TNN online สรุปผลฟุตบอลยูโร 2020 ประจำวันที่ 17 มิ.ย. 64

TNN ONLINE

ยูโร2020

สรุปผลฟุตบอลยูโร 2020 ประจำวันที่ 17 มิ.ย. 64

สรุปผลฟุตบอลยูโร 2020 ประจำวันที่ 17 มิ.ย. 64

สรุปผลฟุตบอลยูโร 2020 ประจำวันที่ 17 มิ.ย. 64

ศึกฟุตบอลฟุตบอลยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี ที่อารีน่า นาติโอนาล่า ประเทศโรมาเนีย "ยูเครน" ลงสนามพบ "มาซิโดเนียเหนือ" ลงทำการแข่งขันเวลา 20.00 น. 


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมการแข่งขันมาในนาทีที่ 8 สเตฟาน สปิรอฟสกี้ ที่ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนตัดเข้ากลางปล้วตัดสินใจยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งตรงกรอบเข้าเสาอแรกแต่ยังเป็น สโตเล่ ดิมิตริเยฟสกี้ ที่ปัดบอลออกหลังไปได้ 

หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างผลัดกันครองบอลเพื่อหวังสร้างสรรค์จังหวะในการลุ้นทำประตู แต่ยังไม่มีทีมใดที่มีจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งได้ เกมผ่านไปแล้ว 25 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0 

นาทีที่ 29 จากจังหวะเตะมุมของฝั่ง ยูเครน ก่อนเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ ที่สะกิดบบอลต่อมาให้ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ที่จังหวะยิงโล่งๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ยูเครน ออกนำ มาซิโดเนียเหนือ 1-0

นาทีที่ 34  อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ที่ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนจ่ายบอลทะลุช่องไปให้ โรมัน ยาเรมชุค ได้บอลหลุดเดี่ยวก่อนตัดสินใจยิงบอลผ่านมือของ สโตเล่ ดิมิตริเยฟสกี้ เข้าประตูไป ช่วยให้ ยูเครน นำห่าง มาซิโดเนียเหนือ 2-0

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้นไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ยูเครน นำ มาซิโดเนียเหนือ 2-0


ครึ่งเวลาหลัง

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 47 โกรัน ปานเดฟ ได้จังหวะครองบอลก่อนจ่ายทะลุช่องให้ อาริยาน อเดมี่ ได้จังหวะหลอกยิงไปที่เสาแรกก่อนเป็น จอร์จี้ บุชชาน ที่ปัดบอลออกหลังไปได้ 

นาทีที่ 55 โกรัน ปานเดฟ พยายามจะเข้าไปซ้ำลูกยิงของเพื่อนแต่มาถูก โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ เตะเข้าที่ขา ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนเป็น เอ็กยาน อลิออสกี้ ที่ยิงไปติดเซฟของ จอร์จี้ บุชชาน แต่บอลยังมาเข้าทาง เอ็กยาน อลิออสกี้ ที่ยิงซ้ำเข้าไปได้ ช่วยให้ มาซิโดเนียเหนือ ไล่ตาม ยูเครน 1-2

ต่อมาในนาทีที่ 74 รุสลัน มาลินอฟสกี้ ได้บอลก่อนจ่ายทะลุช่องเข้ากรอบเขตโทษให้ วิคเตอร์ ทซีกานคอฟ ได้ยิงโล่งๆ แต่บอลหลุดเสาออกหลังไป 

นาทีที่ 82 มาเช็กจังหวะก่อนหน้านั้นจากลูกฟรีคิก ก่อนมาให้จุดโทษกับ ยูเครน หลัง ดาเนี่ยล อัฟรามอฟสกี้ กางแขนในจังหวะฟรีคิก ก่อนเป็น รุสลัน มาลินอฟสกี้ ที่ยิงไปติดเซฟของ สโตเล่ ดิมิตริเยฟสกี้ ที่ปัดบอลออกหลังไปได้ 

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน ยูเครน เอาชนะ มาซิโดเนียเหนือ 2-1 ส่งผลให้ ยูเครน มี 3 แต้ม จาก 2 นัด อยู่อันดับ 3 ของตาราง ขณะที่ มาซิโดเนียเหนือ แพ้รวด 2 นัด ส่อแววตกชั้น 


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 

ยูเครน (4-1-4-1) : จอร์จี้ บุชชาน ; โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ, อิลิย่า ซาบาร์นยี่, มีโคล่า มัตวิเยนโก้, วิตาลี่ มีโคเลนโก้ ; ตาราส สเตฟาเนนโก้ ; รุสลัน มาลินอฟสกี้,มิโคลา ชาปาเรนโก้ (เซอร์เกย์ ซิดอร์ชุค น.78), โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ , อังเดร ยาร์โมเลนโก้ (วิคเตอร์ ทซีกานคอฟ น.70); โรมัน ยาเรมชุค ( อาร์เตม เบเซดิน น.70)

