ยานวอยเอเจอร์ 1 ทำสถิติห่างโลก 25,000 ล้านกิโลเมตร จ่อเป็นวัตถุแรกของมนุษยชาติที่ไกลถึงระยะ "1 วันแสง"

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยานวอยเอเจอร์ 1 ทำสถิติห่างโลก 25,000 ล้านกิโลเมตร จ่อเป็นวัตถุแรกของมนุษยชาติที่ไกลถึงระยะ "1 วันแสง"

ยานสำรวจอวกาศห้วงลึก "วอยเอเจอร์ 1" (Voyager 1) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐฯ (NASA) ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่ปี 1977 ยังคงส่งสัญญาณข้อมูลกลับมายังโลกด้วยสัญญาณวิทยุที่ระยะห่างจากโลกประมาณ 25,000 ล้านกิโลเมตร ลุ้นทำสถิติแตะระดับระยะห่าง "1 วันแสง" (One light-day) ซึ่งเป็นพิกัดที่สัญญาวิทยุความเร็วแสงต้องใช้เวลาเดินทางเต็ม 24 ชั่วโมงเต็มในการส่งมาถึงโลกปลายปีนี้ 


สรุปข่าว

ยานวอยเอเจอร์ 1 (ส่งสู่อวกาศปี 1977) เดินทางห่างโลกแล้วกว่า 2.5 หมื่นล้านกิโลเมตรในอวกาศระหว่างดวงดาว โดยกำลังไฟฟ้าลดลงเหลือ 230 วัตต์ (ลดลงปีละ 4 วัตต์) ส่งผลให้วิศวกรนาซาต้องตัดสินใจปิดเครื่องตรวจวัดเพิ่มอีกหนึ่งชิ้นในปี 2026 เพื่อประหยัดพลังงานและยื้ออายุขัยให้ถึงทศวรรษ 2030 ทั้งนี้ยานมีกำหนดแตะระยะประวัติศาสตร์ "1 วันแสง" ในเดือนนับถัดไปประมาณพฤศจิกายน 2026 นี้

ยานสำรวจอวกาศห้วงลึก "วอยเอเจอร์ 1" (Voyager 1) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐฯ (NASA) ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่ปี 1977 ยังคงส่งสัญญาณข้อมูลกลับมายังโลกด้วยสัญญาณวิทยุที่ระยะห่างจากโลกประมาณ 25,000 ล้านกิโลเมตร ลุ้นทำสถิติแตะระดับระยะห่าง "1 วันแสง" (One light-day) ซึ่งเป็นพิกัดที่สัญญาวิทยุความเร็วแสงต้องใช้เวลาเดินทางเต็ม 24 ชั่วโมงเต็มในการส่งมาถึงโลกปลายปีนี้ 


ยาน Voyager 1 ยังคงเดินทางต่อไปในอวกาศ

Voyager 1 ในปัจจุบันได้ส่งสัญญาณวิทยุกลับมายังโลกเพื่อส่งข้อมูลภารกิจที่สำคัญซึ่งใช้เวลานานกว่า 22 - 23 ชั่วโมง และเมื่อคำนวณย้อนกลับโดยหลักพื้นฐานว่าสัญญาณวิทยุเดินทางด้วยความเร็วของแสงในอวกาศ (ประมาณ 1,079 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง) ทำให้ปัจจุบันยานอยู่ระหว่างกลุ่มดาวอันห่างไกลในอวกาศระหว่างดวงดาว (Interstellar Space) ด้วยระยะห่างจากโลกประมาณ 25,000 ล้านกิโลเมตร

เนื่องจากการเดินทางในอวกาศห้วงลึกที่ห่างไกลเกินกว่าที่แสงอาทิตย์จะสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานผ่านแผงโซลาร์เซลล์ได้ ยานวอยเอเจอร์ 1 จึงต้องพึ่งพาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากไอโซโทปรังสี (RTG) จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนความร้อนที่เกิดจากการสลายตัวอย่างช้า ๆ ของสารพลูโทเนียมให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้า 


การสร้างพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่บนยาน Voyager 1

ในช่วงเริ่มต้นปล่อยยานเมื่อปี 1977 ระบบสามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้ประมาณ 470 วัตต์ ทว่าในปัจจุบัน (ปี 2026) กำลังไฟฟ้าได้ลดระดับลงมาเหลือเพียงประมาณ 230 วัตต์ และยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยประมาณ 4 วัตต์ต่อปี เนื่องจากกระบวนการสลายตัวตามธรรมชาติของพลูโทเนียมและการเสื่อมสภาพของตัวเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งส่งผลให้ตัวยานเหลือพลังงานสำหรับระบบการทำงานทั้งหมดน้อยกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนทั่วไป

เพื่อตอบสนองต่อสภาวะพลังงานที่วิกฤต วิศวกรของนาซาจึงต้องดำเนินกลยุทธ์ปิดระบบทำความร้อนและอุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ ทีละชิ้นอย่างระมัดระวัง โดยล่าสุดในปี 2026 ทีมวิศวกรได้ทำการปิดเครื่องตรวจวัด (Detector) ของยานเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น เพื่อประหยัดพลังงานและยืดอายุการส่งสัญญาณข้อมูลวิศวกรรมพื้นฐาน (Engineering Data) ให้สามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงช่วงทศวรรษ 2030

ยาน Voyager 1 เตรียมสร้างประวัติศาสตร์มนุษยชาติ (อีกแล้ว)

ทั้งนี้ ยานวอยเอเจอร์ 1 ได้สร้างประวัติศาสตร์เดินทางข้ามผ่านแนว "เฮลิโอพอส" (Heliopause) ซึ่งเป็นขอบเขตที่ลมสุริยะจากดวงอาทิตย์สิ้นสุดลงและสลายไปในอวกาศระหว่างดวงดาวมาตั้งแต่ปี 2012 โดยปัจจุบันตัวยานเหลืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ยังเปิดใช้งานอยู่เพียง 2 ชิ้น เพื่อทำหน้าที่เก็บข้อมูลสถิติเชิงลึกเกี่ยวกับสภาวะพลาสม่าและสนามแม่เหล็กในอวกาศห่างไกล โดยสัญญาณพิกัดที่ส่งกลับมามีความเบาบางอย่างยิ่ง แต่สถานีเครือข่ายอวกาศห้วงลึก (Deep Space Network) ของนาซายังคงสามารถจับสัญญาณท่ามกลางเสียงรบกวนในอวกาศได้

ปัจจุบัน ยานวอยเอเจอร์ 1 อยู่ห่างจากโลกคิดเป็นระยะทางมากกว่า 170 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกถึงดวงอาทิตย์ (170 AU) และกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่หลักหมายประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมอวกาศ นั่นคือการแตะระดับระยะห่าง "1 วันแสง" (One light-day)  โดยนักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่ายานจะเดินทางไปถึงพิกัดประวัติศาสตร์ดังกล่าวในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน 2026 นี้ ซึ่งไม่เคยมีวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นชิ้นใดในประวัติศาสตร์เดินทางไปถึงระยะดังกล่าวมาก่อน

ที่มาข้อมูล : Space Daily

ที่มารูปภาพ : Pexels