Apple เปิดตัว SiriAI ฟีเจอร์อัดแน่น เหมือนที่เคยบอกเมื่อ 2 ปีก่อน รองรับหลายภาษา เว้นภาษาไทย !???

Share on Line Share on Facebook Share on X
Apple เปิดตัว SiriAI ฟีเจอร์อัดแน่น เหมือนที่เคยบอกเมื่อ 2 ปีก่อน รองรับหลายภาษา เว้นภาษาไทย !???

Apple เปิดตัว SiriAI ที่เป็นการผสานการสั่งงานด้วยเสียงกับปัญญาประดิษฐ์ Siri + Apple Intelligence พร้อมความสามารถที่อัดแน่น รองรับการใช้งานทั้งใน MacBook iPad iPhone Apple Watch รวมถึง Apple Vision Pro (ที่ไม่ได้จำหน่ายในประเทศไทย) และยังไม่รองรับภาษาไทยในตอนนี้ 

สรุปข่าว

Apple เปิดตัว SiriAI ในงาน WWDC 2026 หลังจับมือ Google Gemini ยกเครื่องให้ระบบ Apple Intelligence ที่เคยสัญญาความสามารถต่าง ๆ ไว้ในปี 2024 ซึ่งในวันนี้สามารถทำได้ตามที่เคยประกาศไว้ในที่สุด

Apple เปิดตัว SiriAI ที่เป็นการผสานการสั่งงานด้วยเสียงกับปัญญาประดิษฐ์ Siri + Apple Intelligence พร้อมความสามารถที่อัดแน่น รองรับการใช้งานทั้งใน MacBook iPad iPhone Apple Watch รวมถึง Apple Vision Pro (ที่ไม่ได้จำหน่ายในประเทศไทย) และยังไม่รองรับภาษาไทยในตอนนี้ 

ความสามารถ SiriAI

หลังจากที่ Apple Intelligence ได้ผสานความสามารถเข้ากับ Google Gemini และนิยามว่าเป็น “Next-Generation Intelligence” ก็ทำให้ SiriAI ได้รับความสามารถมากขึ้น สนทนาได้ดีขึ้น และยังเปิดตัวแอป Siri โดยเฉพาะ ทำให้สามารถเรียกดูบทสนทนากับ Siri ที่ผ่านมาได้

หนึ่งในความสามารถสำคัญเกิดจากคุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่า Visual Intelligence หรือการมองเห็นสิ่งที่กำลังใช้งานบนหน้าจออุปกรณ์ ทำให้ Siri สามารถเขียน ค้นหาข้อมูล พร้อมทำการแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องเป็นชุดคำสั่งต่อเนื่องด้วยภาษาธรรมชาติได้ รวมถึงค้นหาสถานที่จากภาพ และทำคำสั่งต่อไปเป็นการนำทางด้วย Mpas ได้ทันที หรือออกคำสั่งจัดการต่าง ๆ ในแอป Photos 

นอกจากนี้ Siri ยังสามารถปรับแต่งน้ำเสียงและความเร็วในการพูดได้ละเอียดมากขึ้น ไปจนถึงรองรับการใช้งานเต็มรูปแบบในทุกอุปกรณ์และรวมถึงการใช้งานระหว่างขับรถในโหมด CarPlay 

Visual Intelligence ยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถสั่ง Siri ดูเอกสาร ปรับแก้ ร่างอีเมลจากคำถามหรือข้อมูลเพียงเล็กน้อยได้ทันที โดยในงานแถลงข่าวได้ยกตัวอย่างการใช้ Siri เปรียบเทียบเอกสารใบเสนอราคาที่อยู่ในไดรฟ์โดยตรงเพียงแค่คลิกสั่ง พร้อมสรุปข้อมูลออกมาเป็นตาราง หรืออ่านไฟล์รูปภาพที่เป็นประกาศการแสดงที่มีตารางเวลาแล้วเสนอแนะการแจ้งเตือนบนปฏิทินได้ทันทีเมื่อสั่งการ

ประเทศและอุปกรณ์ที่รองรับ SiriAI ของ Apple 

ในงานแถลงข่าว WWDC 2026 นั้นเน้นการสาธิตการทำงานบน iPhone และ MacBook ซึ่งทำงานบน iOS และ macOS รุ่นที่ 27 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ทาง Apple ยืนยันว่าได้ปรับแต่งการทำงานให้รองรับบน watchOS 27 รวมถึง visionOS 27 ที่อยู่ใน Apple Vision Pro ซึ่งไม่มีวางจำหน่ายในไทยด้วย โดยผู้ใช้ Vision Proเพียงมองไปที่ไอคอน SiriAI และพูดกับมันโดยตรงได้เลย ต่างจากการทำงานระบบอื่น ๆ ที่ต้องสั่งงานด้วยคำสั่ง Hey, Siri ก่อน

ทั้งนี้ในระยะแรก SiriAI จะรองรับแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น และยังไม่รองรับการทำงานในประเทศสหภาพยุโรป (EU) กับจีน เนื่องจากปัญหาด้านกฎหมายความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดของรัฐบาลจีนตามลำดับ ส่วนในอนาคตจะมีการทำงานในภาษาอื่น ๆ เช่น เยอรมัน อิตาลี นอร์เวย์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงเวียดนาม แต่ยังไม่มีภาษาไทยแต่อย่างใด 

อุปกรณ์ที่รองรับ SiriAI (ตามหลักการทั่วไป)

อุปกรณ์ที่รองรับ SiriAI จะมีเงื่อนไขหลัก 2 อย่าง ได้แก่ 

  1. เป็นอุปกรณ์ที่รองรับการอัปเกรด OS รุ่นล่าสุด (iOS 27, iPadOS 27, และอื่น) 
    และ 

  2. เป็นอุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence อยู่แล้วก่อนหน้านี้ 

ทำให้มีรายชื่อุปกรณ์ที่รองรับ ดังนี้

  • iPhone 16 (ทุกรุ่นย่อย) ขึ้นไป

  • iPhone 15 Pro, Pro Max

  • iPad mini (A17 Pro)

  • iPad ทุกรุ่นที่ใช้ชิป M1 ขึ้นไป

  • Mac ทุกรุ่นที่ใช้ชิป M1 ขึ้นไป

  • Apple Watch Series 10 ขึ้นไป (เมื่อจับคู่อุปกรณ์กับ iPhone ที่รองรับ)

  • Apple Watch Ultra 2 ขึ้นไป (เมื่อจับคู่อุปกรณ์กับ iPhone ที่รองรับ)

  • Apple Watch SE 3 (เมื่อจับคู่อุปกรณ์กับ iPhone ที่รองรับ)

  • Apple Vision Pro

อุปกรณ์ที่รองรับ SiriAI ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในเอกสารแถลงข่าวของ Apple แทรกเงื่อนไขเล็ก ๆ ไว้ว่า SiriAI และ Apple Intelligence จะทำงานได้ดีที่สุดในอุปกรณ์ที่มีระบบ Unified memory ขนาด 12 GB ขึ้นไป ซึ่งทำให้มีอุปกรณ์ที่เข้าข่าย ดังนี้

  • iPhone Air

  • iPhone 17 Pro

  • iPhone 17 Pro Max

  • iPad (M4) หรือใหม่กว่า (แต่ต้องมี RAM 12GB)

  • Mac (M3) หรือใหม่กว่า

  • Apple Vision Pro (M5)

โดยผู้ที่สนใจเวอร์ชันเบตา (Beta) จะเปิดให้ทดลองใช้ภายในปีนี้ แต่ต้องเปลี่ยนภาษาอุปกรณ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ส่วนนักพัฒนา (Developer) นั้นเปิดให้ทดลองการใช้งานแล้ววันนี้

ที่มาข้อมูล : Apple, Engadget

ที่มารูปภาพ : Apple

แท็กบทความ