ดอลลาร์สหรัฐแข็งกดเงินบาทอ่อนค่า

TNN ONLINE

WEALTH

ดอลลาร์สหรัฐแข็งกดเงินบาทอ่อนค่า

ดอลลาร์สหรัฐแข็งกดเงินบาทอ่อนค่า

ตลาดการเงินผันผวนหนักกังวลการแพร่ระบาดโควิด ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หนุนนักลงทุนเบนเข็มซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ฉุดบอนด์ยีลด์สหรัฐใกล้ระดับ1%ดันดอลลาร์แข็งค่า

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่ากรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 29.95-30.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาท ยังคงมีทิศทางเคลื่อนไหวในกรอบตามเงินดอลลาร์ ขณะที่ในช่วงปลายเดือนอาจมีผู้นำเข้าทยอยเข้ามาแลกเงินบาท โดยผู้นำเข้าส่วนมากรอเข้าซื้อเงินดอลลาร์หากเงินบาทแข็งค่าใกล้ระดับ 29.90-29.95 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้เงินบาทจะยังไม่แข็งค่าไปมากในระยะสั้น ส่วนผู้ส่งออกก็รอขายเงินดอลลาร์ที่ระดับ 30.10 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้เงินบาทจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบใกล้ระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์ +/- 10 สตางค์

สำหรับตลาดการเงินโดยรวมยังคงผันผวนหนักขึ้นและพลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงจากความกังวลปัญหาการระบาดของ COVID-19 รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ตลาดกังวลว่าตลาดหุ้นโดยรวมอยู่ในระดับราคาที่แพงเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก ทำให้ ดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ดิ่งลงกว่า 2.6% เช่นเดียวกับ

ดัชนีหุ้นเทคฯหรัฐฯ NASDAQ ที่ปรับฐานลงถึง 2.6% หลังบริษัทเทคฯขนาดใหญ่ อาทิFacebook และ Tesla รายงานผลประกอบการที่ทำให้นักลงทุนต่างผิดหวัง สะท้อนความกังวลด้านปัจจัยพื้นฐานที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าในเชิงนโยบายการเงิน เฟด จะส่งสัญญาณเน้นย้ำว่าจะเดินหน้าอัดฉีดสภาพคล่องต่อ ในอัตราเดือนละ120 พันล้านดอลลาร์ และจะยังไม่ปรับเปลี่ยนการอัดฉีดสภาพคล่อง

รวมถึงขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งต้องรอการแจกจ่ายวัคซีนอย่างทั่วถึง ส่วนในฟากยุโรป ดัชนีหุ้น STOXX50 ก็ปรับฐานลง1.6% จากปัญหาการระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้หลายประเทศต้องขยายเวลามาตรการ Lockdown

ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด ได้ส่งผลให้ผู้เล่นส่วนใหญ่กลับเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น โดยบอนด์ยีลด์10ปีสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 3bps เข้าใกล้ระดับ 1.0% ส่วน เงินดอลลาร์ก็กลับมาแข็งค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้น 0.5% แตะระดับ 90.59จุด

ขณะที่สกุลเงินที่อ่อนไหวกับตลาด อย่าง ยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.20ดอลลาร์ต่อยูโร ส่วน ออสเตรเลียดอลลาร์ (AUD) อ่อนค่าลงกว่า 0.5% สู่ระดับ 0.76 ดอลลาร์ต่อ AUD

สำหรับวันนี้ ตลาดจะยังคงติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ โดยตลาดมองว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 จะขยายตัวราว 4% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการลงทุนของภาคเอกชนที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับ New Normal และภาคอสังหาฯที่ขยายตัวดีขึ้น ขณะที่การบริโภคครัวเรือนอาจขยายตัวได้ไม่ดีจากปัญหาการระบาดของ COVID-19 ส่วนในฝั่งเอเชีย ภาพรวมเศรษฐกิจญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมมีแนวโน้มที่ไม่สดใสจากการระบาดใหม่ของ COVID-19 โดยยอดค้าปลีกในเดือนธันวาคมจะหดตัวราว 0.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราการว่างงานก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.0%

ท่ามกลางสภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด เราจึงมองว่า เงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อหลบความผันผวนของตลาดในระยะสั้น จนกว่าจะมีปัจจัยบวกกลับเข้ามาหนุนตลาด อาทิ สถานการณ์การระบาดคลี่คลายลง หรือ วัคซีนสามารถแจกจ่ายได้ดีมากขึ้น หรือแม้กระทั่ง ผลประกอบการของตลาดโดยรวมออกมาดีกว่าคาด


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

ข่าวแนะนำ