แนวโน้มเงินเฟ้อเม.ย.64 ดีดตัวขึ้นจากมี.ค.ที่ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน

TNN ONLINE

WEALTH

แนวโน้มเงินเฟ้อเม.ย.64 ดีดตัวขึ้นจากมี.ค.ที่ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน

แนวโน้มเงินเฟ้อเม.ย.64 ดีดตัวขึ้นจากมี.ค.ที่ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า มองแนวโน้มเงินเฟ้อ เม.ย.64 จะปรับบวกแรง จาก มี.ค. ที่ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน ขณะที่ ทั้งปี 64 คาดอยู่ในกรอบ 0.7-1.7%

วันนี้( 6 เม.ย.64) นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในเดือนเม.ย.2564 คาดว่าจะบวกแรง เพราะมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาหมดไปแล้ว และจะบวกต่อเนื่องไปทั้งปี โดยไตรมาส 2 จะบวกค่อนข้างเยอะ เพราะฐานปีที่แล้วต่ำ โดยมีน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวสำคัญ ที่จะทำให้เงินเฟ้อขึ้นมากหรือน้อย ส่วนอาหารสด เป็นไปตามฤดูกาล และความต้องการบริโภค ซึ่งก็ดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นต่างๆ ของรัฐบาลที่จะมีต่อเนื่อง และยังมีการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นได้
ส่วนเงินเฟ้อปี 2564 คาดว่าจะยังอยู่ในกรอบที่ สนค. คาดการณ์ไว้ที่ขยายตัว 0.7-1.7% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 1.2% แม้จะมีการปรับสมมติฐาน ต่างๆ เพิ่มขึ้นก็ตาม โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 2.5-3.5% จากเดิมในเดือนธ.ค.2563 คาดโต 3.5-4.5% ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมคาด 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ค่าเงินบาททั้งปีอยู่ที่ 29.0-31.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดิมคาด 30.0-32.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ.

สำหรับ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) ของไทยเดือน มี.ค.2564 ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 99.11 ลดลง 0.08% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.2563 หดตัวน้อยสุดในรอบ 13 เดือน นับตั้งแต่ มี.ค.2563 แต่เพิ่มขึ้น 0.23% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.2564 ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อเดือน มี.ค.2564 ยังคงติดลบ เพราะได้ผลดีจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล ทั้งการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาแต่เงินเฟ้อก็เริ่มได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่กลับมาเป็นบวกอีกครั้งในรอบ 14 เดือน เพิ่มขึ้น 1.35% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเพิ่ม 17.18% ทำให้ราคาขายปลีกในประเทศ ปรับขึ้น 5 ครั้ง และปรับลง 5 ครั้ง แต่ราคาปรับขึ้นมากกว่าราคาที่ลดลง รวมทั้งยังมีการเพิ่มขึ้นของน้ำมันพืช และเนื้อสุกร

ข่าวแนะนำ