"Starbucks" จ่อขายหุ้นญี่ปุ่น ดึงทุนใหม่ ฟื้นกำไร

Share on Line Share on Facebook Share on X

Starbucks กำลังพิจารณาทางเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจในญี่ปุ่น รวมถึงความเป็นไปได้ในการขายหุ้นบางส่วน ตามรายงานของ Bloomberg News ซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้รายงานระบุว่า หากมีการขายหุ้นในธุรกิจ Starbucks ญี่ปุ่นจริง ดีลนี้อาจมีมูลค่าประมาณ 400,000-500,000 ล้านเยน หรือราว 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจดึงดูดความสนใจจากทั้งผู้เล่นในอุตสาหกรรมร้านอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงกองทุนไพรเวทอิควิตี้อย่างไรก็ตาม Starbucks ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว 

ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Starbucks ในเอเชีย และมีความผูกพันกับแบรนด์มายาวนาน โดย Starbucks Coffee Japan เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 1995 ในรูปแบบกิจการร่วมค้า ระหว่าง Starbucks กับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง Sazaby League ก่อนที่ Starbucks จะซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดในปี 2014 ทำให้ธุรกิจญี่ปุ่นกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทแม่อย่างเต็มรูปแบบ

สรุปข่าว

Starbucks กำลังพิจารณาทางเลือกสำหรับธุรกิจในญี่ปุ่น รวมถึงการขายหุ้นบางส่วน มูลค่าดีลอาจสูงถึง 5 แสนล้านเยน ท่ามกลางยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างธุรกิจเอเชีย และแรงกดดันด้านต้นทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกำไรของซีอีโอคนใหม่

Starbucks กำลังพิจารณาทางเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจในญี่ปุ่น รวมถึงความเป็นไปได้ในการขายหุ้นบางส่วน ตามรายงานของ Bloomberg News ซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้รายงานระบุว่า หากมีการขายหุ้นในธุรกิจ Starbucks ญี่ปุ่นจริง ดีลนี้อาจมีมูลค่าประมาณ 400,000-500,000 ล้านเยน หรือราว 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจดึงดูดความสนใจจากทั้งผู้เล่นในอุตสาหกรรมร้านอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงกองทุนไพรเวทอิควิตี้อย่างไรก็ตาม Starbucks ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว 

ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Starbucks ในเอเชีย และมีความผูกพันกับแบรนด์มายาวนาน โดย Starbucks Coffee Japan เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 1995 ในรูปแบบกิจการร่วมค้า ระหว่าง Starbucks กับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง Sazaby League ก่อนที่ Starbucks จะซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดในปี 2014 ทำให้ธุรกิจญี่ปุ่นกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทแม่อย่างเต็มรูปแบบ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจาก Starbucks เพิ่งปิดดีลขายอำนาจควบคุมธุรกิจในจีนให้กับ Boyu Capital เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยประเมินมูลค่าธุรกิจจีนไว้ที่ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่า Starbucks อาจกำลังปรับพอร์ตธุรกิจในเอเชีย เพื่อดึงพันธมิตรหรือเงินทุนใหม่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดสำคัญ

การขายหุ้นบางส่วนในญี่ปุ่นอาจช่วยให้ Starbucks ปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และลดภาระการลงทุนโดยตรง ขณะเดียวกันยังเปิดทางให้พันธมิตรท้องถิ่นหรือผู้ลงทุนรายใหญ่เข้ามาช่วยขยายธุรกิจในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

แม้ Starbucks เพิ่งรายงานการเติบโตของยอดขายรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่งเมื่อเดือนเมษายน แต่บริษัทก็ยังเผชิญคำถามสำคัญว่า แผนฟื้นฟูธุรกิจภายใต้การนำของซีอีโอ Brian Niccol จะสามารถดันอัตรากำไรให้กลับมาฟื้นตัวได้เร็วเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาด

สำหรับตลาดญี่ปุ่น Starbucks ยังมีจุดแข็งจากแบรนด์ที่แข็งแรง ฐานลูกค้าประจำ และวัฒนธรรมการบริโภคกาแฟที่เติบโตต่อเนื่อง แต่ก็ต้องเผชิญการแข่งขันจากร้านกาแฟท้องถิ่น ร้านสะดวกซื้อ และเชนเครื่องดื่มที่ชิงลูกค้าด้วยราคาและความสะดวก 

ดังนั้น หาก Starbucks เดินหน้าขายหุ้นธุรกิจญี่ปุ่นจริง ดีลนี้จะไม่ใช่เพียงการระดมทุน แต่ยังอาจเป็นสัญญาณสำคัญของการปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในเอเชีย หลังบริษัทเริ่มเปลี่ยนบทบาทจากการถือครองธุรกิจเต็มรูปแบบ ไปสู่โมเดลที่เปิดรับพันธมิตรและนักลงทุนมากขึ้น เพื่อเร่งฟื้นกำไรและรักษาการเติบโตในตลาดหลักทั่วโลก