
Apple เปิดตัว SiriAI ที่เป็นการผสานการสั่งงานด้วยเสียงกับปัญญาประดิษฐ์ Siri + Apple Intelligence พร้อมความสามารถที่อัดแน่น รองรับการใช้งานทั้งใน MacBook iPad iPhone Apple Watch รวมถึง Apple Vision Pro (ที่ไม่ได้จำหน่ายในประเทศไทย) และยังไม่รองรับภาษาไทยในตอนนี้
สรุปข่าว
Apple เปิดตัว SiriAI ที่เป็นการผสานการสั่งงานด้วยเสียงกับปัญญาประดิษฐ์ Siri + Apple Intelligence พร้อมความสามารถที่อัดแน่น รองรับการใช้งานทั้งใน MacBook iPad iPhone Apple Watch รวมถึง Apple Vision Pro (ที่ไม่ได้จำหน่ายในประเทศไทย) และยังไม่รองรับภาษาไทยในตอนนี้
ความสามารถ SiriAI
หลังจากที่ Apple Intelligence ได้ผสานความสามารถเข้ากับ Google Gemini และนิยามว่าเป็น “Next-Generation Intelligence” ก็ทำให้ SiriAI ได้รับความสามารถมากขึ้น สนทนาได้ดีขึ้น และยังเปิดตัวแอป Siri โดยเฉพาะ ทำให้สามารถเรียกดูบทสนทนากับ Siri ที่ผ่านมาได้

หนึ่งในความสามารถสำคัญเกิดจากคุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่า Visual Intelligence หรือการมองเห็นสิ่งที่กำลังใช้งานบนหน้าจออุปกรณ์ ทำให้ Siri สามารถเขียน ค้นหาข้อมูล พร้อมทำการแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องเป็นชุดคำสั่งต่อเนื่องด้วยภาษาธรรมชาติได้ รวมถึงค้นหาสถานที่จากภาพ และทำคำสั่งต่อไปเป็นการนำทางด้วย Mpas ได้ทันที หรือออกคำสั่งจัดการต่าง ๆ ในแอป Photos

นอกจากนี้ Siri ยังสามารถปรับแต่งน้ำเสียงและความเร็วในการพูดได้ละเอียดมากขึ้น ไปจนถึงรองรับการใช้งานเต็มรูปแบบในทุกอุปกรณ์และรวมถึงการใช้งานระหว่างขับรถในโหมด CarPlay

Visual Intelligence ยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถสั่ง Siri ดูเอกสาร ปรับแก้ ร่างอีเมลจากคำถามหรือข้อมูลเพียงเล็กน้อยได้ทันที โดยในงานแถลงข่าวได้ยกตัวอย่างการใช้ Siri เปรียบเทียบเอกสารใบเสนอราคาที่อยู่ในไดรฟ์โดยตรงเพียงแค่คลิกสั่ง พร้อมสรุปข้อมูลออกมาเป็นตาราง หรืออ่านไฟล์รูปภาพที่เป็นประกาศการแสดงที่มีตารางเวลาแล้วเสนอแนะการแจ้งเตือนบนปฏิทินได้ทันทีเมื่อสั่งการ

ประเทศและอุปกรณ์ที่รองรับ SiriAI ของ Apple
ในงานแถลงข่าว WWDC 2026 นั้นเน้นการสาธิตการทำงานบน iPhone และ MacBook ซึ่งทำงานบน iOS และ macOS รุ่นที่ 27 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ทาง Apple ยืนยันว่าได้ปรับแต่งการทำงานให้รองรับบน watchOS 27 รวมถึง visionOS 27 ที่อยู่ใน Apple Vision Pro ซึ่งไม่มีวางจำหน่ายในไทยด้วย โดยผู้ใช้ Vision Proเพียงมองไปที่ไอคอน SiriAI และพูดกับมันโดยตรงได้เลย ต่างจากการทำงานระบบอื่น ๆ ที่ต้องสั่งงานด้วยคำสั่ง Hey, Siri ก่อน

ทั้งนี้ในระยะแรก SiriAI จะรองรับแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น และยังไม่รองรับการทำงานในประเทศสหภาพยุโรป (EU) กับจีน เนื่องจากปัญหาด้านกฎหมายความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดของรัฐบาลจีนตามลำดับ ส่วนในอนาคตจะมีการทำงานในภาษาอื่น ๆ เช่น เยอรมัน อิตาลี นอร์เวย์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงเวียดนาม แต่ยังไม่มีภาษาไทยแต่อย่างใด

อุปกรณ์ที่รองรับ SiriAI (ตามหลักการทั่วไป)
อุปกรณ์ที่รองรับ SiriAI จะมีเงื่อนไขหลัก 2 อย่าง ได้แก่
เป็นอุปกรณ์ที่รองรับการอัปเกรด OS รุ่นล่าสุด (iOS 27, iPadOS 27, และอื่น)
และเป็นอุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence อยู่แล้วก่อนหน้านี้
ทำให้มีรายชื่อุปกรณ์ที่รองรับ ดังนี้
iPhone 16 (ทุกรุ่นย่อย) ขึ้นไป
iPhone 15 Pro, Pro Max
iPad mini (A17 Pro)
iPad ทุกรุ่นที่ใช้ชิป M1 ขึ้นไป
Mac ทุกรุ่นที่ใช้ชิป M1 ขึ้นไป
Apple Watch Series 10 ขึ้นไป (เมื่อจับคู่อุปกรณ์กับ iPhone ที่รองรับ)
Apple Watch Ultra 2 ขึ้นไป (เมื่อจับคู่อุปกรณ์กับ iPhone ที่รองรับ)
Apple Watch SE 3 (เมื่อจับคู่อุปกรณ์กับ iPhone ที่รองรับ)
Apple Vision Pro
อุปกรณ์ที่รองรับ SiriAI ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในเอกสารแถลงข่าวของ Apple แทรกเงื่อนไขเล็ก ๆ ไว้ว่า SiriAI และ Apple Intelligence จะทำงานได้ดีที่สุดในอุปกรณ์ที่มีระบบ Unified memory ขนาด 12 GB ขึ้นไป ซึ่งทำให้มีอุปกรณ์ที่เข้าข่าย ดังนี้
iPhone Air
iPhone 17 Pro
iPhone 17 Pro Max
iPad (M4) หรือใหม่กว่า (แต่ต้องมี RAM 12GB)
Mac (M3) หรือใหม่กว่า
Apple Vision Pro (M5)
โดยผู้ที่สนใจเวอร์ชันเบตา (Beta) จะเปิดให้ทดลองใช้ภายในปีนี้ แต่ต้องเปลี่ยนภาษาอุปกรณ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ส่วนนักพัฒนา (Developer) นั้นเปิดให้ทดลองการใช้งานแล้ววันนี้

- Apple ปรับ Liquid Glass ใหม่ แก้ปัญหาอ่านยาก เพิ่มอิสระปรับแต่งหน้าจอ
- นักวิจัยเคมบริดจ์พัฒนา วัคซีนออกแบบด้วย AI ครั้งแรกของโลก
- Apple เปิดฉาก WWDC 2026 จับตา iOS 27, Siri AI และ iPhone Fold
- คนไทย 9 ใน 10 รู้จัก AI หนุนรัฐเดินหน้า TH-AI Passport
- Apple เริ่มยืนยันอายุผู้ใช้ App Store ในเท็กซัส 4 มิ.ย. 2026
ที่มาข้อมูล : Apple, Engadget
ที่มารูปภาพ : Apple
