TNN online ราคาทองคำขึ้น-ลงมากแค่ไหน ! หลังเฟดขยับดอกเบี้ย

TNN ONLINE

Wealth

ราคาทองคำขึ้น-ลงมากแค่ไหน ! หลังเฟดขยับดอกเบี้ย

ราคาทองคำขึ้น-ลงมากแค่ไหน ! หลังเฟดขยับดอกเบี้ย

วายแอลจีประเมินแนวโน้มทิศทางทองคำขึ้นกับผลประชุมเฟด Hawkish มากกว่าคาด หรือ น้อยกว่าคาด เผยมีโอกาสเกิด 3 Scenarios แนะทองลงเป็นช่วงจังหวะเข้าซื้อสะสม

น.ส.เบญจมา มาอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  เปิดเผยว่า    แนวโน้มทิศทางทองคำขึ้นกับปฏิกิริยาการตอบสนองของราคาทองคำต่อผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินในเชิง Hawkish มากกว่าคาด  หรือ น้อยกว่าคาด เนื่องจากผลการประชุมเฟดยังคงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้ทั้งทิศทางบวกและทิศทางลบ ทำให้ YLG แบ่ง Scenario ที่เกิดขึ้นได้เป็น 3  Scenarios ดังนี้


ราคาทองคำขึ้น-ลงมากแค่ไหน ! หลังเฟดขยับดอกเบี้ย


1.หากเฟดส่งสัญญาณในเชิง Hawkish มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้โดยเฟดขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค.0.50% ตามคาด และเฟดส่งสัญญาณ "เปิดทาง"สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ0.75% หากมีความจำเป็นและมีกังวลต่อประเด็นเงินเฟ้อ มากกว่า ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ  


รวมถึงประกาศปรับลดขนาดงบดุลลงเดือนละ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์โดยให้ "มีผลทันที" พร้อมส่งสัญญาณ "เพิ่มวงเงิน" การปรับลดงบดุลในอนาคต "หากจำเป็น" จะเป็นปัจจัยหนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้แข็งค่า  ซึ่งจะส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำได้ 


 

2.ในทางกลับกัน หากเฟดส่งสัญญาณในเชิง Hawkish น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้โดยขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค.0.50% ตามคาด และส่งสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.75% นั้นยัง "ไม่มีความจำเป็น" และมองว่าเป็นการดำเนินการที่ "มากเกินไป"


นอกจากนี้มีกังวลต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ มากกว่า ประเด็นเงินเฟ้อ และเฟดยังไม่ประกาศปรับลดขนาดงบตุล ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่ล่าช้ากว่าการคาดการณ์ส่วนใหญ่ของตลาด จะเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อทองคำ  


3.ถ้าหากผลการประชุมเฟดสอดคล้องกับการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย0.5% ตามคาด ประกาศปรับลดขนาดงบดุลลงเดือนละ 9.5 หมื่นล้านตอลลาร์ อาจส่งผลให้ราคาทองคำเกิดแรงซื้อ Buy the Fact หลังจากราคาทองคำ Price in ผลการประชุมเฟดไปบางส่วนแล้ว


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาทองคำในปัจจุบันมีการปรับตัวลงในลักษณะของการปรับฐาน  โดยมีแนวรับแรกบริเวณ 1,891-1,877 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ซึ่งระดับต่ำสุดของเดือนมี.ค. และเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน  และมีแนวรับสำคัญระดับถัดไปซึ่งเป็นกรอบ Uptrend Line สีน้ำเงิน และบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน(เส้นสีแดง)ซึ่งอยู่ที่ 1,833-1,824 ดอลลาร์ต่อออนซ์  


แต่ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือแนวรับสำคัญดังกล่าวได้  ยังมองว่าราคาทองคำยังคงรักษาระดับอยู่ในทิศทางขาขึ้นต่อไป  และยังมีโอกาสทดสอบกรอบบนได้  โดยมีแนวต้านแรกในบริเวณ 1,998-1,956 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และมีเป้าหมายของปีที่ 2,075-2,069 ดอลลาร์ต่อออนซ์



ราคาทองคำขึ้น-ลงมากแค่ไหนหลังเฟดขยับดอกเบี้ย

ทั้งนี้หากราคาหลุดกรอบ Uptrend Line สีน้ำเงิน และบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน(เส้นสีแดง)ซึ่งอยู่ที่ 1,833-1,824 ดอลลาร์ต่อออนซ์  จะทำให้มุมมองเชิงบวกลดลง  และราคามีแนวโน้มจะลงไปสร้างฐานบริเวณแนวรับสำคัญ  และเป็นฐานของราคาทองคำในปี 2021 บริเวณ 1,676-1,630  ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง 


สำหรับผู้ที่มีทองคำในมือเป็นจำนวนมาก  แนะนำให้ลดสถานะการถือครองทองคำบางส่วน ด้วยการขายทำกำไรระยะสั้นเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,956-1,932 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แล้วรอการอ่อนตัวลงของราคาจึงกลับเข้าซื้อบริเวณแนวรับด้านล่าง  


สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำอยู่ในมือ –การอ่อนตัวลงของราคายังเป็นโอกาสทยอยซื้อเพื่อทำกำไรจากการดีดตัวระยะสั้น  โดยระมัดระวังการไล่ซื้อ


อย่างไรก็ตามประเมินว่าการปรับตัวลงของราคาทองคำยังคงเป็นโอกาสในการเข้าซื้อเช่นเดิม  แต่แนะนำให้แบ่งไม้เข้าซื้อ  โดยไม่เข้าซื้อที่แนวรับใดแนวรับหนึ่งเต็ม 100% ของพอร์ต  


แนะนำเข้าซื้อไม้แรก  หากราคาทองคำหากสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,891-1,877 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่หากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,877 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ควร ชะลอ การเข้าซื้อออกไปยังแนวรับสำคัญระดับถัดไปซึ่งเป็นกรอบ Uptrend Line สีน้ำเงิน และบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน(เส้นสีแดง) ซึ่งอยู่ที่ 1,833-1,824 ดอลลาร์ต่อออนซ์  



 


ที่มา  น.ส.เบญจมา มาอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี 

ภาพประกอบ    วายแอลจี 



ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง