
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น พบหารือกับอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่กรุงโตเกียวในวันนี้ (10 มิ.ย.) โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงาน ความมั่นคง และห่วงโซ่อุปทานของทรัพยากรสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง
โดยหลังการปะทุของสงครามในอิหร่านและการที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ญี่ปุ่นต้องเผชิญความเสี่ยงต่อการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีมากขึ้น รัฐบาลญี่ปุ่นจึงเร่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และแก้ปัญหาการขาดแคลนแนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากน้ำมันที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายชนิด
สรุปข่าว
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น พบหารือกับอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่กรุงโตเกียวในวันนี้ (10 มิ.ย.) โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงาน ความมั่นคง และห่วงโซ่อุปทานของทรัพยากรสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง
โดยหลังการปะทุของสงครามในอิหร่านและการที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ญี่ปุ่นต้องเผชิญความเสี่ยงต่อการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีมากขึ้น รัฐบาลญี่ปุ่นจึงเร่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และแก้ปัญหาการขาดแคลนแนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากน้ำมันที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายชนิด
ปัจจุบันญี่ปุ่นนำเข้าก๊าซ LNG ราว 15% จากมาเลเซีย ขณะที่มาเลเซียยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตแนฟทารายสำคัญของภูมิภาค และมีศักยภาพในการกลั่นน้ำมันของตนเอง
ระหว่างการประชุม ผู้นำทั้งสองคนได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 5 ฉบับ ครอบคลุมด้านต่าง ๆ ได้แก่
- ความมั่นคงทางพลังงาน
- ความปลอดภัยทางทะเล
- ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
- ความร่วมมือด้านทรัพยากรสำคัญ
- การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน
ภายใต้โครงการ POWERR Asia ซึ่งญี่ปุ่นเป็นผู้ผลักดัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรพลังงาน รวมถึง LNG และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุ๋ย
นอกจากนี้ ผู้นำมาเลเซียเปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงระยะยาวด้าน LNG แล้ว โดยมาเลเซียจะส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวให้ญี่ปุ่นปีละ 2 ล้านตัน เป็นระยะเวลา 20 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2028
อีกประเด็นสำคัญของการหารือคือเรื่อง “แร่หายาก” ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยทาคาอิจิกล่าวว่า ญี่ปุ่นและมาเลเซียตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานแร่หายากให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยจะทำงานร่วมกับประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งจัดหาจากประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อญี่ปุ่นมากขึ้น หลังความสัมพันธ์กับจีนตึงเครียดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งจีนเพิ่มมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก และวัสดุที่สามารถใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหารไปยังญี่ปุ่น ส่งผลให้ญี่ปุ่นเร่งหาทางกระจายแหล่งจัดหาทรัพยากรเหล่านี้
ที่มาข้อมูล : The Japan Times
ที่มารูปภาพ : Reuters
