TNN online แรงซื้อหุ้นสื่อสารคึกคัก ดันดัชนีปิดบวก

TNN ONLINE

Wealth

แรงซื้อหุ้นสื่อสารคึกคัก ดันดัชนีปิดบวก

แรงซื้อหุ้นสื่อสารคึกคัก  ดันดัชนีปิดบวก

ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 4.48 จุด แรงซื้อหุ้นกลุ่มสื่อสารหนุน หลัง TRUE-DTAC ควบรวมธุรกิจดันวอลลุ่มทะลัก จับตาฺโควิดระบาดหนักในยุโรป-ราคาน้ำมันร่วง กดหุ้นกลุ่มพลังงาน กรอบแนวรับพรุ่งนี้ 1,641 จุด แนวต้านที่ 1,658 จุด ชู 4 หุ้นเด่นน่าซื้อ

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่1,649.54 จุด บวก 4.48จุด หรือ 0.27 % ระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวสูงสุด 1,653.33 จุด ต่ำสุด 1,645.09 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 94,488.27 ล้านบาทว่า ตลาดหุ้นไทยปิดบวกแรงซื้อหุ้นในกลุ่ม

สื่อสารคึกคัก โดยเฉพาะ TRUE และ DTAC หลังจากควบรวมธุรกิจ ซึ่งเป็น sentiment เชิงบวก แต่ทำให้ภาพรวมการแข่งขันของอุตสาหกรรมลดลงจาก 3 รายเหลือ 2 ราย


นอกจากนี้ในวันนี้พบว่ากลุ่มสื่อสารถ้ารวมหุ้น 4 บริษัท คือ ADVANC ,TRUE,DTAC ,INTUCH มูลค่าการซื้อขายคิดเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่าการซื้อขายรวมตลาดหุ้นไทย หนุนดัชนีบวก 6.5 จุด


ส่วนตัวเลขส่งออกเดือนต.ค.เติบโต 17.4% นำเข้า 34.6% จากที่bloomberg consensus คาดว่าจะเติบโต 34.5% ซึ่งมองว่าการนำเข้าเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้นจะช่วยให้การส่งออกเติบโต ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ปิดเขียวสดใส


สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามคือโควิดในยุโรป ล่าสุดออสเตรียมีผู้ติดเชื้อเพิ่มทำให้รัฐบาลล็อกดาวน์ประเทศ 10 วัน ซึ่งต้องดูว่าประเทศอื่นในยุโรปจะมีผู้ติดเชื้อขยายวงกว้างเพิ่มหรือไม่ ซึ่งส่งผลให้สกุลเงินยุโรปอ่อนค่าและดันให้เงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งจะกดดันสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบอาจกดดันหุ้นในกลุ่มพลังงานบ้านเรา


ส่วนโควิดในประเทศยังควบคุมได้อยู่ระดับ 7,000 รายต่อวันบวก-ลบทำให้เศรษฐกิจไม่สะดุด ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้ 1,641 จุด แนวต้านที่ 1,658 จุด


ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้น Domestic Play เลี่ยงหุ้น Global Playนำโดย ADVANC ที่ได้ประโยชน์จากการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมลดลง หลังจาก

ที่ TRUE และ DTAC ควบรวมกิจการ


หุ้นเด่นตัวถัดมาคือ CPALL และDOHOME ได้ประโยชน์จากการเปิดเมือง ส่วนหุ้นตัวสุดท้ายคือ TIDLOR ธุรกิจกลับมาฟื้นตัว น่าทยอยสะสมกำโรสุทธิงวด 3Q64 เติบโตตามคาด จากสินเชื่อเติบโตและการเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง


ทั้งนี้ คาดทิศทางกำไรสุทธิงวด 4Q64 จะเติบโตต่อเนื่อง จากการเข้าช่วงฤดูกาลปล่อยสินเชื่อและขายประกัน รวมไปถึงผลบวกจากการคลาย lock down ช่วยให้แนวโน้มการตั้งสำรองหนี้สูญฯ ปรับลดลงด้วยเช่นกันแนวโน้มกำไสุทธิปี 2564-65 จะเติบโต 26% yoy และ28% yoy จากสินเชื่อและรายได้ค่านายหน้าประกันภัยเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานไปกว่า 30% ในรอบ 5 เดือน สะท้อนความกังวลเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวไปมากแล้วกำหนด FV ปี 2565 เท่า

กับ 46 บาท มี Upside สูง 20%


ที่มา :นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส

ภาพประกอบ : บล.เอเซีย พลัส


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง