ทำไมแค่ "ขนหน้าแข้งผู้ชาย" ถึงถูกมองว่าเป็นการคุกคาม หลังญี่ปุ่นรณรงค์ใส่ขาสั้นไปทำงานเพื่อคลายร้อน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมแค่ "ขนหน้าแข้งผู้ชาย" ถึงถูกมองว่าเป็นการคุกคาม หลังญี่ปุ่นรณรงค์ใส่ขาสั้นไปทำงานเพื่อคลายร้อน

ท่ามกลางอากาศร้อนจัดของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นกำลังผลักดันให้พนักงานแต่งกายสบายขึ้นในที่ทำงาน รวมถึงการใส่กางเกงขาสั้น แต่สิ่งที่ตั้งใจให้เป็นมาตรการคลายร้อน กลับกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องความเหมาะสม เพราะบางคนมองว่า การที่ผู้ชายใส่กางเกงขาสั้นไปทำงาน อาจกลายเป็น “การคุกคามด้วยขนขา” แทน 


ไอเดียเรื่องการแต่งตัวลดโลกร้อนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "Tokyo Cool Biz” ในเดือนเมษายน เพื่อประหยัดพลังงานในช่วงอากาศร้อน

 

แต่เทรนด์รณรงค์นี้ กำลังก่อให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป บางคนที่เห็นด้วยมองว่า การแต่งตัวด้วยชุดลำลอง แทนการใส่สูทผูกเนกไท ช่วยให้ทำงานได้คล่องตัวและสบายขึ้นในช่วงหน้าร้อน


บางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมองว่า นโยบายนี้สะท้อนความไม่เท่าเทียมทางเพศ เพราะแม้ผู้ชายจะได้รับการสนับสนุนให้แต่งตัวสบายขึ้น แต่ผู้หญิงในหลายออฟฟิศยังคงถูกคาดหวังให้สวมถุงน่องเมื่อใส่เสื้อผ้าที่เผยให้เห็นเรียวขา ตามธรรมเนียมการแต่งกายในที่ทำงานของญี่ปุ่น เพราะการมีขนหน้าแข้งที่ดกอาจถูกมองว่าไม่เรียบร้อย โดยเฉพาะเมื่อใส่กางเกงขาสั้นในที่ทำงาน


ผู้หญิงบางคนกล่าวว่า การเห็นขนขาของผู้ชายในที่ทำงานทำให้รู้สึกไม่สบายใจ และในโลกออนไลน์พวกเธอใช้คำว่า “Sunehara” หรือ "การคุกคามด้วยขนขา" เพื่อเรียกความรู้สึกไม่สบายใจของบางคนที่ต้องเห็นขนหน้าแข้งของเพื่อนร่วมงานชาย

สรุปข่าว

ญี่ปุ่นรณรงค์ให้พนักงานใส่กางเกงขาสั้นไปทำงานตามนโยบาย Tokyo Cool Biz เพื่อคลายร้อนและประหยัดพลังงาน แต่กลับจุดกระแสถกเถียงทั้งเรื่อง ความเท่าเทียมทางเพศ และคำแสลง "Sunehara" หรือ "การคุกคามด้วยขนขา" ที่สะท้อนความรู้สึกไม่สบายใจของบางคนเมื่อเห็นขนหน้าแข้งของเพื่อนร่วมงานชายในออฟฟิศ

ท่ามกลางอากาศร้อนจัดของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นกำลังผลักดันให้พนักงานแต่งกายสบายขึ้นในที่ทำงาน รวมถึงการใส่กางเกงขาสั้น แต่สิ่งที่ตั้งใจให้เป็นมาตรการคลายร้อน กลับกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องความเหมาะสม เพราะบางคนมองว่า การที่ผู้ชายใส่กางเกงขาสั้นไปทำงาน อาจกลายเป็น “การคุกคามด้วยขนขา” แทน 


ไอเดียเรื่องการแต่งตัวลดโลกร้อนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "Tokyo Cool Biz” ในเดือนเมษายน เพื่อประหยัดพลังงานในช่วงอากาศร้อน

 

แต่เทรนด์รณรงค์นี้ กำลังก่อให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป บางคนที่เห็นด้วยมองว่า การแต่งตัวด้วยชุดลำลอง แทนการใส่สูทผูกเนกไท ช่วยให้ทำงานได้คล่องตัวและสบายขึ้นในช่วงหน้าร้อน


บางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมองว่า นโยบายนี้สะท้อนความไม่เท่าเทียมทางเพศ เพราะแม้ผู้ชายจะได้รับการสนับสนุนให้แต่งตัวสบายขึ้น แต่ผู้หญิงในหลายออฟฟิศยังคงถูกคาดหวังให้สวมถุงน่องเมื่อใส่เสื้อผ้าที่เผยให้เห็นเรียวขา ตามธรรมเนียมการแต่งกายในที่ทำงานของญี่ปุ่น เพราะการมีขนหน้าแข้งที่ดกอาจถูกมองว่าไม่เรียบร้อย โดยเฉพาะเมื่อใส่กางเกงขาสั้นในที่ทำงาน


ผู้หญิงบางคนกล่าวว่า การเห็นขนขาของผู้ชายในที่ทำงานทำให้รู้สึกไม่สบายใจ และในโลกออนไลน์พวกเธอใช้คำว่า “Sunehara” หรือ "การคุกคามด้วยขนขา" เพื่อเรียกความรู้สึกไม่สบายใจของบางคนที่ต้องเห็นขนหน้าแข้งของเพื่อนร่วมงานชาย

ผลสำรวจจาก Gorilla Clinic เมื่อเดือนมิถุนายน พบว่า 53.5% คัดค้านการสวมกางเกงขาสั้นไปทำงานในฤดูร้อน ขณะที่ 46.5% เห็นด้วยกับคำแนะนำใหม่นี้ โดยเหตุผลหลักของการไม่เห็นด้วยในการใส่ขาสั้นไปทำงาน คือ ความกังวลเกี่ยวกับรูปร่างและขนตามร่างกาย


ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พนักงานชาวญี่ปุ่นจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทเทคโนโลยี เริ่มสวมใส่เสื้อผ้าลำลองมากขึ้น แต่ในปีนี้ คำแนะนำของรัฐบาลโตเกียวทำให้การแต่งกายแบบนี้เป็นที่ยอมรับในสังคมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ชายบางคนยังคงรู้สึกไม่มั่นใจเกี่ยวกับขนขาของตนเอง 


นอกจากนี้ ยังพบว่า ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการคลินิกความงาม ไม่ใช่แค่ด้วยเหตุผลด้านความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของมารยาททางสังคมเมื่อสวมกางเกงขาสั้น หลายคนจึงเลือกมาเลเซอร์ขนขา เพื่อไม่ให้รู้สึกว่ากำลังล่วงเกินผู้อื่นอยู่ 

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัด อุณหภูมิพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ค่าไฟสูง และสภาพอากาศชื้นจัด 


สินค้า เช่น พัดลมพกพา ผ้าเช็ดตัวระบายความร้อน และร่มกันแดด เพื่อรับมือกับอากาศร้อน ได้รับความนิยมและวางจำหน่ายในร้านค้าทั่วประเทศ


รายงานของสำนักงานจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติ มีผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดในญี่ปุ่น 7 ราย และมีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 4,580 ราย ในช่วง 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-12 กรกฎาคม 


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


ที่มาข้อมูล : BBC

ที่มารูปภาพ : AFP