ผลวิจัย คาด "งู" แหล่งแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (คลิป)

TNN ONLINE

WORLD

ผลวิจัย คาด "งู" แหล่งแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (คลิป)

ผลวิจัย คาด งู แหล่งแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (คลิป)

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารเมดิคัล ไวโรโลจี บ่งชี้ความเป็นไปได้สูงสุดว่า “งู” อาจเป็นสัตว์ป่าที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีนแล้ว 187 ราย

วันนี้ (24 ม.ค.63) สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารเมดิคัล ไวโรโลจี (Medical Virology) ตีพิมพ์งานวิจัยที่คณะนักวิทยาศาสตร์จากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน สังกัดศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง, โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์จีนกว่างซี, โรงพยาบาลรุ่ยคังในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์จีนกว่างซี, คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยหนิงโป และมหาวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์อู่ฮั่น ได้ร่วมกันวิเคราะห์ลำดับของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดล่าสุด โดยคณะนักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีที่เรียกว่า “การใช้รหัสพันธุกรรมที่มีความหมายเหมือนกัน” (relative synonymous codon usage – RSCU) เพื่อเปรียบเทียบลำดับอาร์เอ็นเอ (RNA) หรือกรดไรโบนิวคลีอิก (Ribonucleic acid) ของสัตว์ชนิดต่างๆ

"งู" เป็นหนึ่งในสัตว์ที่ถูกจำหน่ายในตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนาน (Huanan Seafood Wholesale Market) ของอู่ฮั่น ซึ่งถูกสั่งปิดชั่วคราวในปัจจุบันและเชื่อกันว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ชี้ว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่น่าจะเป็นไวรัสสายผสม (recombinant) ระหว่างไวรัสโคโรนาของค้างคาวและไวรัสโคโรนาจากอีกแหล่งหนึ่งซึ่งยังไม่ทราบที่มา

การผสมกันของไวรัสเกิดขึ้นภายในสไปค์ไกลโคโปรตีน (spike glycoprotein) ซึ่งเป็นหน่วยรับที่ยื่นออกมานอกเยื่อหุ้มเซลล์ โดย “งู” เป็นสัตว์ป่าที่น่าจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่มากที่สุด เมื่อเทียบสัตว์ชนิดอื่นๆ โดยอ้างอิงการวิเคราะห์ด้วยวิธีการใช้รหัสพันธุกรรมที่มีความหมายเหมือนกัน

เมื่อนำผลลัพธ์มาประกอบกัน ผลการวิจัยจึงชี้ว่าการผสมกันแบบคู่เหมือน (homologous recombination) ภายในสไปค์ไกลโคโปรตีนอาจนำไปสู่การถ่ายโอนข้ามสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตจาก “งูสู่มนุษย์”

ทั้งนี้ ไกลโคโปรตีนเป็นกลุ่มโปรตีนที่รวมตัวกันโดยมีคาร์โบไฮเดรตปะปนอยู่เล็กน้อย

ภาพโดย Pascal Laurent จาก Pixabay


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand