นิสิตจุฬาฯ​ คว้าที่ 1 ในเวทีแข่งทำดาวเทียม CubeSat ระดับโลก ได้สิทธิ์ปล่อยดาวเทียมจริง 2028 นี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
นิสิตจุฬาฯ​ คว้าที่ 1 ในเวทีแข่งทำดาวเทียม CubeSat ระดับโลก ได้สิทธิ์ปล่อยดาวเทียมจริง 2028 นี้

นิสิตจากชมรมเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUSAT) คว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ KiboCUBE Programme รอบที่ 9 ส่งผลให้ทีมเยาวชนไทยได้รับสิทธิ์ในการเดินหน้าพัฒนาและส่งดาวเทียมในชื่อ "CUSAT-1" ขึ้นสู่อวกาศภายในปี 2028 นี้

สรุปข่าว

นิสิตจุฬาฯ ทีม CUSAT ชนะเลิศโครงการ KiboCUBE Programme รอบที่ 9 ของ UNOOSA และ JAXA ได้รับสิทธิ์พัฒนาและส่งดาวเทียม CUSAT-1 ขึ้นสู่อวกาศจากโมดูล Kibo บนสถานีอวกาศนานาชาติภายในปี 2028 พิสูจน์ศักยภาพเทคโนโลยีอวกาศฝีมือเยาวชนไทย

นิสิตจากชมรมเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUSAT) คว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ KiboCUBE Programme รอบที่ 9 ส่งผลให้ทีมเยาวชนไทยได้รับสิทธิ์ในการเดินหน้าพัฒนาและส่งดาวเทียมในชื่อ "CUSAT-1" ขึ้นสู่อวกาศภายในปี 2028 นี้

นิสิตจุฬาแข่งแผนสร้างดาวเทียมได้ที่ 1

โครงการ KiboCUBE เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ระหว่างสำนักงานกิจการอวกาศแห่งสหประชาชาติ (UNOOSA) และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ที่มุ่งเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาและองค์กรจากประเทศกำลังพัฒนา สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและการใช้งานพื้นที่อวกาศได้อย่างเป็นรูปธรรม 

 โดยผลการตัดสินได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ในงาน COPUOS 2026 Side Event  ทำให้ทางทีมได้รับโอกาสในการนำส่งดาวเทียมขนาดเล็ก (CubeSat) ที่พัฒนาขึ้นเอง ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เพื่อทำการปล่อยเข้าสู่วงโคจรโลกผ่านโมดูลทดลอง "Kibo" ของประเทศญี่ปุ่นต่อไป

แผนสร้างและส่งดาวเทียม CUSAT-1 ผ่าน JAXA

ดาวเทียม CUSAT-1 เกิดจากการวิจัยและออกแบบระบบโดยกลุ่มนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มาจากหลายสาขาวิชา ทั้งวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และนิติศาสตร์ รวมถึงนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเข้าร่วมอีก 2 คน

CUSAT-1 เป็นดาวเทียมขนาด 1U หรือเพียง 10×10×10 เซนติเมตร ซึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายภาพโลกเพื่อติดตามทรัพยากรน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย และตรวจจับการเผาพื้นที่เกษตรเพื่อติดตามปัญหามลพิษทางอากาศ 

แม้ความละเอียดของกล้องจะไม่เทียบเท่าดาวเทียม THEOS-1 หรือ THEOS-2 ของ GISTDA แต่จุดแข็งของ CUSAT-1 อยู่ที่ความถี่ในการโคจรผ่านพื้นที่ประเทศไทยที่สูงกว่า ทำให้ติดตามสถานการณ์ได้รายวัน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตอย่างน้ำท่วม และที่สำคัญไม่แพ้กันคือดาวเทียมดวงนี้มีชิ้นส่วนที่ชมรมพัฒนาขึ้นเองในประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในอนาคต

ต่อจากนี้ ทางทีมจะพัฒนาและประกอบดาวเทียม จากนั้นจะส่งมอบให้ JAXA ภายในปี 2028 เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและมาตรฐานเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนนำส่งขึ้นสู่อวกาศ ไปนำไปปล่อยจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ผ่านโมดูล J-SSOD ของ JAXA ต่อไป