อเมริกาทดลองผลิตไฟฟ้าจากคลื่นทะเลสาบมิชิแกน หวังแก้ปัญหาขาดไฟแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Share on Line Share on Facebook Share on X
อเมริกาทดลองผลิตไฟฟ้าจากคลื่นทะเลสาบมิชิแกน หวังแก้ปัญหาขาดไฟแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ทีมนักวิจัยและวิศวกรจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) สหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบฮาร์ดแวร์ต้นแบบในการเปลี่ยนพลังงานจลน์จากคลื่นน้ำ (Kinetic energy of waves) ให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้า ในพื้นที่บีเวอร์ไอแลนด์ (Beaver Island) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของทะเลสาบมิชิแกน (Lake Michigan) 

สรุปข่าว

มหาวิทยาลัยมิชิแกนประสบความสำเร็จในการทดลองติดตั้งอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นน้ำ ณ ทะเลสาบมิชิแกน เพื่อทดลองขั้นต้น สู่การสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าอิสระบนเกาะห่างไกลโดยไม่ต้องพึ่งพาสายเคเบิลแผ่นดินใหญ่ที่ห่างออกไปถึง 48 กิโลเมตร ในอนาคต

ทีมนักวิจัยและวิศวกรจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) สหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบฮาร์ดแวร์ต้นแบบในการเปลี่ยนพลังงานจลน์จากคลื่นน้ำ (Kinetic energy of waves) ให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้า ในพื้นที่บีเวอร์ไอแลนด์ (Beaver Island) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของทะเลสาบมิชิแกน (Lake Michigan) 

ข้อมูลเครื่องผลิตไฟฟ้าจากคลื่นทะเล (สาบ)

ต้นแบบเครื่องผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นมีลักษณะคล้ายเรือคาตามาลันขนาดเล็กที่ล้อมกรอบด้วยท่อ PVC มีขนาดมิติภายนอกใกล้เคียงกับลูกบอลโยคะ กำลังการผลิตอยู่ที่ 9-20 วัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการจ่ายไฟให้แก่หลอดไฟและชาร์จโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้

ด้านาอิด บายัต (Saeid Bayat) หนึ่งในทีมนักวิจัยระบุว่า แม้คลื่นในทะเลสาบ Great Lakes จะมีขนาดเล็กและเปลี่ยนผันตามฤดูกาลเมื่อเทียบกับมหาสมุทร แต่พื้นที่นี้ถือเป็น "อ่างทดลองเชิงปฏิบัติการ" (Experimental bathtub) ที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากสภาพคลื่นในทะเลสาบสะท้อนการทำงานในโลกจริงได้ดี แต่มีความปลอดภัย เข้าถึงง่าย และประหยัดต้นทุนกว่าการออกไปทดสอบในมหาสมุทรลึก

แผนงานพัฒนาเครื่องผลิตไฟฟ้าจากคลื่นทะเลในระยะยาว

การทดสอบในระยะแรกเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2026 โดยทีมวิจัยได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์ต้นแบบจำนวน 2 ชุด ซึ่งใช้เวลาในการศึกษาและรวบรวมข้อมูลร่วมกับชุมชนมาแล้วนานกว่า 2 ปี ก่อนจะเริ่มติดตั้ง โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยขั้นต้นจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ (National Science Foundation: NSF)

ศาสตราจารย์ เหล่ย จั๋ว (Lei Zuo) อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยมิชิแกนและหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า ทางทีมงานเตรียมแผนขยายผลการทดลองในลักษณะเดียวกันนี้ไปยังหมู่เกาะเอาเตอร์แบงก์ส (Outer Banks) ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ควบคู่ไปกับศูนย์ทดลองกลางแจ้ง PacWave ในรัฐออริกอน และศูนย์ทดสอบในรัฐฮาวายและแคลิฟอร์เนียเพื่อแก้ไขวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานและลดสถิติการเกิดไฟดับในพื้นที่ห่างไกล

ปัจจุบัน บีเวอร์ไอแลนด์มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่านครซานฟรานซิสโกเล็กน้อย มีประชากรพักอาศัยถาวรประมาณ 600 คน และต้องพึ่งพาสายเคเบิลใต้ทะเลสาบระยะทางยาวประมาณ 48 กิโลเมตร ในการส่งกระแสไฟฟ้าจากแผ่นดินใหญ่รัฐมิชิแกน ซึ่งมักเผชิญปัญหาไฟดับเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ในช่วงที่มีพายุไอซ์สตรอมรุนแรง ทำให้การทดลองในครั้งนี้กลายเป็นความหวังสำคัญต่อการแก้ปัญหาดังกล่าวในระยะยาวต่อไป



ที่มาข้อมูล : The Guardian, University of Michigan

ที่มารูปภาพ : Marcin Szczepanski/University of Michigan

แท็กบทความ