แจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่รัฐ รวยผิดปกติ มีสิทธิ์รับเงินรางวัลสูงสุด 100 ล้าน

Share on Line Share on Facebook Share on X
แจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่รัฐ รวยผิดปกติ มีสิทธิ์รับเงินรางวัลสูงสุด 100 ล้าน

แจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่รัฐร่ำรวยผิดปกติ

เพจเฟซบุ๊ก PRT : คลังสารสนเทศรัฐสภา ได้เผยแพร่ข้อมูลสำคัญจาก ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัล พ.ศ. 2566 ข้อ 19 เกี่ยวกับการแจ้งเบาะแสกรณีเจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ

หากพบเห็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีรายได้หรือเงินเดือนไม่สัมพันธ์กับความเป็นอยู่ เช่น มีบ้านหรู รถยนต์ราคาแพง หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนผิดสังเกต หากท่านมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว ท่านสามารถนำหลักฐานเข้าแจ้งเบาะแสต่อ ป.ป.ช. ได้ทันที

นอกจากนี้ ผู้แจ้งเบาะแสอาจมีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลสูงถึง 15% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยมีวงเงินรางวัลสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาท


สรุปข่าว

เช็กเงื่อนไข! แจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ มีสิทธิ์รับเงินรางวัลสูงสุด 100 ล้านบาท

แจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่รัฐร่ำรวยผิดปกติ

เพจเฟซบุ๊ก PRT : คลังสารสนเทศรัฐสภา ได้เผยแพร่ข้อมูลสำคัญจาก ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัล พ.ศ. 2566 ข้อ 19 เกี่ยวกับการแจ้งเบาะแสกรณีเจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ

หากพบเห็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีรายได้หรือเงินเดือนไม่สัมพันธ์กับความเป็นอยู่ เช่น มีบ้านหรู รถยนต์ราคาแพง หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนผิดสังเกต หากท่านมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว ท่านสามารถนำหลักฐานเข้าแจ้งเบาะแสต่อ ป.ป.ช. ได้ทันที

นอกจากนี้ ผู้แจ้งเบาะแสอาจมีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลสูงถึง 15% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยมีวงเงินรางวัลสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม การแจ้งเบาะแสนั้นไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินรางวัลในทันที เนื่องจากต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะข้อมูลต้องมีสาระสำคัญต่อการตรวจสอบ ศาลต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน และการจ่ายรางวัลต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. หากพบเห็นอะไรผิดปกติ อย่าเพิ่งด่วนสรุป เก็บข้อมูลที่ตรวจสอบได้ แล้วให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย

ที่มาข้อมูล : คลังสารสนเทศรัฐสภา

ที่มารูปภาพ : TNN ONLINE

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว