นายกฯ หารือผู้บริหารมหาดไทย กำชับทำงานทุ่มเท-เรียกศรัทธาประชาชน

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯ หารือผู้บริหารมหาดไทย กำชับทำงานทุ่มเท-เรียกศรัทธาประชาชน

วันนี้ (28 ก.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมหารือข้อราชการกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมา ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีในภารกิจต่าง ๆ และได้เดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศหลายวาระ ซึ่ง ผู้นำทั้งภาครัฐและเอกชนของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะภาควิชาการได้ให้ดรรชนีความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยอยู่ในระดับมั่นคง ปลอดภัยในการลงทุน เชื่อถือได้ในทางเศรษฐกิจ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เกิดจากการวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ ซึ่งยังให้อันดับไทยในระดับสูงมากแม้โลกกำลังประสบสภาวะเช่นนี้ 

"การที่ไม่ได้เข้ากระทรวงมหาดไทยบ่อย ไม่ได้ขาดการติดต่อ เรามีการติดต่อกันสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้เข้ามาเพราะภารกิจมากมาย ก็มอบนโยบาย และทุกท่านทำด้วยความเรียบร้อย ทั้งอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ ค้ามนุษย์ นอมินี ที่ดิน ทุกท่านสามารถทำได้เป็นอย่างดี กระทรวงมหาดไทย เราทำงานกันอย่างจริงจัง ปีนี้เข้าปีที่ 3 แล้วที่อยู่กับชาวมหาดไทย เรามีความไว้เนื้อเชื่อใจ มีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน ถ้าเราเต็มที่ ทุ่มเททำงาน ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเรา

ขอฝากผู้ว่าฯ ทำหน้าที่ให้เรียบร้อยในจังหวัด เพื่อไม่ต้องส่งคนส่วนกลางลงไป ท่านต้องรู้ก่อนส่วนกลาง ถ้าส่วนกลางรู้ก่อนเป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะไม่รู้ ทุกวันนี้แหล่งข้อมูลมีเยอะ โซเชียลมีเดีย ไลน์ ฯลฯ และขอเรียนว่า ต่อให้ใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ ผมต้องได้ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่มีการฟังคนนี้แล้วมากดดัน ผมแยกแยะออก และตั้งแต่เข้ามากระทรวงนี้ไม่มีใครที่ผมเกลียด และสิ่งที่ผมโชคดีมาก ๆ คือ ผมไปพักร้อน 3 เดือน ได้เห็นอะไรมากขึ้น เรื่องการรับรู้ข้อมูล ความรู้สึก การคิด การอ่าน ผมรู้หมดว่าแต่ละคนมีอุปนิสัยความตั้งใจทำงานอย่างไร เพื่อสนับสนุนเขาให้อยู่ในหน้าที่ที่สามารถผลิตผลงานออกมาได้ ทั้งนี้ "ความจริงใจจริงโจ้ไม่สำคัญ สำคัญคืองาน" เราเป็นข้าราชการ ขอให้ทำงานให้เต็มที่ ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกและความจริงที่เกิดขึ้น"


สรุปข่าว

นายกฯ ประชุมหารือข้อราชการผู้บริหารมหาดไทย กำชับ "อยู่กระทรวงมหาดไทยไม่ต้องเข้าใจอะไร เข้าใจชาวบ้านพอ" ย้ำ "อยู่อย่างสิงห์" ขับเคลื่อนงานทุกอย่างด้วยความทุ่มเท ทำความจริงออกมา เรียก "ศรัทธาประชาชนคืนกลับมา"

วันนี้ (28 ก.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมหารือข้อราชการกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมา ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีในภารกิจต่าง ๆ และได้เดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศหลายวาระ ซึ่ง ผู้นำทั้งภาครัฐและเอกชนของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะภาควิชาการได้ให้ดรรชนีความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยอยู่ในระดับมั่นคง ปลอดภัยในการลงทุน เชื่อถือได้ในทางเศรษฐกิจ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เกิดจากการวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ ซึ่งยังให้อันดับไทยในระดับสูงมากแม้โลกกำลังประสบสภาวะเช่นนี้ 

