
ปราบปรามการใช้คนไทยเป็น "นอมินี" ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
วันนี้ ( 24 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ "นอมินี" ในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม โดยจะเริ่มใช้มาตรการตรวจสอบรูปแบบใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะยกระดับการตรวจสอบจากการพิจารณาข้อมูลพื้นฐาน ไปสู่การใช้ข้อมูลเชิงลึกประกอบการวิเคราะห์ ทั้งข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น งบการเงิน ข้อมูลผู้ทำบัญชี รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและคัดกรองบริษัทที่อาจเข้าข่ายเป็นนอมินีได้อย่างตรงจุด เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย และลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต
สรุปข่าว
ปราบปรามการใช้คนไทยเป็น "นอมินี" ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
วันนี้ ( 24 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ "นอมินี" ในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม โดยจะเริ่มใช้มาตรการตรวจสอบรูปแบบใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะยกระดับการตรวจสอบจากการพิจารณาข้อมูลพื้นฐาน ไปสู่การใช้ข้อมูลเชิงลึกประกอบการวิเคราะห์ ทั้งข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น งบการเงิน ข้อมูลผู้ทำบัญชี รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและคัดกรองบริษัทที่อาจเข้าข่ายเป็นนอมินีได้อย่างตรงจุด เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย และลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต
สำหรับกรณีที่พบข้อมูลหรือพฤติการณ์เข้าข่ายน่าสงสัย เจ้าหน้าที่อาจขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ถือหุ้นคนไทยหรือผู้เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารหรือหลักฐานทางการเงิน รวมถึงรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของเงินลงทุนและความสอดคล้องกับสัดส่วนการถือหุ้นที่แจ้งไว้ ทั้งนี้ การพิจารณาจะดำเนินการเป็นรายกรณี โดยยึดหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า มาตรการดังกล่าว ไม่ใช่การเหมารวมนักลงทุนต่างชาติ และไม่ใช่การสร้างอุปสรรคต่อการลงทุนจากต่างประเทศ แต่เป็นการใช้ข้อมูลและเส้นทางการเงินเพื่อแยกแยะผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องออกจากผู้ที่อาศัยโครงสร้างนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความแม่นยำ โปร่งใส และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศการลงทุนที่โปร่งใสและเป็นธรรม ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อผู้ที่กระทำผิด การยกระดับการตรวจสอบครั้งนี้จะช่วยคุ้มครองผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต สร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจ และทำให้การแข่งขันเป็นไปบนกติกาเดียวกัน" นางสาวลลิดา กล่าว
- นายกฯ ไทย-จีน เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจแห่งอนาคต ความมั่นคง
- รัฐบาลจัดใหญ่ “THAILAND²” ยกระดับทักษะอนาคต ดันเศรษฐกิจโตยกกำลังสอง
- นายกฯ หารือนักธุรกิจยุโรปกว่า 40 บริษัท ย้ำไทยเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- เปิดทาง 5.4 ล้านคน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่ ดึงกลุ่มตกหล่นเข้าถึงสิทธิ
- เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ เปลี่ยนรัฐอำนวยความสะดวกประชาชน ลดขั้นตอนบริการ
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
