โควิดแพร่ไม่หยุด! ลงทุนหุ้นอะไรดี เพิ่มผลตอบแทนในกระเป๋า

TNN ONLINE

WEALTH

โควิดแพร่ไม่หยุด! ลงทุนหุ้นอะไรดี เพิ่มผลตอบแทนในกระเป๋า

โควิดแพร่ไม่หยุด! ลงทุนหุ้นอะไรดี  เพิ่มผลตอบแทนในกระเป๋า

โบรกมองหุ้นไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยบวก-ลบทั้งในและนอกประเทศ ชี้เริ่มต้นเดือนพ.ค.ต่างชาติเทขายกระหน่ำ "TIDLOR" เทรดวันแรก 10 พ.ค. เป็นอย่างไร หุ้นเด่นตัวไหนที่น่าลงทุนท่ามกลางโควิดพุ่งไม่หยุด แต่สร้างผลตอบแทนในพอร์ตเพิ่ม ตามไปดูกันเลย

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย 10-14 พ.ค.64 ประเมินว่า SET Index ยังแกว่งตัวในกรอบ 1,544 – 1,606 จุด โดยเชื่อว่าปัจจัยที่สร้างแรงกดดันในช่วงก่อนหน้าแม้ยังมีอยู่ แต่สถานการณ์ผ่อนคลาย อาทิ สถานการณ์ Covid 19 ในไทย แม้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวัน ยังทรงตัวราว 2 พันคนต่อวัน และการเข้มงววดกิจ กรรมเศรษฐกิจของรัฐยังกดดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และหุ้นในกลุ่มเปิดเมือง อาจจะ Underperform กลุ่มอื่นที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า แต่ข่าวบวกที่ยังมีอย่างต่อเนื่องคือ เรื่องการเร่งรัดจัดหาวัคซีนทางเลือกของรัฐบาลที่มากขึ้นจากของเดิม และแผนการเร่งรัดฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่สำคัญ และจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ในช่วง ปลาย 2Q64 เป็นต้นไป ถือเป็นปัจจัยบวกบรรยากาศการลงทุน


นอกจากนี้ความกังวลการจะกลับมาใช้นโยบายการเงินกลับมาอีกครั้งในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้านางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า Fed ควรขึ้นดอกเบี้ยฯ ทำให้ Fund Flow ต่างชาติ มีการขายหนักในตลาดหุ้นไทยเดือน พ.ค. 64 (mtd) คือ วัน 5 พ.ค. ขายไป 1 หมื่นล้านบาท แต่สัญญาณบวกคือ Flow ยังไม่ได้ไปไหน และเห็นต่างชาติซื้อกลับติดต่อกันในวันที่ 6-7 พ.ค. ประมาณ 4 พันล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นการสลับเข้าไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ โดยมียอดซื้อสุทธิในเดือนนี้ (mtd) 9.73 พันล้านบาท


สำหรับระยะสั้นประเมินว่าสหรัฐไม่น่าจะขึ้นดอกเบี้ยฯได้ในเร็วฯนี้ เพราะหากดูเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขอัตราการว่างงานสหรัฐ เดือน เม.ย. ที่ออกมา ยังทรงตัวสูง 6.1% (ก่อนเกิด Covid อยู่ระดับ 3-3.5%) ทำให้สภาพคล่องในระบบการเงินยังมี หนุนตลาดหุ้นโลก


อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ Highlight สำคัญ ที่ตลาดให้น้ำหนัก หลักๆ คือ 1. การประกาศงบการเงินงวด 1Q63 ตลอดทั้งสัปดาห์ อาทิ 10 พ.ค. MCS , TU 11 พ.ค. TOP, IRPC, OR 12 พ.ค. PTTGC ,STA, STGT ฯลฯ โดยคาดการร์ภาพรวมกำไรงวด 1Q64 มีโอกาสเติบโตโดดเด่น YoY เนื่องจากฟื้นจากฐานที่ต่ำ ถือเป็นปัจจัยหนุนบรรยกาศการลงุทนในตลาดหุ้น


2. วันที่ 10 พ.ค. TIDLOR หุ้น IPO ที่อยู่ในกระแสที่นักลงทุนสนใจ จะเข้าเทรดวันแรก ราคา IPO อยู่ที่ 36.5 บาท ฝ่ายวิจัย ASPS ประเมินราคาเป้าหมายปีนี้อยู่ที่ 44 บาท ราคายังเปิด Upside ราว 20% โดยประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2564 ของ TIDLOR จะเติบโต 26% yoy และปี 65 อยู่ที่ 28% yoy สูงกว่าคู่แข่งทั้ง MTC และ SAWAD จากแนวโน้มสินเชื่อสุทธิปี 64-65 เติบโตเฉลี่ย 17% yoy สอดคล้องกับฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นหลัง IPO และรายได้ค่านายหน้าประกันภัยเติบโตโดดเด่น ถือเป็นหุ้นที่มีโอกาสเติบโตได้ดีในระยะยาว


ด้านกลยุทธ์การลงทุนเชื่อว่าปีนี้พระเอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คือ ภาคส่งออก ยังคงให้น้ำหนักไปในหุ้นเกี่ยวข้องกับการส่งออก และกลุ่ม Commodity ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid จำกัด แนะนำ 📌 NER (FV @ 7.50) ราคายางแผ่นยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้สูงขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ถือเป็นผลบวกต่อธุรกิจยางพาราอย่าง NER คาดกำไรสุทธิงวด 1Q64 เท่ากับ 312 ล้านบาท +421.7% yoy และ คาดกำไรสุทธิปี 2564-65 จะเพิ่มขึ้นถึง 47.5% yoy และ 13.3% yoy นอกจากนี้ ยังสามารถคาดหวัง Dividend yield ได้กว่า 5% ต่อปี


📌 TU (FV @ 20.00) แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q64 เท่ากับ 1.4 พันล้านบาท จะอ่อนตัวจากช่วง low season แต่เห็นการเติบโตกว่า 38.5%YoY จากแนวโน้มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมฟื้นตัว เพราะเป็นช่วง high season ของธุรกิจ Red Lobster


ขณะที่คาดกำไรสุทธิทั้งปี 64 อยู่ที่ 6.39 พันล้านบาท จะเพิ่มขึ้น 2.3% yoy จากธุรกิจทูน่ากระป๋องอาหารสัตว์เลี้ยงยังดีต่อเนื่องจากธุรกิจอาหารแช่เย็นและแช่แข็ง (กุ้งและแซลมอน) จะฟื้นตัว รวมถึงคาดธุรกิจ Red Lobster จะขาดทุนลดลงในปี 2564 จากการปรับกลยุทธ์ โดยเน้นขายอาหารกลับบ้านและเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น และที่สำคัญคือ ราคาหุ้นปัจจุบัน มีค่า PER เพียง 10 เท่า สามารถคาดหวัง Dividend yield ได้กว่า 5% ต่อปี


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง