ธปท.กังวลหนี้ครัวเรือนพุ่ง หลังไตรมาส1แตะ 90.4% -มาตรการช่วยเหลืออยู่ยังไม่เพียงพอ

TNN ONLINE

Wealth

ธปท.กังวลหนี้ครัวเรือนพุ่ง หลังไตรมาส1แตะ 90.4% -มาตรการช่วยเหลืออยู่ยังไม่เพียงพอ

ธปท.กังวลหนี้ครัวเรือนพุ่ง หลังไตรมาส1แตะ 90.4% -มาตรการช่วยเหลืออยู่ยังไม่เพียงพอ

 ธปท. ห่วงหนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง หลังไตรมาส1 แตะ 90.4% ยอมรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ปัจจุบันอาจไม่เพียงพอท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ

วันนี้ (21 ก.ค.64) นางธัญญนิตย์ นิยมการผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอและไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับลูกหนี้ทุกราย เช่น มาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือนครั้งล่าสุด เพราะเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ถูกผลกระทบในพื้นที่สีแดงให้สามารถประคองตัวผ่านช่วงวิกฤตไปได้ในเบื้องต้น แต่ยังไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ในระยะยาว รวมถึงมาตรการพักชำระหนี้ระยะที่ 3 ที่จะครบกำหนดในช่วงสิ้นปี 2564


ขณะเดียวกันยังมีความเป็นห่วงว่าภาวะหนี้ครัวเรือนไทยที่เวลานี้อยู่ในระดับสูง ล่าสุดในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2564 สัดส่วน หนี้ครัวเรือน ไทยอยู่ที่ร้อยละ 90.4 ต่อ GDP หรือ คิดเป็นมูลค่าหนี้ 14.1 ล้านล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญมาจาก วิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้รายได้หดตัวลง ส่งผลทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้รายย่อยลดลง จำนวนหนี้เพิ่มสูงขึ้น โดยหนี้ครัวเรือนมีเจ้าหนี้ค่อนข้างหลากหลาย ได้แก่ หนี้ธนาคารพาณิชย์ 43% หนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ 29% หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ 15% หนี้บริษัทลัสซิ่ง 6% หนี้บริษัทบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 4% และอื่นๆ 3% จึงเห็นว่าต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างจริงจัง เพื่อทำให้เหมาะสมกับสภาพหนี้ของลูกหนี้


อย่างไรก็ดี ธปท.อาจพิจารณาขยายมาตรการได้อีกตามสถานการณ์ ขณะที่สถาบันการเงินสามารถขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ให้แก่ลูกค้าได้ทันทีแม้จบช่วงมาตรการของ ธปท.ไปแล้ว โดยปัจจุบันพบว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) บางแห่งได้มีการขยายระยะเวลาการพักชำระหนี้แก่ลูกค้านานถึง 6 เดือน และมีแผนเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหนี้ที่อยู่นอกกำกับดูแลของ ธปท.ที่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)หนี้สหกรณ์ครูและสหกรณ์ตำรวจ และหนี้เกษตรกร ฯลฯ


สำหรับภารกิจช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงที่ผ่านมา ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน พ.ค.2564 พบว่ามีลูกหนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 4.9 ล้านราย (บัญชี) มูลค่า 3.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่ 2,060 ราย มูลค่า 6 แสนล้านบาท สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 5 แสนราย มูลค่า 1 ล้านล้านบาท และสินเชื่อรายย่อย 4.4 ล้านบัญชี มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท





ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง