Nvidia เล็งออกหุ้นกู้ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

Share on Line Share on Facebook Share on X
Nvidia เล็งออกหุ้นกู้ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

“อินวิเดีย” (Nvidia) บริษัทชิปรายใหญ่จากสหรัฐฯ มีแผนระดมทุนราว 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านการออกหุ้นกู้ นับเป็นการเพิ่มสภาพคล่องครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นวงเงินที่สูงกว่าแผนก่อนหน้านี้ที่ตั้งเป้าไว้เพียง 2 หมื่นล้านดอลลาร์


“รอยเตอร์ส” อ้างแหล่งข่าวรายหนึ่ง ระบุว่า ขณะนี้ความต้องการซื้อหุ้นกู้ของบรรดานักลงทุนมีมากถึง 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ 


ข้อมูลจากเอกสารของบริษัท ระบุว่า หุ้นกู้ดังกล่าวจะแบ่งเป็น 7 งวด โดยมีกำหนดไถ่ถอนช้าที่สุดในปี 2599 


โดยความต้องการส่วนใหญ่มาจากในประเทศ ขณะที่การออกหุ้นกู้ครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน เนื่องจากบริษัทไม่ได้แจ้งล่วงหน้ามากนัก

สรุปข่าว

Nvidia เตรียมออกหุ้นกู้ระดมทุน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มสภาพคล่องครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 ขณะที่ความต้องการซื้อของบรรดานักลงทุนมีมากถึง 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์

“อินวิเดีย” (Nvidia) บริษัทชิปรายใหญ่จากสหรัฐฯ มีแผนระดมทุนราว 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านการออกหุ้นกู้ นับเป็นการเพิ่มสภาพคล่องครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นวงเงินที่สูงกว่าแผนก่อนหน้านี้ที่ตั้งเป้าไว้เพียง 2 หมื่นล้านดอลลาร์


“รอยเตอร์ส” อ้างแหล่งข่าวรายหนึ่ง ระบุว่า ขณะนี้ความต้องการซื้อหุ้นกู้ของบรรดานักลงทุนมีมากถึง 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ 


ข้อมูลจากเอกสารของบริษัท ระบุว่า หุ้นกู้ดังกล่าวจะแบ่งเป็น 7 งวด โดยมีกำหนดไถ่ถอนช้าที่สุดในปี 2599 


โดยความต้องการส่วนใหญ่มาจากในประเทศ ขณะที่การออกหุ้นกู้ครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน เนื่องจากบริษัทไม่ได้แจ้งล่วงหน้ามากนัก

ทั้งนี้ “อินวิเดีย” ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านชิปปัญญาดิษฐ์ (AI) ไม่ได้ออกหุ้นกู้ที่มีความน่าเชื่อถือสูงมานานถึง 5 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้เคยระดมทุนไปราว 5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ปี 2564 


โฆษกของ “อินวิเดีย” ระบุว่า มีแผนจะใช้เงินทุนดังกล่าวสำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไป รวมถึงการชำระคืนและการรีไฟแนนซ์หนี้คงค้าง มากกว่าการนำไปใช้ในการลงทุนด้านสินทรัพย์ถาวร


อย่างไรก็ตาม บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ออกหุ้นกู้ในการระดมทุนมากขึ้น ส่งสัญญาณว่าการใช้จ่ายด้าน AI ยังไม่ลดลง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าเกิน 7 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2568

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : TNN