
ผลสำรวจจากหนังสือพิมพ์โยมิอุริของญี่ปุ่นเผย คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงจุดที่ “ต่ำที่สุด” เป็นครั้งแรก โยมิอุริ เผยว่าผลสำรวจนี้เป็นการสำรวจในช่วงวันที่ 24-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาคาอิจิสูญเสียคะแนนนิยมจนถึงระดับที่ 57 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมอยู่ที่ระดับ 69 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่คะแนนนิยมของเธอต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว
ในขณะเดียวกันโยมิอุริ รายงานว่า สัดส่วนผู้ที่ ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลเธอ เพิ่มขึ้นเป็น 34 เปอร์เซ็นต์ จาก 21 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ยังพบว่าชาวญี่ปุ่นที่ไม่เห็นด้วยกับความพยายามของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นเพิ่มขึ้นเป็น 71 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 56 เปอร์เซ็นต์ด้วย
ความนิยมที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับ ทาคาอิจิ ซึ่งกำลังเผชิญมรสุมรอบด้าน ทั้งปัญหาจากนโยบายการคลังและการเงินแบบขยายตัวของเธอ ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตร (bond yields) พุ่งสูงขึ้น รวมถึงปัญหาค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ทศวรรษ
แรงกดดันนี้ รวมถึงเสียงคัดค้าน แม้แต่กระทั่งจากสมาชิกภายในพรรครัฐบาลของเธอเอง ทำให้รัฐบาลของทาคาอิจิยังล่าช้าในการตัดสินใจว่าจะลดภาษี 8% สำหรับการจำหน่ายอาหารหรือไม่ และจะเริ่มเมื่อใด ซึ่งเป็นคำมั่นที่ทาคาอิจิให้ไว้ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาก่อนที่ในเดือนสิงหาคมหรืออาจจะกันยายนนี้ รัฐบาลของทาคาอิจิจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่
ด้าน เคนจิ ยามาโมโตะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดของบริษัทไดวะ ซิเคียวริตีส์ (Daiwa Securities) กล่าวว่าแม้คะแนนนิยมของทาคาอิจิจะลดลง แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดก่อน ๆ ดังนั้นแล้ว จึงอาจยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้ว่าอนาคตทางการเมืองของทาคาอิจิกำลังสั่นคลอน
แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทาคาอิจิต้องยอมรับความจริงว่าต้นทุนซึ่งเธอได้รับจากชัยชนะในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏร ก็กำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วย ดังนั้นแล้วผู้เชี่ยวชาญมองว่าสิ่งที่ควรให้ความสำคัญตอนนี้คือ ทาคาอิจิจะส่งสัญญาณอย่างไรผ่านการปรับคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับทิศทางของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในอนาคต
สรุปข่าว
ผลสำรวจจากหนังสือพิมพ์โยมิอุริของญี่ปุ่นเผย คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงจุดที่ “ต่ำที่สุด” เป็นครั้งแรก โยมิอุริ เผยว่าผลสำรวจนี้เป็นการสำรวจในช่วงวันที่ 24-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาคาอิจิสูญเสียคะแนนนิยมจนถึงระดับที่ 57 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมอยู่ที่ระดับ 69 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่คะแนนนิยมของเธอต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว
ในขณะเดียวกันโยมิอุริ รายงานว่า สัดส่วนผู้ที่ ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลเธอ เพิ่มขึ้นเป็น 34 เปอร์เซ็นต์ จาก 21 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ยังพบว่าชาวญี่ปุ่นที่ไม่เห็นด้วยกับความพยายามของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นเพิ่มขึ้นเป็น 71 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 56 เปอร์เซ็นต์ด้วย
ความนิยมที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับ ทาคาอิจิ ซึ่งกำลังเผชิญมรสุมรอบด้าน ทั้งปัญหาจากนโยบายการคลังและการเงินแบบขยายตัวของเธอ ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตร (bond yields) พุ่งสูงขึ้น รวมถึงปัญหาค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ทศวรรษ
แรงกดดันนี้ รวมถึงเสียงคัดค้าน แม้แต่กระทั่งจากสมาชิกภายในพรรครัฐบาลของเธอเอง ทำให้รัฐบาลของทาคาอิจิยังล่าช้าในการตัดสินใจว่าจะลดภาษี 8% สำหรับการจำหน่ายอาหารหรือไม่ และจะเริ่มเมื่อใด ซึ่งเป็นคำมั่นที่ทาคาอิจิให้ไว้ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาก่อนที่ในเดือนสิงหาคมหรืออาจจะกันยายนนี้ รัฐบาลของทาคาอิจิจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่
ด้าน เคนจิ ยามาโมโตะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดของบริษัทไดวะ ซิเคียวริตีส์ (Daiwa Securities) กล่าวว่าแม้คะแนนนิยมของทาคาอิจิจะลดลง แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดก่อน ๆ ดังนั้นแล้ว จึงอาจยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้ว่าอนาคตทางการเมืองของทาคาอิจิกำลังสั่นคลอน
แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทาคาอิจิต้องยอมรับความจริงว่าต้นทุนซึ่งเธอได้รับจากชัยชนะในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏร ก็กำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วย ดังนั้นแล้วผู้เชี่ยวชาญมองว่าสิ่งที่ควรให้ความสำคัญตอนนี้คือ ทาคาอิจิจะส่งสัญญาณอย่างไรผ่านการปรับคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับทิศทางของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในอนาคต
- ญี่ปุ่นเตรียมปลูกถ่ายไตหมู ให้ทารกในครรภ์ ประเทศไทยร่วมโครงการด้วย
- นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ยืนยันรัฐบาลมีความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ
- ทำไมแค่ "ขนหน้าแข้งผู้ชาย" ถึงถูกมองว่าเป็นการคุกคาม หลังญี่ปุ่นรณรงค์ใส่ขาสั้นไปทำงานเพื่อคลายร้อน
- ผู้หญิงญี่ปุ่นค้านผู้ชายใส่กางเกงขาสั้นไปทำงาน บอกเป็น “การคุกคามด้วยขนหน้าแข้ง”
- นายกฯ ไทย-จีน เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจแห่งอนาคต ความมั่นคง
