“Google” ปรับกฎในโรงเรียน หากไม่เปิดใช้ AI อาจถูกตัดสิทธิ์เข้าถึงระบบ “Search”

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Google” ปรับกฎในโรงเรียน หากไม่เปิดใช้ AI อาจถูกตัดสิทธิ์เข้าถึงระบบ “Search”

กูเกิล (Google) ประกาศนโยบายใหม่เมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยระบุว่านักเรียนที่ใช้ซอฟต์แวร์ของกูเกิลในห้องเรียนจะถูกระงับการเข้าถึงระบบค้นหาข้อมูล หรือ Google Search โดยทันที หากทางโรงเรียนปฏิเสธที่จะเปิดใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในสถานศึกษา 

สรุปข่าว

Google เผชิญเสียงวิจารณ์อย่างหนักหลังออกนโยบายใหม่บังคับให้โรงเรียนที่ใช้งานแพลตฟอร์มการศึกษาต้องเปิดใช้งานระบบ AI (Gemini) ด้วย หากโรงเรียนใดเลือกปิดการใช้งาน AI จะถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึง Google Search ทันที เนื่องจากระบบค้นหาถูกผสานรวมเข้ากับ AI แล้ว โดยนักวิจารณ์มองว่าเป็นการใช้อำนาจเหนือตลาดเพื่อบีบบังคับโรงเรียน ขณะที่ Google ชี้แจงว่านโยบายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้โรงเรียนเป็นผู้ควบคุมการใช้งานได้ตามความเหมาะสม

กูเกิล (Google) ประกาศนโยบายใหม่เมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยระบุว่านักเรียนที่ใช้ซอฟต์แวร์ของกูเกิลในห้องเรียนจะถูกระงับการเข้าถึงระบบค้นหาข้อมูล หรือ Google Search โดยทันที หากทางโรงเรียนปฏิเสธที่จะเปิดใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในสถานศึกษา 

ความเคลื่อนไหวหลังโดนต่อต้านจากบรรดานักการศึกษา

สำนักข่าวต่างประเทศ AP รายงานว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่กูเกิลต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างหนักจากครูผู้สอน, ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก และผู้ปกครอง นับตั้งแต่ประกาศเปิดให้นักเรียนระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย (K-12) ที่ใช้แพลตฟอร์มห้องเรียนออนไลน์อย่าง Google Classroom สามารถใช้งานปัญญาประดิษฐ์ Gemini Chatbot ได้ ทั้งที่เดิมทีแล้วจะอนุญาตให้ใช้งานเฉพาะผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น

เพื่อสยบกระแสคัดค้าน กูเกิลจึงได้เปลี่ยนรูปแบบให้ผู้บริหารโรงเรียนสามารถเลือกเปิดหรือปิดฟีเจอร์ต่าง ๆ ทั้งปัญญาประดิษฐ์ Gemini, ฟีเจอร์พื้นที่ทำงานอัจฉริยะ Gemini Notebook และระบบค้นหา Search ได้เองแบบแยกส่วน โดยค่าเริ่มต้นจะถูกปิดไว้จนกว่าผู้ดูแลระบบจะเปิดใช้งาน 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบค้นหาใหม่ได้ผสานรวมเข้ากับ AI แล้ว ดังนั้นโรงเรียนที่เลือกปิดการใช้งาน AI ทั้งหมด จะต้องสูญเสียการเข้าถึงฟีเจอร์ค้นหาข้อมูลอย่าง Google Search ไปด้วยโดยปริยาย 

นโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมหาศาล เนื่องจากกูเกิลเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีการศึกษารายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โดยมีนักเรียนและครูทั่วโลกใช้งาน Google Classroom มากกว่า 150 ล้านคน และนักเรียนจำนวนมากใช้คอมพิวเตอร์ Chromebook ของโรงเรียน 

การบังคับมัดรวม AI กับระบบค้นหา จึงจุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากทั้งครูและผู้กำหนดนโยบาย เช่นความเห็นของ ลีนา ข่าน (Lina Khan) อดีตประธานคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) ที่โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า กูเกิลกำลังใช้อำนาจเหนือตลาดในการบีบบังคับโรงเรียนให้ยอมรับ AI และพร้อมจะลงโทษผู้ที่ไม่ยอมปฏิบัติตาม 

ย้ำโรงเรียนมีทางเลือกในการเปิด-ปิดฟีเจอร์ ไม่ได้บังคับ

อย่างไรก็ดีกูเกิลได้ตอบกลับกระแสต่อต้านนี้ว่านโยบายที่ตั้งขึ้น ก็เพื่อให้โรงเรียนมีทางเลือกมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการที่นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับ AI และให้โรงเรียนเป็นผู้ควบคุมการเปิดใช้งานได้ตามความเหมาะสม แต่แถลงการณ์ของบริษัท ก็ไม่ได้ตอบข้อสงสัยที่ว่า การเข้าถึงฟีเจอร์การค้นหา จำเป็นต้องใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือไม่

ทั้งนี้ด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่า ความพยายามแกมบังคับของกูเกิลอาจส่งผลตีกลับ พร้อมย้ำว่าเทคโนโลยีของกูเกิลในโรงเรียน ไม่ได้ทำเพื่อการเรียนรู้ แต่เป็นการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว โดยบางส่วนเรียกร้องให้โรงเรียนถือโอกาสนี้ปิดการใช้งานทั้ง AI และผลิตภัณฑ์ของกูเกิลทั้งหมด แล้วหันไปใช้ระบบค้นหาข้อมูลอื่นที่คุ้มครองความเป็นส่วนตัวแทน

ที่มาข้อมูล : apnews.com abcnews.com educationtimes.com cnbc.com

ที่มารูปภาพ : Photo by Quilia on Unsplash