มาซิโดเนียเหนือ (3-4-1-2) : สโตเล่ ดิมิตริเยฟสกี้ ;สเตฟาน ริสตอฟสกี้, วิซาร์ มุสลิอู, ดาร์โก้ เวลคอฟสกี้ ;  โบบัน นิโคลอฟ (อเล็กซานดาร์ ทราจ์คอฟสกี้ น.46), อาริยาน อเดมี่,สเตฟาน สปิรอฟสกี้ (ดาร์โก้ ชูร์ลินอฟ น.46) , เอ็กยาน อลิออสกี้ ; เอนิส บาร์ดี้ (ดาเนี่ยล อัฟรามอฟสกี้ น.77); เอลิฟ เอลมาส, โกรัน ปานเดฟ


------------------------------------

ศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี ที่ปาร์เก้น สตาดิโอน ประเทศเดนมาร์ก "โคนม" เดนมาร์ก ลงสนามพบ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยี่ยม ลงทำการแข่งขันเวลา 23.00 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาเพียงนาทีที่ 2 ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก ตัดบอลได้ก่อนส่งบอลต่อให้ ยุสซุฟ โพลเซ่น ได้จังหวะยิงส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ เดนมาร์ก ออกนำ เบลเยี่ยม 1-0

หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างผลัดกันครองบอลเพื่อสร้างสรรค์ทำเกมรุกเพื่อหวังทำประตู แต่ทั้งสองทีมต่างสู้กันในแดนกลางเป็นส่วนใหญ่ และไม่มีทีมใดที่ทำประตูเพิ่มได้ เกมผ่านไปแล้ว 20 นาที สกอร์ยังคงเดิมที่ เดนมาร์ก นำ เบลเยี่ยม 1-0

นาทีที่ 26 เดนมาร์ก ได้จังหวะต่อบอลขึ้นมาหน้ากรอบก่อนบอลเลยมาถึง ดาเนี่ยล วาส ได้จังหวะยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไป 

ต่อมาในนาทีที่ 35 มิคเกล ดามส์การ์ด ได้บอลก่อนเลี้ยงจี้เข้ามาในกรอบเขตโทษ แล้วได้จังหวะยิงแต่บอลโค้งหลุดเสาออกหลังไป 

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก เดนมาร์ก นำ เบลเยี่ยม 1-0


ครึ่งเวลาหลัง

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 48 โธมัส เดลานี่ย์ ได้บอลตรงกลางสนาม ก่อนเลี้ยงบอลขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษ แล้วได้จังหวะยิงบอลหลุดเสาออกหลังไป 

นาทีที่ 55 โรเมลู ลูกากู ได้จังหวะกระชากบอลขึ้นมาก่อนเลี้ยงบอลเข้าเขตโทษแล้วจ่ายต่อมาให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้บอลแล้วส่งต่อมาให้ ธอร์กาน อาซาร์ ได้ยิงโล่งๆ เข้าไป ช่วยให้ เบลเยี่ยม ตามตีเสมอ เดนมาร์ก 1-1 

นาทีที่ 70 โรเมลู ลูกากู ได้บอลทางฝั่งขวา ก่อนจ่ายต่อมาให้ ยูริ ตีเลอมันส์ แทงบอลไปหน้าปากระตูให้ ธอร์กาน อาซาร์ ไขว้ต่อมาให้ เอแด็น อาซาร์ ก่อนแทงบอลอกมาด้านซ้ายให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้ยิงเต็มข้อส่งบอลเข้าประตุไป ช่วยให้ เบลเยี่ยม แซงขึ้นนำ เดนมาร์ก 2-1

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้นไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน เบลเยี่ยม แซงเอาชนะ เดนมาร์ก 2-1 ส่งผลให้ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" คว้าชัย 2 เกมติด ลอยลำเข้ารอบเป็นทีมที่สองต่อจาก อิตาลี แน่นอนแล้ว ขณะที่ ทัพ"โคนม" พ่าย 2 นัด ส่อแววตกรอบ 


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 

เดนมาร์ก (4-3-3) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ; อันเดรียส คริสเตนเซ่น ,ยันนิค เวสเตอร์การ์ด ( อันเดรียส สคอฟ โอลเซ่น น.84), ซิมง เคียร์, โยอาคิม เมห์เล่ ; ดาเนี่ยล วาส (เยนส์ สตรีเยอร์ ลาร์เซ่น น.62),ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โธมัส เดลานี่ย์ (มาทิอัส เยนเซ่น น.72); ยุสซุฟ โพลเซ่น (คริสเตียน นอร์การ์ด น.62), มิคเกล ดามส์การ์ด (อันเดรียส คอร์เนลิอุส น.72), มาร์ติน เบรธเวท

เบลเยี่ยม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ ; โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เจสัน เดนาเยอร์ ,แยน แฟร์ทองเก้น ; โธมัส มูนิเย่ร์, ยูริ ตีเลอมันส์, เลอันเดร์ เดนดองเกอร์ (อักเซล วิตเซล น.59), ธอร์กาน อาซาร์ ; ยานนิค การ์ราสโก้ (เอแด็น อาซาร์ น.59), ดรีส์ เมอร์เทนส์ (เควิน เดอ บรอยน์ น.46); โรเมลู ลูกากู


-------------------------------

ศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี ที่โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า ประเทศเนเธอร์แลนด์ "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ลงสนามพบ ออสเตรีย ลงทำการแข่งขันเวลา 02.00 น. 


