หุ้นไทยปิดบวก 13.12 จุด ขานรับตลาดตปท.โต -คืบหน้าวัคซีนโควิด-19

TNN ONLINE

WEALTH

หุ้นไทยปิดบวก 13.12 จุด ขานรับตลาดตปท.โต -คืบหน้าวัคซีนโควิด-19

หุ้นไทยปิดบวก 13.12 จุด ขานรับตลาดตปท.โต -คืบหน้าวัคซีนโควิด-19

หุ้นไทยปิดบวกได้ 13.12 จุด ขานรับตลาดต่างประเทศโต - ความคืบหน้าการส่งมอบวัคซีนต้านโควิด-19 ในประเทศช่วยหนุน

วันนี้((7 พ.ค.64) ตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ระดับ 1,585.03 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.12 จุด (+0.83%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 93,877.50 ล้านบาท โดยดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน และดัชนีทำระดับสูงสุด 1,589.21 จุด และระดับต่ำสุด 1,577.19 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 813 หลักทรัพย์ ลดลง 807 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 434 หลักทรัพย์


บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดบวก จากช่วงบ่ายนี้ดัชนียังสามารถยืนอยู่ได้ในแดนบวกในกรอบระหว่าง 1,575 - 1,595 จุด โดยตลาดเริ่มเห็นความคืบหน้าประเด็นวัคซีนโควิด-19 ในประเทศ หลังเช้านี้รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า บริษัท ไฟเซอร์ (Pfizer) ยืนยันจะส่งมอบวัคซีน ราว 10 - 20 ล้านโดสให้กับประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีนี้ ส่งผลให้ตลาดเริ่มมีความหวังและ บรรยากาศการลงทุน ( sentiment ) จึงดูดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดรับรู้ปัจจัยกระตุ้นเชิงบวกข้างต้นนี้ไปบางส่วนแล้ว อีกทั้งยังต้องจับตาการแพร่ระบาดโควิด-19 ของคลัสเตอร์ใหม่ๆ ของไทยในช่วงสุดสัปดาห์ จึงคาดว่า อัพไซด์(Upside)ของตลาดยังจำกัด

สัปดาห์หน้าให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งหลายบริษัทฯก็ประกาศออกมาดี ทำให้จะมีการปรับเพิ่มประมาณการได้ต่อไป ส่วนนอกประเทศคืนนี้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ และจับตาสหรัฐฯในการผลักดันมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มได้เมื่อไร


ด้านบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียบวกเป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในยุโรปเทรดบ่ายนี้เคลื่อนไหวในแดนบวก เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส

ปัจจัย Global ค่อนข้างชัดเจน จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดี และผลประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจขึ้น อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของจีนก็ออกมาดี ทั้งตัวเลขการส่งออก และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคผลิต-ภาคบริการ

ขณะที่ตลาดบ้านเราจัดได้ว่าได้รับรู้สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในระดับหนึ่งแล้ว ตอนนี้ก็ต้องฝากความหวังที่วัคซีนโควิด-19 ซึ่งยังมีความไม่แน่นอน และเป็นปัจจัยถ่วงตลาดฯ ทำให้ต้องติดตามจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในแต่ละวันต่อไป นอกจากนี้ บ้านเรายังวิตกแนวโน้มที่อาจถูกปรับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจด้วยอันเป็นผลจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่

แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า คาดว่าตลาดคงจะแกว่งไซด์เวย์ และอาจจะปรับตัวขึ้นได้ในกรอบจำกัด เพราะตัวแปรหลักยังอยู่ที่โควิด-19 และวัคซีนที่เป็นความหวัง โดยให้แนวรับ 1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,610 จุด


ขณะที่บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนเดือน พ.ค.64 นี้ ประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทยอยู่ระหว่าง 1,535-1,620 จุด โดยแนะนำลงทุนหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี พลังงาน ในช่วงครึ่งเดือนแรก ส่วนครึ่งเดือนหลัง แนะนำลงทุนหุ้นในกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากตลาดหุ้นช่วงเดือน พ.ค.ปีนี้อาจแตกต่างไปจากปีก่อนที่เป็นปรากฏการณ์ เซลล์ อิน เมย์ ที่ตลาดหุ้นปรับฐานลงเฉลี่ย 1.3-1.4% อาจเป็นเพราะการปรับเพิ่มประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน หลังจากที่บริษัทใหญ่ๆ ผลประกอบการไตรมาสแรกดีและสภาพคล่องในประเทศที่อยู่ในระดับสูง

หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อ-ขายสูงสุดสุด 5 อันดับได้แก่

1. DMT : 7,334.99 ล้านบาท ราคา -0.10 บาท (-0.62%)

2. DELTA : 4,191.61 ล้านบาท ราคา +35.00 บาท (+9.54%)

3. KBANK : 4,005.92 ล้านบาท ราคา -2.00 บาท (-1.57%)

4. PTTGC : 3,687.42 ล้านบาท ราคา +1.75 บาท (+2.58%)

5. SCC : 2,423.60 ล้านบาท ราคา -10.00 บาท (-2.11%)


ดัชนี SET50 ล่าสุดปรับขึ้น +10.25 จุด หรือ +1.08% อยู่ที่ 955.80 จุด โดยมูลค่าซื้อขายรวม อยู่ที่ 41,503 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 44.21% ของ SET ทั้งหมด

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง