4 ผู้รับเหมาไทยชิงประมูลทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง วงเงิน 1.4 หมื่นล้าน

TNN ONLINE

Wealth

4 ผู้รับเหมาไทยชิงประมูลทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง วงเงิน 1.4 หมื่นล้าน

 4 ผู้รับเหมาไทยชิงประมูลทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง  วงเงิน  1.4 หมื่นล้าน

กทพ.เผยผู้รับเหมาไทย 4 รายชิงประมูลทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง 2 สัญญา วงเงิน 1.4หมื่นล้าน เร่งสรุปผลเสนอบอร์ดส.ค.นี้ ลุ้นลงนามก.ย.นี้

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ. ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประกวดราคาโครงการก่อสร้างทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตกกรุงเทพมหานคร สัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 3 วงเงินรวมกว่า 1.47 หมื่นล้านบาทว่า ในแต่ละสัญญามีเอกชนยื่นข้อเสนอในการประกวดราคาอิเล็ก ทรอนิกส์ (e-bidding) จำนวน 4 ราย จากที่ซื้อซองไป 10 ราย โดยขณะนี้ยังไม่สามารถประกาศผลผู้เสนอราคาต่ำสุดได้ เนื่อง จากคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ และคาดว่าจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกทพ.ได้ภายในเดือนส.ค.นี้

สำหรับการประมูลครั้งนี้ กทพ.ได้กำหนดเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) โดยยึดตามกรอบเดิม และเป็นการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามประกาศกรมบัญชีกลางซึ่งทำให้ผู้รับเหมาต่างชาติ ที่ต้องการเข้าประมูลจะต้องร่วมกลุ่มกับผู้รับเหมาไทย ไม่สามารถยื่นเป็นแกนนำในการประมูลได้เหมือนเดิมที่ประกาศประกวดราคานานาชาติ (International Bid ding) ซึ่งพบว่าในครั้งนี้ ไม่มีเอกชนต่างชาติ รวมถึงจากจีน เข้ายื่นประมูล

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสรุปการประมูลและสามารถลงนามสัญญากับผู้ชนะประมูลได้ในเดือนก.ย. 64 หากไม่มีผู้ยื่นอุทธร ณ์ หรือร้องเรียน เพื่อให้เริ่มการก่อสร้างในเดือนต.ค. 64

สำหรับสัญญาที่ 1 เป็นงานก่อสร้างทางยกระดับ ขนาด 6 ช่องจราจร จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เซ็นทรัลพระราม 2 ระยะทาง 6.4 กม.ราคากลาง 7,360.78 ล้านบาท, สัญญาที่ 3 งานก่อสร้างทางยกระดับจากโรงพยาบาลบางปะกอก 9 – ด่านดาวคะนอง ระยะทาง 5 กม. ราคากลาง 7,376.86 ล้านบาท

ทั้งนี้ ากสามารถลงนามทั้ง 2 สัญญาได้ในเดือนก.ย.นี้. จะทำให้กทพ.สามารถเร่งเบิกจ่ายเงินงวดแรก 10% ของมูลค่างาน หรือสัญญาละประมาณ 700 ล้านบาท รวม เป็นเงินประมาณ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) ทำให้กทพ.ลดภาระดอกเบี้ยจาก TFF อัตรา 8% หรือประมาณ 1,300 ล้านบาทต่อปีลงได้

สำหรับราคากลางของทั้ง 2 สัญญาในการประมูลครั้งนี้ได้ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมสัญญาละประมาณ 300 กว่าล้านบาทนั้น เป็นไปตามต้นทุนจริงในปัจจุบัน ทั้งราคาเหล็ก วัสดุก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น 10% แต่ราคากลางปรับเพิ่มขึ้นแค่ 3% เท่านั้น ขณะที่มีการเร่งรัดระยะเวลาก่อสร้างให้เร็วขึ้นเป็น 34 เดือน จาก 39 เดือน หรือประมาณ 12% ซึ่งไม่ได้คิดส่วนนี้คืนกลับไปด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นราคากลางที่ต่ำอยู่แล้ว



ข่าวแนะนำ