ปักหมุด “ชลบุรี” ยกระดับต้นแบบเมืองปลอดภัย ล้างบางธุรกิจสีเทาภัยคุกคามรูปแบบใหม่

Share on Line Share on Facebook Share on X
ปักหมุด “ชลบุรี”  ยกระดับต้นแบบเมืองปลอดภัย ล้างบางธุรกิจสีเทาภัยคุกคามรูปแบบใหม่

วันนี้ ( 22 ก.ค. 69 )รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงอย่างเข้มข้น โดยใช้จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบในการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย "การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดชลบุรี" เมื่อเวลา 10.00 น. ณ ห้องสัมมนาลอยฟ้า สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สรุปข่าว

นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายความมั่นคง 3 มิติ ยกระดับชลบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบ สั่งบูรณาการทุกหน่วยเดินหน้าปราบยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมเทคโนโลยี และธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับการดูแลประชาชน

วันนี้ ( 22 ก.ค. 69 )รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงอย่างเข้มข้น โดยใช้จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบในการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย "การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดชลบุรี" เมื่อเวลา 10.00 น. ณ ห้องสัมมนาลอยฟ้า สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

รับมือภัยคุกคามยุคใหม่

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่า สถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เครือข่ายอิทธิพล และการหลอกลวงรูปแบบใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชนและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นทั้งเมืองท่องเที่ยว ศูนย์กลางเศรษฐกิจ และพื้นที่รองรับการลงทุนสำคัญของประเทศ จำเป็นต้องยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงให้เป็นต้นแบบของประเทศ

วางนโยบาย 3 มิติ ครอบคลุมป้องกัน-ปราบปราม-ช่วยประชาชน

นายกรัฐมนตรีได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

1. ป้องกันเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วน

รัฐบาลมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเป็นแกนหลักในการบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ และวางแผนป้องกันเชิงรุก

พร้อมทั้งอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่ในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และกลุ่มผู้มีอิทธิพล ภายใต้เป้าหมายสำคัญคือ

"บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล"

2. ปราบปรามจริงจัง ตัดวงจรอาชญากรรม

ด้านการบังคับใช้กฎหมาย นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง โดยยึดหลักนิติธรรมและความเสมอภาคทางกฎหมาย

หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนคือการเดินหน้าปฏิบัติการ "Operation 90 Days พิฆาตยาเสพติด" เพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดอย่างเข้มข้น พร้อมขยายผลไปยังอาชญากรรมรูปแบบอื่น ได้แก่

  • แก๊งคอลเซ็นเตอร์
  • สแกมเมอร์และการหลอกลวงออนไลน์
  • เว็บพนันออนไลน์
  • ธุรกิจนอมินี
  • การค้าอาวุธปืนผิดกฎหมาย
  • ธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภท

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้เร่งสืบสวน ขยายผล ตัดเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม และดำเนินคดีกับผู้บงการรวมถึงผู้สนับสนุนอย่างถึงที่สุด

3. ยกระดับการช่วยเหลือประชาชน

อีกหนึ่งมิติสำคัญคือการยกระดับการให้บริการประชาชน โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียนและติดตามการแก้ไขปัญหา ขณะเดียวกันให้ทุกสถานีตำรวจเพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุ การจัดกำลังสายตรวจ และการเข้าถึงประชาชน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้เดือดร้อนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ผนึก ปปง. DSI และ ป.ป.ท. คลี่คลายคดีซับซ้อน

รัฐบาลยังมอบหมายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อเร่งรัดการคลี่คลายคดีที่มีความซับซ้อน ติดตามเส้นทางการเงิน และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลักดัน "อีอีซีฝั่งตะวันออก" สู่พื้นที่ปลอดภัย

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน ดังนั้น ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างความปลอดภัย เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว รวมถึงรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต

การมอบนโยบายครั้งนี้จึงสะท้อนทิศทางการบริหารของรัฐบาลที่มุ่งใช้การบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม และการบริการประชาชน เพื่อรับมือภัยคุกคามยุคใหม่ พร้อมยกระดับจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาความมั่นคงควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย