TNN online ฝุ่น PM 2.5 วันนี้หนักหน่วง 10 จังหวัดเกินเกณฑ์มาตรฐาน กระทบต่อสุขภาพ

TNN ONLINE

สังคม

ฝุ่น PM 2.5 วันนี้หนักหน่วง 10 จังหวัดเกินเกณฑ์มาตรฐาน กระทบต่อสุขภาพ

ฝุ่น PM 2.5 วันนี้หนักหน่วง 10 จังหวัดเกินเกณฑ์มาตรฐาน กระทบต่อสุขภาพ

ฝุ่น PM 2.5 เช้าวันนี้หนักหน่วง พบ 10 จังหวัดค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีแดง

ฝุ่น PM 2.5 เช้าวันนี้หนักหน่วง พบ 10 จังหวัดค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีแดง


กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย GISTDA ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกาะติดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมง ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” เมื่อเวลา 8.00 น. ของวันที่ 11 มกราคม 2567 พบว่า 10 จังหวัดของประเทศมีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีแดง


5 อันดับแรก คือ ชัยนาท 106.7 สิงห์บุรี 105 ไมโครกรัม อ่างทอง 96.4 ไมโครกรัม นครสวรรค์ 89.7 ไมโครกรัม และสมุทรสงคราม 87.4 ไมโครกรัม และ พบอีก 33 จังหวัด ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม 3 อันดับแรกสีส้ม ได้แก่  สุพรรณบุรี 71.1 ไมโครกรัม กาญจนบุรี 68.7ไมโครกรัม และพิษณุโลก 68.4 ไมโครกรัม


ขณะที่กรุงเทพมหานคร พบค่าฝุ่น PM2.5 ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม จำนวน 28 เขต  โดย 5 อันดับแรก คือ ดอนเมือง 50.7 ไมโครกรัม หลักสี่ 47.6 ไมโครกรัม ราษฎร์บูรณะ 44.9 ไมโครกรัม หนองจอก 44.3 และบางคอแหลม 44.3 ไมโครกรัม


แอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายพื้นที่จะมีค่าคุณภาพอากาศที่ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม ทั้งนี้ ข้อมูลบนแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” มีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM 2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ จากข้อมูลจุดความร้อนที่รายงานโดย GISTDA เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 พบจุดความร้อนทั้งประเทศ 175 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่การเกษตร 74 จุด ตามด้วยพื้นที่เขต สปก. 36 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 31 จุด ชุมชนและอื่นๆ 24 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 7 จุด พื้นที่ริมทางหลวง 3 จุด และ โดยจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ กาญจนบุรี 16 จุด #ชัยภูมิ 11 จุด สระบุรี 11 จุด เพชรบูรณ์ 10 จุด และนครราชสีมา 10 จุด


นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านที่พบจุดความร้อน มากสุดอยู่ที่กัมพูชา 1,139 จุด  ตามด้วย พม่า 235 จุด เวียนดนาม 126 จุด  และ ลาว 75 จุด


ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูล PM2.5 แบบรายชั่วโมงเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชัน "เช็คฝุ่น"





ข้อมูลจาก GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

ภาพจาก TNN ONLINE

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง