อเมริกาเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชันแห่งแรกของโลก ตั้งเป้าจ่ายไฟจริงปี 2028 นี้ หลังคว้าใบอนุญาตสำเร็จ

Share on Line Share on Facebook Share on X
อเมริกาเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชันแห่งแรกของโลก ตั้งเป้าจ่ายไฟจริงปี 2028 นี้ หลังคว้าใบอนุญาตสำเร็จ

เฮเลียน (Helion) สตาร์ตอัปด้านพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันของสหรัฐอเมริกา กลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่ได้รับใบอนุญาตด้านการกำกับดูแล เพื่อการก่อสร้างและเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันเชิงพาณิชย์ หลังได้รับการอนุมัติใบอนุญาต 2 ฉบับ จากหน่วยสาธารณสุขรัฐวอชิงตัน (Washington State Department of Health: DOH) เพื่อเตรียมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) ภายในปี 2028 ตามที่ TNN Tech รายงานก่อนหน้านี้

สรุปข่าว

เฮเลียน (Helion) คว้าใบอนุญาตด้านความปลอดภัยจากรัฐวอชิงตัน สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชันเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก เตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้า Orion ผลิตไฟฟ้า 50 เมกะวัตต์ ป้อนศูนย์ข้อมูลไมโครซอฟท์ภายในปี 2028

เฮเลียน (Helion) สตาร์ตอัปด้านพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันของสหรัฐอเมริกา กลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่ได้รับใบอนุญาตด้านการกำกับดูแล เพื่อการก่อสร้างและเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันเชิงพาณิชย์ หลังได้รับการอนุมัติใบอนุญาต 2 ฉบับ จากหน่วยสาธารณสุขรัฐวอชิงตัน (Washington State Department of Health: DOH) เพื่อเตรียมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) ภายในปี 2028 ตามที่ TNN Tech รายงานก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชันแรก - Orion 

ปัจจุบัน เฮเลียนอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าฟิวชันที่มีชื่อว่า "ออริออน" (Orion) ในเมืองมาลากา (Malaga) รัฐวอชิงตันเพื่อผลิตกำลังไฟฟ้า 50 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งรวมถึงอาคารสำหรับอำนวยความสะดวกในโรงไฟฟ้า และอาคารสำนักงาน ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จแล้วก่อนหน้านี้ ก่อนเริ่มสร้างส่วนหลักสำหรับการผลิตไฟฟ้าหลังได้รับใบอนุญาต

โดยบริษัทได้เริ่มงานฐานรากสำหรับอาคารเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม) ของปีนี้ เพื่อให้ทันการเริ่มผลิตและส่งกระแสไฟฟ้าไปยังศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของไมโครซอฟท์ที่จะตั้งอยู่ใกล้เคียงกันภายในปี 2028 รวมถึงทำข้อตกลงการเชื่อมต่อระบบส่งไฟฟ้ากับหน่วยงานสาธารณูปโภคเขตชีแลน (Chelan County Public Utility District) ในอนาคตด้วย

มาตรฐานกำกับรัฐ เลือกแยกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชันออกจากฟิชชัน 

แม้ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ประเภทหนึ่ง แต่นิวเคลียร์ฟิวชันไม่ได้มีปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดขยะกัมมันตรังสีที่ตกค้างยาวนาน ทำให้ในปี 2023 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานนิวเคลียร์สหรัฐฯ (NRC) ได้ตัดสินใจให้การกำกับดูแลเทคโนโลยีฟิวชันในกรอบเดียวกับวัสดุผลพลอยได้ทางกัมมันตรังสี (Byproduct material) เช่น เครื่องเร่งอนุภาคหรืออุปกรณ์ในโรงพยาบาล แทนการกำกับในกรอบเดียวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิชชัน (Nuclear Fission) แบบดั้งเดิม

นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นทางกฎหมายยังรวมไปถึงการยกเครื่องกฎหมายกำกับที่เกี่ยวข้องในปี 2024 (ADVANCE Act) หรือกฎหมายท้องถิ่นของรัฐวอชิงตัน (HB 1924 และ HB 1018) ที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชันได้ง่ายมากขึ้น ส่งผลให้เฮเลียน ได้รับใบอนุญาตครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี (Radioactive Materials License - RML) และใบอนุญาตการปล่อยอากาศปนเปื้อนรังสี (Radioactive Air Emissions License - RAEL) ในที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญกังขา นิวเคลียร์ฟิวชันทำได้จริงหรือไม่ ?

แม้จะมีความคืบหน้าด้านการก่อสร้างและใบอนุญาต แต่จนถึงปัจจุบัน เฮเลียนรวมถึงบริษัทคู่แข่งอีกกว่า 40 แห่งทั่วโลก ยังไม่มีรายใดที่สามารถผลิตพลังงานสุทธิ (ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าพลังงานที่ใช้เดินระบบ, Q>1) ในระดับเชิงพาณิชย์จากปฏิกิริยาฟิวชันได้สำเร็จ

ในขณะเดียวกัน เฮเลียนยังไม่ได้ตีพิมพ์งานวิจัยที่ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ (Peer-reviewed) เกี่ยวกับการออกแบบระบบอย่างละเอียด จึงกลายเป็นข้อสงสัยว่าตัวเครื่องเตาปฏิกรณ์จะสามารถผลิตไฟฟ้าตามกรอบเวลาในการผลิตไฟฟ้าจริงได้หรือไม่

ด้าน เดวิด เคิร์ตลีย์ (David Kirtley) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของเฮเลียน ชี้แจงว่าบริษัทมุ่งเน้นไปที่การสร้างโรงไฟฟ้ามากกว่าการผลิตเอกสารวิจัย พร้อมระบุว่า มีผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้ตรวจสอบยืนยันแล้วว่าเครื่องต้นแบบของบริษัทสามารถทำอุณหภูมิได้สูงถึง 150 ล้านองศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับความร้อนที่สามารถปลดล็อกศักยภาพของปฏิกิริยาฟิวชันได้จริง

และแม้ว่าจะมีกระแสความสงสัยในด้านวิศวกรรมการออกแบบ แต่เฮเลียนนั้นยังได้รับความเชื่อมั่นทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด เฮเลียนได้รับเงินทุนสนับสนุนรอบใหม่จำนวน 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 15,235 ล้านบาท  ส่งผลให้ยอดการลงทุนรวมทั้งหมดของบริษัทพุ่งสูงขึ้นเป็น 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 49,300 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ที่มาข้อมูล : GeekWire, Reuters, Helion Energy

ที่มารูปภาพ : Helion Energy