ทรัมป์สั่งกองทัพเรือสหรัฐฯ เลิกใช้แม่เหล็กไฟฟ้า คืนชีพเครื่องดีดไอน้ำ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทรัมป์สั่งกองทัพเรือสหรัฐฯ เลิกใช้แม่เหล็กไฟฟ้า คืนชีพเครื่องดีดไอน้ำ

วันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา อาจเป็นวันที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีทางทหารอีกครั้ง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ลงนามในบันทึกความมั่นคงแห่งชาติเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างกองทัพเรือครั้งใหญ่ โดยคำสั่งสำคัญ คือ การบังคับให้กองทัพเรือยกเลิกการใช้งานระบบดีดตัวเครื่องบินรบพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า (EMALS) ที่เคยตั้งเป้าให้เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต แล้วสั่งให้ถอยหลังกลับไปใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังไอน้ำและระบบไฮดรอลิกแบบดั้งเดิม 

สรุปข่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งรื้อระบบดีดเครื่องบินรบแม่เหล็กไฟฟ้า (EMALS) กลับไปใช้พลังไอน้ำบนเรือ USS Doris Miller สุ่มเสี่ยงทำงบประมาณบานปลายและกำหนดส่งมอบล่าช้า พร้อมเปิดทางอู่ต่างชาติประกอบเรือรบชั่วคราว และสั่งกลาโหมเร่งแผนตั้งอู่ต่อเรือแห่งที่ 5 ภายใน 120 วัน เพื่อแก้ปัญหางานซ่อมบำรุงค้างท่อในแปซิฟิก

วันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา อาจเป็นวันที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีทางทหารอีกครั้ง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ลงนามในบันทึกความมั่นคงแห่งชาติเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างกองทัพเรือครั้งใหญ่ โดยคำสั่งสำคัญ คือ การบังคับให้กองทัพเรือยกเลิกการใช้งานระบบดีดตัวเครื่องบินรบพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า (EMALS) ที่เคยตั้งเป้าให้เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต แล้วสั่งให้ถอยหลังกลับไปใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังไอน้ำและระบบไฮดรอลิกแบบดั้งเดิม 

คำสั่งดังกล่าวจะถูกบังคับใช้โดยตรงกับเรือ "ยูเอสเอส ดอริส มิลเลอร์" (USS Doris Miller) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สี่ในชั้นเกอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (Gerald R. Ford-class) ขณะที่เรือสามลำแรกในชั้นเดียวกัน ได้แก่ ยูเอสเอส เกอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด, ยูเอสเอส จอห์น เอฟ. คอนเนดี และยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรส์ จะไม่ได้รับผลกระทบและยังคงใช้ระบบไฟฟ้าตามแผนเดิม

การปรับเปลี่ยนดีไซน์กลางคันของเรือ ดอริส มิลเลอร์ ที่ตามกำหนดการเดิมจะมีการวางกระดูกงูเรือภายในสิ้นปี 2026 และส่งมอบในปี 2034 นี้ คาดว่าจะต้องสูญเสียงบประมาณภาษีของประชาชนเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยล้านหรืออาจแตะระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทางด้านบริษัท เจนเนอรัล อะตอมมิกส์ (General Atomics) ผู้ผลิตและพัฒนาระบบ EMALS ได้ออกโรงเตือนทันทีว่า การเปลี่ยนแผนกะทันหันเช่นนี้สมควรได้รับการพิจารณาใหม่อย่างรอบคอบ เนื่องจากขั้นตอนการผลิตระบบส่งเครื่องบินและระบบรองรับการร่อนจอดบนเรือ ดอริส มิลเลอร์ ได้เสร็จสิ้นไปเกือบ 50% แล้ว การเปลี่ยนไปใช้ระบบไอน้ำจะสร้างความเสี่ยงสูงมากทั้งในแง่ของต้นทุนที่บานปลาย ตารางเวลาส่งมอบที่ล่าช้า และความยุ่งยากในการเชื่อมต่อระบบวิศวกรรม

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ ไบรอัน คลาร์ก ผู้อำนวยการสถาบันฮัดสัน ซึ่งระบุว่าเรือชั้นฟอร์ดถูกออกแบบมาให้ใช้ระบบไฟฟ้าในเกือบทุกมิติ ตั้งแต่ระบบประกอบอาหาร ระบบทำความร้อน ไปจนถึงการกรองน้ำ การดึงท่อส่งพลังไอน้ำกลับมาติดตั้งเฉพาะส่วนเครื่องดีดตัวบินจึงเปรียบเสมือนการรื้อโครงสร้างวิศวกรรมเรือใหม่ทั้งหมด 

ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่ได้จัดซื้อระบบส่งกำลังไอน้ำมานานกว่า 20 ปีแล้ว ส่งผลให้กลุ่มซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทานต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการลงทุนและสร้างสายการผลิตขึ้นมา ซึ่งต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาโจมตีเทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างรุนแรงมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2017 โดยเขามองว่ามันซับซ้อนเกินไป แพงเกินเหตุ และไม่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าระบบพลังไอน้ำแบบเก่าที่ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว

แม้ว่าทางกองทัพเรือจะเคยยืนยันในปี 2009 ว่าระบบ EMALS จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว และลดแรงกระแทกเชิงโครงสร้างต่อเครื่องบินรบก็ตาม. ในเชิงการแข่งขันระดับโลก ปัจจุบันฝรั่งเศสและจีนเองต่างก็เลือกติดตั้งระบบดีดตัวแม่เหล็กไฟฟ้าบนเรือรบยุคใหม่ของตนเพื่อหวังชิงความได้เปรียบทางเทคโนโลยี

นอกจากประเด็นเครื่องดีดบินแล้ว บันทึกข้อความของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเปิดทางให้บริษัทต่อเรือต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในอู่ต่อเรือของสหรัฐฯ สามารถประกอบเรือรบภายในประเทศแม่ของตนเองได้ชั่วคราวสูงสุด 2 ลำ เพื่ออุดช่องว่างความต้องการเรือรบอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายสิบปี

ทั้งยังสั่งการให้ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งจัดทำแผนจัดตั้ง "อู่ต่อเรือสาธารณะแห่งที่ 5" ภายใน 120 วัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการซ่อมบำรุงกองเรือดำน้ำและเรือบรรทุกเครื่องบินในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก แก้ไขปัญหางานซ่อมบำรุงสะสมที่ล่าช้าเนื่องจากปัจจุบันสหรัฐฯ มีอู่ต่อเรือของรัฐเพียง 4 แห่งเท่านั้น 

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters

แท็กบทความ