กองทัพอากาศสหรัฐฯ รับมอบ “โดรนรบไร้คนขับ” ลุยทดสอบสงครามยุคใหม่

กองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ได้รับมอบโดรนรบกึ่งอัตโนมัติในโครงการ Collaborative Combat Aircraft (CCA) ชุดแรกจำนวน 2 แบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ ฐานทัพอากาศครีช (Creech Air Force Base) ในรัฐเนวาดา โดยจะนำไปใช้ในการศึกษาและค้นหาวิธีการใช้งาน การบำรุงรักษา รวมถึงแนวทางการปฏิบัติการร่วมกับเครื่องบินรบที่มีนักบินประจำการ
สรุปข่าว
กองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ได้รับมอบโดรนรบกึ่งอัตโนมัติในโครงการ Collaborative Combat Aircraft (CCA) ชุดแรกจำนวน 2 แบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ ฐานทัพอากาศครีช (Creech Air Force Base) ในรัฐเนวาดา โดยจะนำไปใช้ในการศึกษาและค้นหาวิธีการใช้งาน การบำรุงรักษา รวมถึงแนวทางการปฏิบัติการร่วมกับเครื่องบินรบที่มีนักบินประจำการ
โดรนรบไร้คนขับเสริมทัพสหรัฐฯ
สำหรับอากาศยานรบทั้งสองแบบในโครงการนี้ ได้แก่ โดรนรบ YFQ-44A Fury ของบริษัท อันดูริล (Anduril) ซึ่งถูกส่งมอบเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และ FQ-42A Vengeance ของบริษัท เจเนอรัล อะตอมมิกส์ (General Atomics) ซึ่งเพิ่งส่งมอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และกำลังทยอยเข้าสู่กระบวนการทดลองปฏิบัติการร่วมกันกับเครื่องบินรบแบบมีคนขับ
สำหรับโครงการพัฒนาอากาศยานแบบ Collaborative Combat Aircraft หรือ CCA หมายถึงอากาศยานรบไร้นักบินกึ่งอัตโนมัติ ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ ออกแบบมาให้บินเคียงข้างและทำงานประสานกับเครื่องบินขับไล่ที่มีมนุษย์ควบคุม เช่น F-35 มีรูปลักษณ์และสมรรถนะการบินใกล้เคียงกับเครื่องบินรบทั่วไป สามารถทำความเร็วได้ทัดเทียมกัน และบรรทุกยุทโธปกรณ์เพื่อทำภารกิจแบบผสมผสานได้
อากาศต้นทุนต่ำที่ถูกกว่าการใช้เครื่องบินรบหลัก
จุดเด่นสำคัญของอากาศยานแบบ CCA คือต้นทุนการสร้างและการปรับใช้ที่ถูกกว่าเครื่องบินรบหลักอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนอากาศยานรบในราคาย่อมเยา ไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงหากสูญเสียไป แบบเครื่องบินรบราคาแพงอย่าง F-35 และที่สำคัญที่สุดคือ ลดการเสี่ยงชีวิตของนักบิน
แนวคิดคือการส่งโดรนรบไร้คนขับเหล่านี้เข้าไปในพื้นที่ฝั่งศัตรูเพื่อปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งหากใช้เครื่องบินรบหลักอาจมีความเสี่ยงถูกยิงตกได้ง่าย ในสถานการณ์ดังกล่าว เครื่องบินรบหลักจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางคอยสั่งการและประสานงานกับ CCA หลายลำในการรบ
โดยนักบินมนุษย์ จะทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการและตัดสินใจหลัก และมีโดรนอัตโนมัติเหล่านี้ช่วยทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์เคลื่อนที่ เป็นฐานใช้อาวุธ และช่วยเพิ่มจำนวนอากาศยานในสนามรบ กองทัพอากาศสหรัฐฯ อธิบายว่า พวกมันเป็นอากาศยานกึ่งอัตโนมัติที่รับคำสั่งจากนักบิน แล้วไปปฏิบัติภารกิจเองโดยที่นักบินไม่ต้องคอยบังคับการบินด้วยตนเองตลอดเวลา
โดรน CCA ยังสามารถบินนำหน้าไปทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์หรือลาดตระเวน นำเรดาร์หรือเซนเซอร์อินฟราเรดเข้าใกล้ฝั่งศัตรูมากขึ้น ในขณะที่เครื่องบินรบหลักราคาแพงอยู่รอดปลอดภัยในระยะที่ไกลกว่า รวมถึงยังสามารถปรับแต่งไปทำภารกิจสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) เป็นสถานีถ่ายทอดการสื่อสาร เป้าลวง การสอดส่อง หรือภารกิจการโจมตีเป้าหมายได้อีกด้วย
- "เศรษฐี AI" ช้อปสินค้าหรู ตลาดเอเชียคึกคัก
- ยูเอ็นถกซีอีโอ AI ระดับโลก สกัดภัยคุกคามความมั่นคง
- “OpenAI” จี้สหรัฐฯ เปิดศึกคุมแกร่ง นำทัพตั้ง “มาตรฐาน AI” ก่อนโลกแตกแยก
- สหรัฐฯ ทดสอบโดรนรบ YFQ-44A Fury ติดตั้งอาวุธโจมตีภาคพื้นดิน
- "ฝรั่งเศส" นำทัพ! เปิดตัวภารกิจ "นักบินอวกาศ" สู่ ISS ปี 2027 ที่กรุงปารีส
ที่มาข้อมูล : interestingengineering.com
ที่มารูปภาพ : anduril.com
