Nissan Motor เร่งเครื่องปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ โดยสามารถลดระยะเวลาพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ลงเกือบครึ่ง จากเดิมที่ใช้เวลาสูงสุด 55 เดือน เหลือ 26 เดือน หวังเร่งเปิดตัวสินค้าใหม่และเพิ่มความคล่องตัวในการแข่งขันในตลาดรถยนต์โลก
อีวาน เอสปิโนซา ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nissan เปิดเผยว่า ระยะเวลาพัฒนารถยนต์ในปัจจุบันสั้นกว่าเป้าหมายเดิมของแผนปรับโครงสร้าง ซึ่งกำหนดไว้ที่ 30 เดือน โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการเร่งกระบวนการตัดสินใจ และการนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งถูกนำมาใช้ในหลายกระบวนการ ตั้งแต่การทดสอบรถ การร่างแบบเบื้องต้น ไปจนถึงการตรวจสอบและประเมินงานออกแบบ ทำให้ทีมพัฒนาสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเร่งพัฒนารถยนต์ถือเป็นหัวใจสำคัญของแผนฟื้นฟู Nissan หลังบริษัทขาดทุนติดต่อกันเป็นปีที่สองในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569 โดยยอดขายได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าช้า
สรุปข่าว
Nissan Motor เร่งเครื่องปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ โดยสามารถลดระยะเวลาพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ลงเกือบครึ่ง จากเดิมที่ใช้เวลาสูงสุด 55 เดือน เหลือ 26 เดือน หวังเร่งเปิดตัวสินค้าใหม่และเพิ่มความคล่องตัวในการแข่งขันในตลาดรถยนต์โลก
อีวาน เอสปิโนซา ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nissan เปิดเผยว่า ระยะเวลาพัฒนารถยนต์ในปัจจุบันสั้นกว่าเป้าหมายเดิมของแผนปรับโครงสร้าง ซึ่งกำหนดไว้ที่ 30 เดือน โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการเร่งกระบวนการตัดสินใจ และการนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งถูกนำมาใช้ในหลายกระบวนการ ตั้งแต่การทดสอบรถ การร่างแบบเบื้องต้น ไปจนถึงการตรวจสอบและประเมินงานออกแบบ ทำให้ทีมพัฒนาสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเร่งพัฒนารถยนต์ถือเป็นหัวใจสำคัญของแผนฟื้นฟู Nissan หลังบริษัทขาดทุนติดต่อกันเป็นปีที่สองในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569 โดยยอดขายได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าช้า
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Skyline รถสปอร์ตซีดานรุ่นใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเพียง 26 เดือน และเตรียมเปิดตัวในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้
บริษัทตั้งเป้าว่า รถยนต์รุ่นใหม่ประมาณร้อยละ 90 จะได้รับการพัฒนาด้วยกระบวนการรูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม Nissan ยืนยันว่า การลดระยะเวลาจะไม่แลกกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย คุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความทนทานของรถยนต์
พร้อมตั้งเป้ากลับมาทำกำไรในปีธุรกิจปัจจุบัน แม้ต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายในสหรัฐอเมริกา โดยมองว่าการทำงานที่รวดเร็วและคล่องตัวกว่าเดิม คือวิธีสำคัญในการรับมือกับภาวะกดดันรอบด้าน
สำหรับตลาดญี่ปุ่น Nissan ยอมรับว่าจำเป็นต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นของลูกค้า หลังยอดขายในประเทศลดลงร้อยละ 13.5 ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหลักอื่น ๆ
ขณะเดียวกัน Nissan และ Honda ยังคงหารือความร่วมมือในหลายด้าน ทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีร่วมกัน รวมถึงการจัดหาแบตเตอรี่ โดยเฉพาะในตลาดอเมริกาเหนือ
แม้แผนควบรวมกิจการภายใต้บริษัทโฮลดิงจะล้มเหลวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 แต่ทั้งสองบริษัทยังเดินหน้าหาแนวทางสร้างมูลค่าร่วมกัน โดยในขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาเรื่องการรวมบริษัทหรือการแลกเปลี่ยนหุ้นแต่อย่างใด
