ภาษีสหรัฐฯ บีบ "ฟอร์ด" ย้ายผลิตลินคอล์นพ้นจีน!

Share on Line Share on Facebook Share on X

ฟอร์ด มอเตอร์ เตรียมย้ายการผลิตรถยนต์ลินคอล์นบางรุ่นจากจีนกลับมายังสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2030 ท่ามกลางแรงกดดันจากกำแพงภาษีและกฎจำกัดเทคโนโลยีจีนที่เข้มงวดขึ้น โดยรถที่ผลิตในสหรัฐฯ จะจำหน่ายในตลาดภายในประเทศเป็นหลัก

จิม ฟาร์ลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฟอร์ด ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องยาก แต่จำเป็นต่อการเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานการผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยว่าจะย้ายการผลิตรถรุ่นใดบ้าง และจะใช้โรงงานแห่งใด

ปัจจุบัน ลินคอล์น นอติลุส เป็นรถยนต์รุ่นหลักที่ฟอร์ดผลิตในจีนและส่งเข้าตลาดสหรัฐฯ โดยต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 52.5 ขณะที่ยอดขายนอติลุสในสหรัฐฯ เมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 34,000 คัน ภาษีระดับสูงจึงกลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อต้นทุนและความสามารถในการทำกำไร

สรุปข่าว

ฟอร์ดเตรียมย้ายการผลิตรถหรูลินคอล์นบางรุ่นจากจีนกลับสหรัฐฯ หลังเผชิญภาษีนำเข้า และกฎสกัดเทคโนโลยีรถยนต์จากจีน สะท้อนแรงกดดันที่กำลังเร่งให้ค่ายรถปรับห่วงโซ่การผลิตครั้งใหญ่

ฟอร์ด มอเตอร์ เตรียมย้ายการผลิตรถยนต์ลินคอล์นบางรุ่นจากจีนกลับมายังสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2030 ท่ามกลางแรงกดดันจากกำแพงภาษีและกฎจำกัดเทคโนโลยีจีนที่เข้มงวดขึ้น โดยรถที่ผลิตในสหรัฐฯ จะจำหน่ายในตลาดภายในประเทศเป็นหลัก

จิม ฟาร์ลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฟอร์ด ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องยาก แต่จำเป็นต่อการเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานการผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยว่าจะย้ายการผลิตรถรุ่นใดบ้าง และจะใช้โรงงานแห่งใด

ปัจจุบัน ลินคอล์น นอติลุส เป็นรถยนต์รุ่นหลักที่ฟอร์ดผลิตในจีนและส่งเข้าตลาดสหรัฐฯ โดยต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 52.5 ขณะที่ยอดขายนอติลุสในสหรัฐฯ เมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 34,000 คัน ภาษีระดับสูงจึงกลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อต้นทุนและความสามารถในการทำกำไร

นอกจากมาตรการภาษี ค่ายรถยังต้องรับมือกับกฎรถยนต์เชื่อมต่อของสหรัฐฯ ซึ่งจำกัดการใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์บางประเภทที่เกี่ยวข้องกับจีน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของข้อมูล

ข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์จะเริ่มครอบคลุมรถยนต์รุ่นปี 2027 ส่วนข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์จะมีผลกับรถยนต์รุ่นปี 2030 ทำให้ผู้ผลิตต้องเร่งแยกเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานสำหรับรถที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ออกจากจีนมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ ฟอร์ดเคยยื่นขออนุญาตรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อจำหน่ายลินคอล์น นอติลุส ที่ผลิตในจีนต่อไป เนื่องจากซอฟต์แวร์พัฒนาในสหรัฐฯ แต่นำไปติดตั้งในจีน อย่างไรก็ตาม หลังหารือกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ บริษัทระบุว่า รถรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษแล้ว

การย้ายฐานผลิตไม่ได้เกิดขึ้นกับฟอร์ดเพียงรายเดียว เจเนอรัล มอเตอร์ส เตรียมย้ายการผลิตบิวอิค เอนวิชัน จากจีนกลับสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2028 สะท้อนว่ามาตรการของวอชิงตันกำลังเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตของอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างเป็นรูปธรรม

การผลิตในสหรัฐฯ อาจช่วยฟอร์ดลดภาระภาษีและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ แต่ต้องแลกกับต้นทุนแรงงานและต้นทุนโรงงานที่สูงกว่าจีน บริษัทจึงต้องเพิ่มกำลังผลิตให้ได้ขนาดและควบคุมต้นทุนอย่างรัดกุม เพื่อรักษาราคารถและอัตรากำไร

ปัจจุบัน ลินคอล์นผลิตรถเอสยูวีรุ่นเนวิเกเตอร์ที่รัฐเคนทักกี และรุ่นเอวิเอเตอร์ที่นครชิคาโก ก่อนส่งออกไปยังแคนาดา เม็กซิโก และตะวันออกกลาง แผนล่าสุดจึงเป็นการต่อยอดฐานผลิตเดิม พร้อมลดการพึ่งพาจีนสำหรับรถที่ขายในตลาดสหรัฐฯ

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า สงครามการค้าไม่ได้หยุดอยู่ที่การขึ้นภาษี แต่กำลังบังคับให้ค่ายรถระดับโลกเลือกฐานผลิต เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับขั้วเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการผลิตรถยนต์ทั่วโลกสูงขึ้นในระยะยาว