนับสนุนมาจากการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลายประเภท ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า ระบบจัดเก็บข้อมูล (Data Storage) และเทคโนโลยี AI ที่มีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แต่ละกลุ่มยังแตกต่างกัน
SCB EIC คาดว่า การส่งออกชิปต้นน้ำของไทยยังเติบโตจำกัด เนื่องจากมีการลงทุนน้อยกว่าประเทศคู่แข่งในอาเซียน
ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กลางน้ำและปลายน้ำยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีจากการขยายการลงทุน โดยเฉพาะสินค้าอย่างแผงวงจรพิมพ์ (PCB) วงจรรวม (IC) ฮาร์ดดิสก์ความจุสูง อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า โอกาสของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับความสามารถในการพัฒนาสินค้าให้ตอบความต้องการของตลาดเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สรุปข่าว
การลงทุนปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทั่วโลก กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เร่งลงทุนศูนย์ข้อมูลและระบบประมวลผล ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไทยรับคำสั่งซื้อจากการลงทุนรอบใหม่
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดส่งออกมีแนวโน้มเติบโตสูง แต่ประเด็นสำคัญคือประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนโอกาสจากกระแส AI ให้เป็นรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้มากเพียงใด
SCB EIC คาดส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยปี 2026 โต 45.5%
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยในปี 2025 อยู่ที่ 104,861 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.6% ขณะที่ปี 2026 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 152,570 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 45.5%
ส่วนปี 2027 คาดว่ามูลค่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้นเป็น 164,449 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 7.8%
แรงหนุนสำคัญมาจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ที่เร่งลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเซิร์ฟเวอร์ AI ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น
SCB EIC มองว่า ผู้ผลิตที่อยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว ขณะที่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปมีแนวโน้มเติบโตช้าลงตามความต้องการของตลาดโลก
ความแตกต่างนี้สะท้อนว่า โอกาสเติบโตของผู้ประกอบการแต่ละรายขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่ผลิตและกลุ่มลูกค้าที่รองรับ โดยธุรกิจที่ต้องการขยายกำลังผลิตควรประเมินความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อ รวมถึงความสามารถในการปรับสายการผลิต ก่อนตัดสินใจลงทุนระยะยาว
อย่างไรก็ตาม SCB EIC ระบุว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังพึ่งพาการนำเข้าสูง ทำให้ผลประโยชน์ด้านรายได้และการจ้างงานกระจุกตัว การเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ให้บริการไทยเข้ากับการลงทุนเหล่านี้มากขึ้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจภายในประเทศ
เปิด 4 กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทย รับอานิสงส์ AI
การลงทุน AI ไม่ได้สร้างความต้องการเฉพาะชิปประมวลผลเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์หลายประเภท ตั้งแต่ระบบประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล การสื่อสาร ไปจนถึงระบบจัดการพลังงานไฟฟ้า
บทวิเคราะห์ของ SCB EIC ระบุถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จำนวน 4 กลุ่มสำคัญ
1.คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รับแรงหนุนลงทุนเซิร์ฟเวอร์
คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบเป็นสินค้าที่มีโอกาสเติบโตตามการลงทุนเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มขึ้น
สำหรับผู้ผลิตไทย โอกาสในการรับคำสั่งซื้อขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในห่วงโซ่อุตสาหกรรมดังกล่าว
2.ฮาร์ดดิสก์ HDD ความจุสูง รองรับการจัดเก็บข้อมูล
ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (Hard Disk Drive: HDD) ความจุสูง เป็นอีกกลุ่มสินค้าที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล
ข้อมูลจากซีเกท (Seagate) อธิบายว่า การเพิ่มความจุจัดเก็บข้อมูลต่ออุปกรณ์ ช่วยให้ศูนย์ข้อมูลสามารถรองรับข้อมูลได้มากขึ้นภายในพื้นที่จำกัด
ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลและต้นทุนการจัดเก็บ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการขยายระบบ AI
3.อุปกรณ์สื่อสาร เชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI
อุปกรณ์สื่อสารเป็นอีกกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการลงทุนเทคโนโลยี
ผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตกลุ่มนี้จึงควรติดตามแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานของลูกค้า เพื่อประเมินว่าคำสั่งซื้อที่อาจเกิดขึ้นสอดคล้องกับสินค้าที่ผลิตมากเพียงใด
4.Power Electronics รองรับระบบจัดการพลังงาน
อิเล็กทรอนิกส์กำลัง หรือ Power Electronics เป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแปลงและจัดการพลังงานไฟฟ้า
อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ (Infineon Technologies) อธิบายว่า อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังมีบทบาทตั้งแต่ระบบรับไฟของศูนย์ข้อมูลไปจนถึงหน่วยประมวลผล
ผู้ผลิตไทยจึงมีโอกาสพัฒนาสินค้าที่ตอบความต้องการเฉพาะด้านประสิทธิภาพและการใช้พลังงานของลูกค้า
อย่างไรก็ตาม SCB EIC เตือนถึงความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ รวมถึงภาวะชิปและหน่วยความจำตึงตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการจัดหาชิ้นส่วน
ผู้ประกอบการจึงต้องประเมินทั้งโอกาสรับคำสั่งซื้อ ความพร้อมทางเทคนิค และต้นทุนการผลิต เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรระหว่างขยายธุรกิจ
แนวโน้มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยปี 2028–2030 ยังเติบโต
SCB EIC ประเมินว่า ในระยะกลางช่วงปี 2028–2030 มูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
แรงสนับสนุนมาจากการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลายประเภท ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า ระบบจัดเก็บข้อมูล (Data Storage) และเทคโนโลยี AI ที่มีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แต่ละกลุ่มยังแตกต่างกัน
SCB EIC คาดว่า การส่งออกชิปต้นน้ำของไทยยังเติบโตจำกัด เนื่องจากมีการลงทุนน้อยกว่าประเทศคู่แข่งในอาเซียน
ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กลางน้ำและปลายน้ำยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีจากการขยายการลงทุน โดยเฉพาะสินค้าอย่างแผงวงจรพิมพ์ (PCB) วงจรรวม (IC) ฮาร์ดดิสก์ความจุสูง อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า โอกาสของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับความสามารถในการพัฒนาสินค้าให้ตอบความต้องการของตลาดเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
SCB EIC แนะไทยเร่งวิจัย พัฒนาแรงงาน เพิ่มมูลค่าส่งออก
แม้กระแสลงทุน AI จะช่วยหนุนการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทย แต่การสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในระยะยาวยังต้องอาศัยการพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการและแรงงานภายในประเทศ
SCB EIC เสนอให้ผู้ประกอบการเร่งวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดใหม่ หากสามารถผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะของลูกค้าได้ ก็อาจเพิ่มโอกาสรับงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ต้องพัฒนาทักษะแรงงานผ่านการฝึกอบรมและความร่วมมือกับภาคการศึกษา เพื่อเตรียมบุคลากรให้รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
อีกแนวทางสำคัญคือการเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายผู้ผลิตและพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามมาตรฐานและความต้องการของลูกค้า
นอกจากนี้ SCB EIC ยังเสนอให้กระจายตลาดส่งออก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และจีน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและการแข่งขันระหว่างประเทศ
ส่งออกโต ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย
การขยายตัวของอุตสาหกรรม AI โลกกำลังเปิดโอกาสให้ไทยเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์จัดการพลังงาน
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของยอดส่งออกเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากอุตสาหกรรมยังพึ่งพาการนำเข้าสูง และผู้ผลิตไทยมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มจำกัด
สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การใช้โอกาสจากคำสั่งซื้อรอบนี้พัฒนาผลิตภัณฑ์ สะสมองค์ความรู้ ยกระดับทักษะแรงงาน และเพิ่มบทบาทของผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุตสาหกรรม
ในระยะยาว ความสำเร็จของไทยจึงไม่ได้วัดจากยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ต้องดูว่าธุรกิจและแรงงานไทยสามารถสร้างรายได้จากทักษะ เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้มากเพียงใด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันเมื่อความต้องการของตลาดโลกเปลี่ยนแปลง
- AI บูมเขย่าตลาด “แรงงาน” เสี่ยงกระทบ เด็กจบใหม่หางานยาก ต้นทุนพุ่งกดดันเงินเดือน
- อย่าเลิกจ้างจูเนียร์ เพียงเพราะ AI เมื่อองค์กรมีพนักงานระดับสูงอย่างเดียว งานอาจไม่เดิน
- ไม่มีแล้วโจรปล้นธนาคาร เพราะใช้ AI แฮกระบบการเงินง่ายกว่า สรุปเสวนาเวที AI และความเสี่ยงไซเบอร์ ใน IMF - World Bank 2026
- ช็อก! ศูนย์ข้อมูล AI 1 แห่ง ใช้ไฟเท่าบ้าน 1 แสนหลัง
- ไทยโชว์ 3 ยุทธศาสาตร์ AI บนเวที IMF มุ่งยกระดับ SME และทักษะแรงงาน