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาเพียง 10 นาที ดาวิด อลาบา เข้าไปย้ำใส่ขาของ เดนเซล ดุมฟรีส์ บริเวนเส้นของเขตโทษ วีเออารืเช็กจังหวะดังกล่าว ก่อนที่ผู้ตัดสินจะไปเช็กที่จอ แล้วเป็นจุดโทษทันที ก่อนเป็น เมมฟิส เดอปาย ที่รับหน้าที่ยิงไม่พลาด ช่วยให้ ฮอลแลนด์ ออกนำ ออสเตรีย 1-0 

ต่อมาในนาทีที่ 24 เมมฟิส เดอปาย ตัดบอลได้ก่อนมีจังหวะเลี้ยงเดี่ยวขึ้นหน้า แล้วได้จังหวะยิงบอลพุ่งเบียดข้างตาข่ายออกหลังไป 

นาทีที่ 27 ออสเตรีย ได้จังหวะบุกขึ้นมาบ้าง ก่อนเป็น คริสโตฟ เบาม์การ์ทเนอร์ ที่ได้บอลแล้วตัดสินใจยิงแต่บอลไปติดบล็อคของ มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ ก่อนจะไปเข้ามือของ มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก รับเอาไว้ได้

นาทีที่ 40 แพทริค ฟาน อานโฮลท์ วางบอลยาวมาให้ วุท เว็กฮอร์สท์ ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษ ก่อนเปิดบอลต่อมาให้ เมมฟิส เดอปาย ได้ยิงโล่งๆ แต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไป 

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้นไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ฮอลแลนด์ นำ ออสเตรีย 1-0 


ครึ่งเวลาหลัง

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 60 ฮอลแลนด์ ได้เตะมุมก่อนเป็น เมมฟิส เดอปาย เปิดเข้ามา เดนเซล ดุมฟรีส์ โหม่งต่อมาให้ สเตฟาน เดอ ฟรายจ์ ได้โหม่งเต็มๆ แต่ยังเป็น ดาเนี่ยล บัคมันน์ ปัดบอลออกมาได้ บอลยังไปเข้าทาง มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ ได้ยิงแต่บอลหลุดออกหลังไป 

นาทีที่ 67 ฮอลแลนด์ ตัดบอลได้ตรงกลางสนามก่อนวางบอลยาวให้ ดอนเยลล์ มาเล่น ได้บอลหลุดเดี่ยวขึ้นมา มีจังหวะได้ยิงโล่งๆ แต่เจ้าตัวจ่ายบอลต่อมาให้ เดนเซล ดุมฟรีส์ ที่เติมขึ้นมาได้ยิงโล่งๆ เข้าประตูไป ช่วยให้ ฮอลแลนด์ นำ ออสเตรีย 2-0 

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้นไม่มีทีมใดที่ทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน ฮอลแลนด์ เอาชนะ ออสเตรีย 2-0 ส่งผลให้ "อัศวินสีส้ม" มี 6 แต้มจาก 2 นัด เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่แน่นอนแล้ว ขณะที่ ออสเตรีย มี 3 แต้ม จาก 2 เกม ต้องลุ้นเข้ารอบต่อไปกับ ยูเครน ในเกมสุดท้าย


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 

ฮอลแลนด์ (5-3-2) : มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก ; เดนเซล ดุมฟรีส์,มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ , สเตฟาน เดอ ฟรายจ์, ดาเล่ย์ บลินด์ (นาธาน อาเค่ น.64), แพทริค ฟาน อานโฮลท์ (โอเว่น ไวจ์นดัล น.65); มาร์เท่น เดอ รอน (ไรอัน กราเวนแบร์ช น.74), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, แฟรงกี้ เดอ ยอง ; วุท เว็กฮอร์สท์ (ดอนเยลล์ มาเล่น น.65), เมมฟิส เดอปาย (ลุค เดอ ยอง น.82)

ออสเตรีย (4-4-1-1) : ดาเนี่ยล บัคมันน์ ; สเตฟาน ไลเนอร์, อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช, มาร์ติน ฮินเตอร์เร็กเกอร์, อันเดรียส อูลเมอร์ ; คริสโตฟ เบาม์การ์ทเนอร์ (วาเลนติโน่ ลาซาโร่ น.70), คอนราด ไลเมอร์ (โฟลเรียน กริลลิตส์ช น.62), ซาเวอร์ ชลาเกอร์, ดาวิด อลาบา ; มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ; มิชาเอล เกรกอริทช์ (ซาซ่า คาลัดซิช น.61)