ผลบอลสดพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 36 เวสต์บรอมวิช พบ ลิเวอร์พูล

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ผลบอลสดพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 36 เวสต์บรอมวิช พบ ลิเวอร์พูล

ผลบอลสดพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 36 เวสต์บรอมวิช พบ ลิเวอร์พูล

เวสต์บรอมวิช เปิดรังพ่าย ลิเวอร์พูล แบบเจ็บแสบ 1-2 โดย อลีสซง เบ็คเกอร์ รับบทพระเอกหลังโหม่งประตูชัยช่วงทดเจ็บ ช่วยให้ หงส์แดง มีเพิ่มเป็น 63 แต้ม ตาม หลัง เชลซี ทีมอันดับ 4 อยู่แต้มเดียว ขณะที่ "เดอะ แบ็กกี้ส์" มี 26 แต้ม อยู่ที่ 19

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์เดย์ 36 "เดอะ แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เปิดสนามเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ลงทำการแข่งขันเวลา 22.30 น. ประจำวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมการแข่งขันมาทั้งสองทีมต่างพยายามครองบอล แต่ฝั่งทีมเยือนเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่า มีจังหวะจบสกอร์ถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ตรงกรอบ ทำให้เกมผ่านไปแล้ว 10 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

ต่อมาในนาทีที่ 15 ซามี่ อาจายี่ โหม่งบอลย้อนมาหน้าเขตโทษลิเวอร์พูล ก่อนเป็น มาเตอุส เปไรร่า เก็บตกบอลหน้ากรอบเขตโทษ แล้วกระดกบอลทะลุช่องให้ ฮัล ร็อบสัน-คานู ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนยิงผ่านมือของ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าประตูไป ช่วยให้ เวสต์บรอมวิช ออกนำ ลิเวอร์พูล 1-0

นาทีที่ 24 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จ่ายบอลมาให้ ฟาบินโญ่ ก่อนส่งต่อให้ ติอาโก้ อัลคันทาร่า แล้วได้จังหวะจ่ายทะลุช่องให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้จังหวะยิงแต่บอลหลุดเสาออกหลังไป

ต่อมาในนาทีที่ 33 ทีมเยือนมีจังหวะเดินหน้าบุกกดดัน ก่อนเป็น ซาดิโอ มาเน่ ที่ไปจิ่มบอลมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้จังหวะยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ ส่งบอลผ่านมือของ แซม จอห์นสโตนส์ เข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอ เวสต์บรอมวิช 1-1

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้น ไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ลิเวอร์พูล บุกเสมอ เวสต์บรอมวิช อยู่ 1-1


ครึ่งเวลาหลัง

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 50 เจ้าถิ่นได้จังหวะบุก ก่อนเป็น มาเตอุส เปไรร่า ที่ได้บอลเลี้ยงขึ้นหน้ามาแล้วมีจังหวะได้จบสกอร์แต่บอลไปแฉลบ เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ ก่อนไปตรงตัว อลีสซง เบ็คเกอร์ รับเข้าซองเอาไว้ได้

นาทีที่ 56 เป็นทางฝั่งทีมเยือนเดินหน้าบุกเข้าใสก่อนเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงแต่บอลไปเข้ามือของ แซม จอห์นสโตนส์ รับเอาไว้ได้

ต่อมาในนาทีที่ 71 จากจังหวะเตะมุมของฝั่งเจ้าถิ่น คอเนอร์ กัลลาเกอร์ เปิดเตะมุมเข้ามาก่อนเป็น ซามี่ อาจายี่ ที่โหม่งช่งต่อแล้วเป็น ไค บาร์ตลี่ย์ ที่จิมบอลเข้าไป ก่อนเป็น วีเออาร์ ที่ริบสกอร์ดังกล่าว เพราะมีนักเตะของ เวสต์บรอมวิช ยืนล้ำหน้าและไปบัง อลีสซง เบ็คเกอร์

นาทีที่ 78 ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง วางบอลยาวจากด้านขวา ก่อนเป็น ฮัล ร็อบสัน-คานู ที่หลุดเดี่ยวเข้ามาก่อนได้จังหวะยิงแต่บอลไปติดเซฟของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ออกมาปิดมุมเร็วก่อนบอลออกหลังไป

ก่อนที่เกมจะดำเนินถึงนาทีที่ 90+4 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่รับหน้าที่เปิดเตะมุมเข้ามาก่อนเป็น อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่เติมขึ้นมาแล้วโหม่งเต็มๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล แซงนำ เวสต์บรอมวิช 2-1

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้นไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล แซงเอาชนะ เวสต์บรอมวิช 2-1 แบ่งแต้มกันไป ส่งผลให้ "หงส์แดง" มีเพิ่มเป็น 63 แต้ม ตาม หลัง เชลซี ทีมอันดับ 4 อยู่แต้มเดียว ขณะที่ "เดอะ แบ็กกี้ส์" มี 26 แต้ม อยู่ที่ 19


รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

เวสต์บรอมวิช ระบบ(4-4-1-1) : แซม จอห์นสโตนส์ ; ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง, ซามี่ อาจายี่, ไค บาร์ตลี่ย์, คอนอร์ ทาวน์เซนด์ ; เกรดี้ เดียนกาน่า( ไอส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนลส์ น.73), แมตต์ ฟิลลิปส์,โอคาย โยคุสลู (เจค ลิเวอร์มอร์ น.75), มาเตอุส เปไรร่า ; คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ; ฮัล ร็อบสัน-คานู (คาร์แลน แกรนท์ น.81)

ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์, รีส วิลเลี่ยมส์ (จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม น.84), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; ติอาโก้ อัลคันทาร่า, ฟาบินโญ่,เคอร์ติส โจนส์ (เชอร์ดาน ชากิรี่ น.60); โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟีร์มิโน่,ซาดิโอ มาเน่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง