
รัฐบาลยกระดับตรวจสอบบริษัท ปิดช่องโหว่นอมินี ครอบคลุมตั้งแต่จดทะเบียนถึงเปลี่ยนผู้ถือหุ้น
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ "นอมินี" ให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยออกมาตรการใหม่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัท ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการ และผู้มีอำนาจลงนาม เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ พร้อมมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 2/2569 ขยายขอบเขตการตรวจสอบ จากเดิมที่เน้นเฉพาะการจัดตั้งบริษัท ให้ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการภายหลังการจดทะเบียน เพื่อป้องกันการจัดโครงสร้างธุรกิจให้ผ่านการคัดกรองในช่วงเริ่มต้น ก่อนเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจลงนามในภายหลัง
มาตรการใหม่กำหนดว่า หากมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม จะต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุน พร้อมเอกสารแสดงรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน ของผู้ลงทุนชาวไทยที่ชำระเงินลงทุน รวมถึงผู้แทนหรือนิติบุคคลผู้รับชำระเงินลงทุน เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุนและศักยภาพในการลงทุนได้อย่างชัดเจน เพิ่มความโปร่งใสในการจดทะเบียนธุรกิจ และป้องกันการถือหุ้นแทนโดยมิชอบ
รัฐบาลระบุว่า จุดสำคัญของมาตรการครั้งนี้ คือการตรวจสอบตลอดวงจรของนิติบุคคล ไม่ใช่เฉพาะวันจัดตั้งบริษัท แต่รวมถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนาม ซึ่งอาจเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงมาตรการเดิม โดยมีเป้าหมายสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง ไม่ใช่การจำกัดการลงทุนของชาวต่างชาติที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
สรุปข่าว
รัฐบาลยกระดับตรวจสอบบริษัท ปิดช่องโหว่นอมินี ครอบคลุมตั้งแต่จดทะเบียนถึงเปลี่ยนผู้ถือหุ้น
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ "นอมินี" ให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยออกมาตรการใหม่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัท ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการ และผู้มีอำนาจลงนาม เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ พร้อมมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 2/2569 ขยายขอบเขตการตรวจสอบ จากเดิมที่เน้นเฉพาะการจัดตั้งบริษัท ให้ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการภายหลังการจดทะเบียน เพื่อป้องกันการจัดโครงสร้างธุรกิจให้ผ่านการคัดกรองในช่วงเริ่มต้น ก่อนเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจลงนามในภายหลัง
มาตรการใหม่กำหนดว่า หากมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม จะต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุน พร้อมเอกสารแสดงรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน ของผู้ลงทุนชาวไทยที่ชำระเงินลงทุน รวมถึงผู้แทนหรือนิติบุคคลผู้รับชำระเงินลงทุน เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุนและศักยภาพในการลงทุนได้อย่างชัดเจน เพิ่มความโปร่งใสในการจดทะเบียนธุรกิจ และป้องกันการถือหุ้นแทนโดยมิชอบ
รัฐบาลระบุว่า จุดสำคัญของมาตรการครั้งนี้ คือการตรวจสอบตลอดวงจรของนิติบุคคล ไม่ใช่เฉพาะวันจัดตั้งบริษัท แต่รวมถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนาม ซึ่งอาจเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงมาตรการเดิม โดยมีเป้าหมายสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง ไม่ใช่การจำกัดการลงทุนของชาวต่างชาติที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับกรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบการถือครองที่ดินผ่านนิติบุคคล รวมถึงตรวจสอบตัวตนของผู้ถือหุ้นผ่านฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร พร้อมเพิ่มข้อความกำกับในสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงเอกสารที่นายทะเบียนรับเก็บไว้ ไม่ใช่หนังสือรับรองสถานะผู้ถือหุ้นปัจจุบัน ซึ่งต้องตรวจสอบจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่บริษัทจัดเก็บตามกฎหมาย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่มากกว่า 1 ล้านราย และมีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 49.99 จำนวน 119,116 ราย ซึ่งเป็นข้อมูลสำหรับการประเมินความเสี่ยงและคัดกรองเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าบริษัททั้งหมดเข้าข่ายเป็นนอมินีหรือกระทำผิดกฎหมาย โดยทุกกรณีจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
รัฐบาลยืนยันว่า จะเดินหน้าส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนที่โปร่งใส เป็นธรรม และเอื้อต่อการแข่งขัน ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางและการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนในระยะยาว
- เริ่มวันนี้ 1 ส.ค. 69 ยกระดับตรวจบริษัททั้งวงจร ปิดช่องโหว่ "นอมินี"
- รัฐบาลยกระดับปราบปรามใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว
- พาณิชย์เร่งกระจายทุเรียนอุตรดิตถ์ ดึงเอกชนรับซื้อนำตลาด
- "พาณิชย์" เปิดรายชื่อ 11 กลุ่มธุรกิจเสี่ยงนอมินีต่างชาติ เร่งลุยปราบต่อเนื่อง!
- พาณิชย์ปั้น "ล้งชุมชนมะพร้าว" ดัน Zero Waste ยกระดับทั้งห่วงโซ่
บรรณาธิการออนไลน์