"การที่ไม่ได้เข้ากระทรวงมหาดไทยบ่อย ไม่ได้ขาดการติดต่อ เรามีการติดต่อกันสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้เข้ามาเพราะภารกิจมากมาย ก็มอบนโยบาย และทุกท่านทำด้วยความเรียบร้อย ทั้งอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ ค้ามนุษย์ นอมินี ที่ดิน ทุกท่านสามารถทำได้เป็นอย่างดี กระทรวงมหาดไทย เราทำงานกันอย่างจริงจัง ปีนี้เข้าปีที่ 3 แล้วที่อยู่กับชาวมหาดไทย เรามีความไว้เนื้อเชื่อใจ มีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน ถ้าเราเต็มที่ ทุ่มเททำงาน ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเรา

ขอฝากผู้ว่าฯ ทำหน้าที่ให้เรียบร้อยในจังหวัด เพื่อไม่ต้องส่งคนส่วนกลางลงไป ท่านต้องรู้ก่อนส่วนกลาง ถ้าส่วนกลางรู้ก่อนเป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะไม่รู้ ทุกวันนี้แหล่งข้อมูลมีเยอะ โซเชียลมีเดีย ไลน์ ฯลฯ และขอเรียนว่า ต่อให้ใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ ผมต้องได้ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่มีการฟังคนนี้แล้วมากดดัน ผมแยกแยะออก และตั้งแต่เข้ามากระทรวงนี้ไม่มีใครที่ผมเกลียด และสิ่งที่ผมโชคดีมาก ๆ คือ ผมไปพักร้อน 3 เดือน ได้เห็นอะไรมากขึ้น เรื่องการรับรู้ข้อมูล ความรู้สึก การคิด การอ่าน ผมรู้หมดว่าแต่ละคนมีอุปนิสัยความตั้งใจทำงานอย่างไร เพื่อสนับสนุนเขาให้อยู่ในหน้าที่ที่สามารถผลิตผลงานออกมาได้ ทั้งนี้ "ความจริงใจจริงโจ้ไม่สำคัญ สำคัญคืองาน" เราเป็นข้าราชการ ขอให้ทำงานให้เต็มที่ ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกและความจริงที่เกิดขึ้น"


นายอนุทิน กล่าวอีกว่า วันนี้กระทรวงมหาดไทยมีนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการ อยากทำอะไรให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทำให้การบริการประชาชนเกิดศักยภาพสูงสุด จะมีโอกาสไหนดีกว่านี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการก็ทีมเดียวกันหมด พวกนี้ไม่ใช่ลูกเทพ คนที่ผ่านการเลือกตั้งในเขต เป็น ส.ส. เขตทุกคน ทุกคนผ่านตรงนี้หมด ไม่ใช่ลูกเทพ และไม่ใช่ ส.ส.สมัยแรก เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสมัย มีพื้นที่ของเขา เข้าใจชาวบ้าน "อยู่กระทรวงมหาดไทยไม่ต้องเข้าใจอะไร เข้าใจชาวบ้านพอ" ขอให้เราขับเคลื่อนให้พี่น้องประชาขนมีความวัฒนาสถาพร อยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไฟฟ้า ประปา ตลาด น้ำเสีย รัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ก็เพียงพอในการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ที่ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ทำงานกันด้วยความเชื่อถือ ประคองกระทรวงนี้ให้ผ่านวิกฤตต่าง ๆ ไปให้ได้

"ซึ่งที่ผ่านมาภารกิจกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้สถานะนายกรัฐมนตรีคนเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำให้เกิดการเชิดหน้าชูตา อาทิ OTOP ยอดขายก็เพิ่ม การยอมรับจากภาคส่วนต่าง ๆ ก็ดีขึ้น แต่ทว่าเกิดเรื่องการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ตนจึงต้อง "ปลุกจิตวิญญาณมหาดไทย" กลับขึ้นมาต่อต้านเรื่องการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มันราพณาสูรเลย การทุจริตครั้งนี้ เรียกได้ว่า คนที่ทุจริตครั้งนี้ถูกซองทับตาย คือ "ความโลภทำให้มันเกิดขึ้น" อุตส่าห์เอาหน่วยงานข้างนอกเข้ามาดำเนินการแล้ว สุภาษิตบอกแล้วว่า "ยังไงคนเป็นโจรก็ต้องทิ้งร่องรอย" เป็นสิ่งน่าเสียใจ จนสุดท้าย "ผู้ร้ายฆ่ากันเอง" เพราะไม่ได้ตามที่ต้องการ"

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า แต่คนที่ต้องจ่ายต้นทุนทางสังคมที่สุด คือ "กระทรวงมหาดไทย" สิ่งที่เกิดขึ้น พวกเรามีสังคม มีวง มีกลุ่ม มีพรรคพวก ตั้งแต่เกิดขึ้นเราก็ดำเนินการสุดซอย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักฐานข้อมูลข้อเท็จจริง ขับเคลื่อนแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ รวดเร็ว เพราะเกิดเหตุการณ์แบบนี้มีการทุจริตแน่นอน จากคนสอบเป็นหมื่นคน พบการแก้กระดาษถึงกว่า 5,900 คน เรียกว่า มันโกง อมโบสถ์มาพูดว่า human error เจ้าหน้าที่ไม่ใช้ความระวังเต็มที่ ไม่มีใครจะเชื่อและจะรับความผิดพลาดเช่นนี้ได้...นี่แหละกฐินสามัคคีของจริง...หน่วยงานอื่นมาตรวจสอบเพียบ เมื่อแม่น้ำทุกสายมารวมกัน ก็จะ cross check และเจอความจริง

"เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนต้องทำความจริงออกมา เรียก "ศรัทธาประชาชนคืนกลับมา" ทำให้ทุกอย่างตีแผ่ออกมา และวางระบบไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก อุตส่าห์เอาคนนอกมาทำระบบสอบ อย่างนี้มันผิดที่คน ไม่ใช่ระบบ และยิ่งเป็นเรื่องบรรจุข้าราชการ "วันแรกก็โกงแล้ว" มันต้องคิดไปถึงต้นตอเลย เพราะคนที่อบรมบ่มเพาะมาดี คิดแบบนี้ไม่ได้ ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ 

ดังนั้น งานนี้ต้องขอความร่วมมือ ถ้าทำได้เร็ว ศรัทธาของคนก็จะกลับมา ด้วยการหาวิธีการ ต้อง Say No กับเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะข้าราชการรุ่นใหม่ ซี 5 6 7 8 ทุกคนอยากเติบโตก้าวหน้าเป็นเจ้าคนนายคน ซึ่งการเป็นเจ้าคนนายคนเป็นเรื่องดี "แต่ต้องไม่โกง" เพราะถ้าเข้ามาในระบบ ติดลบเข้ามาคนละ 3-4 แสน ยังไงเข้ามาก็ต้องหาวิธีเอาเงินกลับไปใช้หนี้ใช้สิน เราต้องทำทุกทางไม่ให้หญ้าแห้วหมูที่เป็นหญ้ากาฝากเกิดขึ้นในสนามบ้านเรา 

เพราะหญ้าพวกนี้มันกินหญ้าดี ๆ ของเราหมด ถ้ามันเข้ามาเรื่อย ๆ คนดี ๆ ก็จะหายหมด ยิ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน เราต้องไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก จิ้มไปแก้ไขให้ได้ เรียก ความศรัทธาคืนมาให้ได้ ในเวลานาน ต้อง reset ใหม่ และ "ตนจะปรับตัวเองและทำให้สภาพการทำงานทุกอย่างกลับมาดีขึ้น และไว้วางใจมากขึ้น" 

ขอให้คนทำงานเต็มที่ เรื่องงานเป็นหลัก เรื่องส่วนตัวเป็นศูนย์ ทุกอย่างมีคำอธิบายทุกคน ไม่มีการปกป้องใครที่ทำผิด ไม่สามารถทำได้ ทำใจไม่ได้ แหลกลาญป่นปี้ไปหมดแล้ว เราต้องร้อง "โฮ่ง" ไม่ร้อง "เอ๋ง" ด้วยวิธีเดียว คือ "อยู่อย่างสิงห์" ขับเคลื่อนงานทุกอย่างด้วยความทุ่มเท กำจัดหญ้าแห้วหมูอย่าให้เข้ามาในกระทรวงของเรา ใช้วิกฤตทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น กลับมาเป็นโอกาสให้สังคมรู้ว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ยอมรับให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก และมุ่งมั่นขับเคลื่อนกระทรวงมหาดไทยในวันที่ สร.1 และ มท.1 คือคนเดียวกัน ต้องทำมากกว่านี้ บันดาลสิ่งที่เป็นประโยชน์สุขประชาชนให้มากกว่านี้" นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติม

ที่มาข้อมูล : กระทรวงมหาดไทย

ที่มารูปภาพ : กระทรวงมหาดไทย

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว