กระทรวงพลังงานส่งสัญญาณลดราคาน้ำมัน จ่อปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่

Share on Line Share on Facebook Share on X
กระทรวงพลังงานส่งสัญญาณลดราคาน้ำมัน จ่อปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรณีที่สหรัฐฯ เตรียมลงนามข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกมีแนวโน้มคลายความกังวลด้านอุปทาน และทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพลังงานจึงเตรียมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็พร้อมพิจารณาปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการให้สอดคล้องกับกลไกตลาด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาครัฐได้ใช้มาตรการลดภาระราคาพลังงานผ่านความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมัน โดยสามารถช่วยลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้แล้วกว่า 2,400 ล้านลิตร คิดเป็นมูลค่ากว่า 8,300 ล้านบาท และหากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในทิศทางขาลง ก็จะเอื้อให้ราคาภายในประเทศสามารถปรับลดลงได้เพิ่มเติม

นอกจากการดูแลราคาน้ำมันแล้ว กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ โดยขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เนื่องจากการปรับอัตราค่าไฟมีผลกระทบต่อทั้งผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้า และผู้ประกอบการพลังงาน เป้าหมายสำคัญของนโยบายดังกล่าว คือ การสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บค่าไฟฟ้า และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมมากขึ้นในอนาคต

หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือการเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มใหม่ หรือ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 สำหรับธุรกิจ Data Center โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

สรุปข่าว

รมว.พลังงาน มองทิศทางราคาน้ำมันโลกเป็นขาลง หลังสหรัฐฯ เตรียมบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณลดราคาหน้าปั๊มหากราคาตลาดโลกปรับลดลงต่อเนื่อง เดินหน้าปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ มุ่งลดภาระประชาชนและภาคอุตสาหกรรม โดยเตรียมแยกกลุ่ม Data Center เป็นผู้ใช้ไฟประเภทใหม่ ชี้ธุรกิจใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงต้องจ่ายค่าไฟสะท้อนต้นทุนจริง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าไฟของประชาชนในระยะยาว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรณีที่สหรัฐฯ เตรียมลงนามข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกมีแนวโน้มคลายความกังวลด้านอุปทาน และทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพลังงานจึงเตรียมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็พร้อมพิจารณาปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการให้สอดคล้องกับกลไกตลาด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาครัฐได้ใช้มาตรการลดภาระราคาพลังงานผ่านความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมัน โดยสามารถช่วยลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้แล้วกว่า 2,400 ล้านลิตร คิดเป็นมูลค่ากว่า 8,300 ล้านบาท และหากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในทิศทางขาลง ก็จะเอื้อให้ราคาภายในประเทศสามารถปรับลดลงได้เพิ่มเติม

นอกจากการดูแลราคาน้ำมันแล้ว กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ โดยขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เนื่องจากการปรับอัตราค่าไฟมีผลกระทบต่อทั้งผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้า และผู้ประกอบการพลังงาน เป้าหมายสำคัญของนโยบายดังกล่าว คือ การสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บค่าไฟฟ้า และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมมากขึ้นในอนาคต

หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือการเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มใหม่ หรือ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 สำหรับธุรกิจ Data Center โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วตามกระแสดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่ใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาล และต้องพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงนำเข้าที่มีต้นทุนสูง ดังนั้น อัตราค่าไฟของกลุ่ม Data Center ในอนาคตจะต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากกว่ากลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าไฟของกลุ่มนี้สูงกว่าภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจบางประเภท แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายให้ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานสูงเข้ามามีส่วนร่วมรับภาระต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถนำส่วนต่างไปช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชนและภาคอุตสาหกรรมไทยได้ในระยะยาว

นายเอกนัฏ กล่าวว่า นโยบายด้านพลังงานในระยะต่อไปจะมุ่งสร้างกลไกที่มีความยั่งยืนมากกว่าการอุดหนุนระยะสั้น โดยครอบคลุมทั้งการควบคุมค่าการกลั่นน้ำมันในระดับที่เหมาะสม การบริหารต้นทุนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนของผู้ใช้แต่ละประเภทอย่างเป็นธรรม หากแนวทางดังกล่าวสามารถผลักดันได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเศรษฐกิจไทย ควบคู่ไปกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและการลงทุนด้าน Data Center ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย

ที่มาข้อมูล : กระทรวงพลังงาน

ที่มารูปภาพ : กระทรวงพลังงาน