แรงขายลดความเสี่ยงหลังกังวลเงินเฟ้อ ฉุดหุ้นไทยปิดลบ 7.08 จุด

TNN ONLINE

WEALTH

แรงขายลดความเสี่ยงหลังกังวลเงินเฟ้อ ฉุดหุ้นไทยปิดลบ 7.08 จุด

แรงขายลดความเสี่ยงหลังกังวลเงินเฟ้อ ฉุดหุ้นไทยปิดลบ 7.08 จุด

หุ้นไทยปิดลบ 7.08 จุด ปิดที่ 1,571.85 จุด ด้วยมูลค่า117,160.58 ล้านบาท จากแรงขายลดความเสี่ยงหลังกังวลเงินเฟ้อสหรัฐฯ-แรงกดดัน MSCI ปรับลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยหวั่นทำเงินทุนไหลออก

วันนี้( 12 พ.ค.64)ดัชนีตลาดหุ้นไทย ปิดที่ 1,571.85 จุด ลดลง 7.08 จุดหรือ0.45 % ด้วยมูลค่า117,160.58 ล้านบาท โดยตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นการปรับลดลงตามตลาดหุ้นทั่วโลกในประเด็นเงินเฟ้อสหรัฐที่อาจฟื้นตัวเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ และทำให้เกิดความกังวลว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เอฟโอเอ็มซี) จำเป็นต้องลดระดับนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเร็วกว่าที่ประธานกลางสหรัฐเคยแถลงไว้

ส่วนตลาดเอ็มเอไอปิดที่ 488.46 จุด ลดลง 0.01 จุด หรือ0.00%ด้วยมูลค่า5,479.48 ล้านบาท

บล.ไอร่า ระบุว่า ว่า ตลาดในภูมิภาคยังคงเผชิญแรงกดดันจากความกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย ซึ่งคาดจะส่งผลให้เกิดการส่งออกวัคซีนในกลุ่มประเทศยากจนล้าช้า ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคอ่อนตัวลง อีกทั้ง มีประเด็นเงินเฟ้อที่ต้องติดตามไปพร้อมกับตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รอบใหม่อย่างต่อเนื่อง แนะนำนักลงทุนระยะกลางทยอยซื้อสะสมหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ และโรงพยาบาล ส่วนระยะสั้นเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานและขนส่ง เดินเรือ

ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงตั้งแต่เปิดเทรดในช่วงเช้า จากแรงขายลดความเสี่ยงหลังกังวลอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯคาดเร่งตัวขึ้นมาที่ 3.6% จากเดือนก่อน 2.6% ซึ่งตลาดฯจับตาโมเมนตัมเศรษฐกิจสหรัฐฯว่าจะร้อนแรงไปหรือไม่ เพราะอาจมีผลต่อการทำ QE ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อีกทั้งยังรับแรงกดดันจากการปรับน้ำหนักของ MSCI ด้วย โดย MSCI ได้ปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยลง ทำให้เกิดความวิตกต่อกระแสเงินทุนไหลออก และยังถอดหุ้นขนาดใหญ่อย่าง KBANK-F ออกจากการคำนวณ MSCI Global Standard จึงกดดันให้มีรงขายหุ้น KBANK ออกมามากในวันนี้

แต่ช่วงบ่ายนี้ตลาดฯ รีบาวด์กลับขึ้นมาได้ค่อนข้างแรงระหว่างเทรด หลังจากราคาหุ้น DELTA ปรับขึ้นมาอย่างร้อนแรง ซึ่งมีผลต่อดัชนีฯค่อนข้างมาก โดยทุก 10 บาทมีผลต่อดัชนีฯ 1 จุด ซึ่งราคาหุ้น DELTA ปรับขึ้นมากว่า 100 บาทระหว่างเทรดภาคบ่ายจึงดันดัชนีฯกลับขึ้นมาได้กว่า 10 จุดลดช่วงลบไปได้มากจนเกือบจะขึ้นมาเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ และยังทำให้มีแรงซื้อกลับหุ้นตัวอื่นด้วยระหว่างที่ดัชนีฯรีบาวด์ขึ้นมาสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้บ้าง ดังนั้น วันนี้ถือได้ว่าหุ้น DELTA ช่วยให้ Sentiment ตลาดฯดีขึ้น

ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียต่างเคลื่อนไหวในแดนลบ และตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้ก็แกว่งทั้งในแดนบวก-ลบ ช่วงรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาคืนนี้ นอกจากนี้ ยังรอติดตามตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค.ของยุโรป และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะออกมาในวันนี้ด้วยเช่นกัน

ส่วน แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.)บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่า ตลาดฯคงจะแกว่งออกด้านข้าง โดยมีแนวรับ 1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,590 จุด

สำหรับ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1.DELTA มูลค่าการซื้อขาย 9,545.47 ล้านบาท ปิดที่ 558.00 บาท เพิ่มขึ้น 94.00 บาท

2.TIDLOR มูลค่าการซื้อขาย 7,873.72 ล้านบาท ปิดที่ 40.25 บาท ลดลง 2.75 บาท

3.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 6,035.43 ล้านบาท ปิดที่ 119.50 บาท ลดลง 5.50 บาท

4.SAWAD มูลค่าการซื้อขาย 3,412.81 ล้านบาท ปิดที่ 73.00 บาท ลดลง 5.25 บาท

5. KCE มูลค่าการซื้อขาย 3,389.99 ล้านบาท ปิดที่ 63.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง