กกร.เล็งทบทวนจีดีพีใหม่ ชี้ล็อกดาวน์ฉุดกำลังซื้อดิ่ง

TNN ONLINE

Wealth

กกร.เล็งทบทวนจีดีพีใหม่ ชี้ล็อกดาวน์ฉุดกำลังซื้อดิ่ง

กกร.เล็งทบทวนจีดีพีใหม่ ชี้ล็อกดาวน์ฉุดกำลังซื้อดิ่ง

กกร.นัดประชุมทบทวนภาพรวมเศรษฐกิจ หลังรัฐขยายเวลาล็อกดาวน์อีก 14 วัน เพิ่มพื้นที่ควบคุมเป็น 29 จังหวัด ฉุดจีดีพีร่วง พร้อมเล็งปรับเป้าส่งออกเพิ่มหลังเศรษฐกิจโลกฟื้น จับตาโควิดคลัสเตอร์โรงงาน จี้รัฐเร่งจัดสรรวัคซีนโดยด่วน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย วันนี้ (่ 4 ส.ค.) จะมีการพิจารณาแนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจไทย

ภายหลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ประกาศปรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจาก13จังหวัดเพิ่มเป็น 29 จังหวัดและขยายล็อกดาวน์ต่ออีก 14 วันว่าจะส่งผลกระทบให้ต้องมีการปรับตัวเลขคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)ใหม่หรือไม่จากเดือนที่ผ่านมาได้ปรับลดจีดีพีปีนี้ เหลือขยายตัวเป็น 0-1.5%

สำหรับเศรษฐกิจไทยหลังจากที่ล็อกดาวน์เพิ่มเติมยอมรับว่ายังคงได้รับผลกระทบและสิ่งที่ยังกังวลคือตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันยังไม่ลดลงหากไม่สามารถควบคุมผู้ติดเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 5,000 รายต่อวัน จนถึงเดือน ก.ย.นี้ เชื่อว่าเศรษฐ กิจไทยจะยิ่งบอบช้ำหนักมากขึ้นโดยหัวใจสำคัญคือต้องติดตามว่าการฉีดวัคซีนจะมีมากขึ้นแค่ไหน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า เศรษฐกิจไทย เหลือเพียงภาคการส่งออกที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการส่งออกเท่านั้นและหากพิจารณาตัวเลขมูลค่าการส่งออกเดือน มิ.ย. ขยายตัว 43.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการส่งออกรวม 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 15.53% ทำให้แนวโน้มการส่งออกของครึ่งปีที่เหลือมีโอกาสที่จะขยายตัวได้ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม กกร.ได้ประเมินการส่งออกของไทยปีนี้ ล่าสุดที่จะขยายตัวได้ 8-10% จึงมีโอกาสที่จะปรับการส่งออกเพิ่มขึ้นได้แต่คงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ประกอบด้วย

"ส่งออกไทยปีนี้มีโอกาสที่จะโตได้ระดับ 10-12% แต่ก็ยังกังวลการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังคงเพิ่มขึ้นและลามไปสู่คลัส เตอร์ โรงงานจนทำให้กระทบต่อห่วงโซ่การผลิตในบางอุตสาหกรรมแล้ว หากเกิดกระจายมากขึ้นจะก่อให้เกิดภาวะชะงักงันของสายการผลิตซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกของไทยได้"
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ส.อ.ท. เรียกร้องให้เร่งหาวัคซีนให้กับแรงงาน ม.33 และได้เคยเสนอให้รัฐเตรียมเงินไว้อัดเข้าระบบเศรษฐ กิจ 1 ล้านล้านบาท โดยการกู้มาเพิ่มไว้รองรับหลังจากที่รัฐได้ขยายล็อกดาวน์เพิ่มและอาจจะต่อเนื่องไปอีก โดยค่อยทยอยนำมาอัดฉีดไปจนถึงสิ้นปีเพราะต้องยอมรับว่าแรงซื้อคนไทยลดต่ำลงต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.ยังคงมุ่งเน้นการดูแลสมาชิกเพื่อร่วมป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยดำเนินมาตรการจัดหาวัคซีนทางเลือกโดยจะขอรับจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มเพิ่มเติมจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถามสมาชิกว่ายังมีความต้องการอีกหรือไม่ และมีจำนวนมากน้อยเพียงใด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ส.อ.ท.ได้ รับการจัดสรรไปแล้วรวม 7.6 แสนโดส (3.8 แสนคน)

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ส.อ.ท.กล่าวว่า กังวลต่อกำลังซื้อรถยนต์ในประเทศครึ่งปีหลังอาจชะลอตัวมากขึ้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มสูง ประกอบกับรัฐได้มีการขยายเวลาล็อกดาวน์ต่อเนื่องซึ่งพบว่าในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการล็อกดาวน์ ช่วงแรกลูกค้าหายไปจากโชว์รูมจำนวนมาก มีการเลื่อนการจองและยกเลิกการซื้อรถยนต์

สำหรับเป้าหมายการผลิตรถปีนี้อยู่ที่ 1.6-1.65 ล้านคัน โดยเราคงการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไว้ 7.5 แสนคันซึ่งลดลงจากปีก่อนที่ทำไว้กว่า 7.9 แสนคัน ซึ่งหากดู 6 เดือนแรกอยู่ที่ 3.7 แสนคัน ซึ่งก็ยังต้องลุ้นครึ่งปีหลังให้ได้ไม่น้อยกว่านี้จึงจะเป็นไปตามเป้า แต่ในแง่การผลิตเพื่อส่งออกเราได้ปรับเพิ่มเป็น 8-8.5 แสนคัน ซึ่งมองว่าโอกาสจะสูงเกิน 9 แสนคัน แต่ก็ยังกังวลการขาดแคลนชิ้นส่วน ชิปทั้งในต่างประเทศและไทยที่มีปัญหาการติดโควิด-19 ในโรงงานชิ้นส่วนที่ทำให้บางค่ายต้องหยุดผลิตชั่วคราว



ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง