
ตามชุดข้อมูล NetCredit และ Numbeo ประเทศไทยต้องใช้เงินราว 317,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,461,000 บาท สำหรับการเกษียณอย่างสำราญ อยู่ในอันดับ 62 จากทั้งหมด 95 ประเทศ
เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาซึ่งอยู่อันดับ 5 ที่ 738,000 ดอลลาร์ การเกษียณในประเทศไทยใช้เงินน้อยกว่าราวร้อยละ 57 ตัวเลขนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไทยยังปรากฏอยู่ในรายชื่อจุดหมายเกษียณของชาวต่างชาติมาต่อเนื่อง
งานศึกษาชิ้นนี้คำนวณอย่างไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
วิธีคำนวณคือ นำค่าครองชีพรายเดือนของแต่ละประเทศจากฐานข้อมูล Numbeo มาคูณด้วยช่วงเวลาหลังเกษียณ 14 ปี กับอีก 8.4 เดือน ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างอายุเกษียณเฉลี่ยกับอายุขัยเฉลี่ยของคนอเมริกัน จากนั้นบวกเพิ่มอีกร้อยละ 20 เพื่อให้เป็นการเกษียณระดับสบาย
ข้อจำกัดที่ต้องระบุมี 3 ข้อ หนึ่ง ฐานการคำนวณเป็นคนอเมริกันที่จะไปเกษียณในแต่ละประเทศ ไม่ใช่คนท้องถิ่น สอง ตัวเลขไม่รวมภาษีและค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นสองรายการที่มีน้ำหนักมากในช่วงบั้นปลายชีวิต สาม Numbeo เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมจากผู้ใช้งาน ไม่ใช่สถิติทางการของหน่วยงานรัฐ ด้วยเหตุนี้ Visual Capitalist จึงระบุกำกับไว้เองว่า ตัวเลขชุดนี้ไม่ใช่เป้าหมายเงินเกษียณรายบุคคล
สรุปข่าว
ตามชุดข้อมูล NetCredit และ Numbeo ประเทศไทยต้องใช้เงินราว 317,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,461,000 บาท สำหรับการเกษียณอย่างสำราญ อยู่ในอันดับ 62 จากทั้งหมด 95 ประเทศ
เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาซึ่งอยู่อันดับ 5 ที่ 738,000 ดอลลาร์ การเกษียณในประเทศไทยใช้เงินน้อยกว่าราวร้อยละ 57 ตัวเลขนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไทยยังปรากฏอยู่ในรายชื่อจุดหมายเกษียณของชาวต่างชาติมาต่อเนื่อง
งานศึกษาชิ้นนี้คำนวณอย่างไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
วิธีคำนวณคือ นำค่าครองชีพรายเดือนของแต่ละประเทศจากฐานข้อมูล Numbeo มาคูณด้วยช่วงเวลาหลังเกษียณ 14 ปี กับอีก 8.4 เดือน ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างอายุเกษียณเฉลี่ยกับอายุขัยเฉลี่ยของคนอเมริกัน จากนั้นบวกเพิ่มอีกร้อยละ 20 เพื่อให้เป็นการเกษียณระดับสบาย
ข้อจำกัดที่ต้องระบุมี 3 ข้อ หนึ่ง ฐานการคำนวณเป็นคนอเมริกันที่จะไปเกษียณในแต่ละประเทศ ไม่ใช่คนท้องถิ่น สอง ตัวเลขไม่รวมภาษีและค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นสองรายการที่มีน้ำหนักมากในช่วงบั้นปลายชีวิต สาม Numbeo เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมจากผู้ใช้งาน ไม่ใช่สถิติทางการของหน่วยงานรัฐ ด้วยเหตุนี้ Visual Capitalist จึงระบุกำกับไว้เองว่า ตัวเลขชุดนี้ไม่ใช่เป้าหมายเงินเกษียณรายบุคคล
ไทยอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับโลกและอาเซียน
ประเทศที่แพงที่สุดคือสิงคโปร์ ที่ราว 1.1 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 36.3 ล้านบาท ตามด้วยไอซ์แลนด์ 893,000 ดอลลาร์ สวิตเซอร์แลนด์ 859,000 ดอลลาร์ และลักเซมเบิร์ก 794,000 ดอลลาร์ ส่วนกลุ่มที่ถูกที่สุดในชุดข้อมูลคือปากีสถาน 187,000 ดอลลาร์ อินเดีย 189,000 ดอลลาร์ บังกลาเทศและอียิปต์ที่ 190,000 ดอลลาร์
ในฝั่งเอเชียตะวันออก เกาหลีใต้อยู่อันดับ 40 ที่ 406,000 ดอลลาร์ และญี่ปุ่นอันดับ 42 ที่ 398,000 ดอลลาร์ ส่วนในอาเซียน สิงคโปร์อันดับ 1 ไทยอันดับ 62 ฟิลิปปินส์อันดับ 68 ที่ 301,000 ดอลลาร์ เวียดนามอันดับ 71 ที่ 295,000 ดอลลาร์ มาเลเซียอันดับ 73 ที่ 292,000 ดอลลาร์ และอินโดนีเซียอันดับ 88 ที่ 254,000 ดอลลาร์ หมายความว่าค่าใช้จ่ายเพื่อเกษียณในไทยสูงกว่าเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ในภูมิภาค
เงินออมของผู้สูงอายุไทยอยู่ในสถานะใด
รายงาน "เกษียณให้เป็นสุข ไม่เตรียมไม่ได้แล้ว: ระบบสวัสดิการวัยเกษียณ" ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่เผยแพร่ผ่านฐานเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 อ้างข้อมูลการสำรวจประชากรสูงอายุ พบว่าผู้สูงอายุร้อยละ 45 ไม่มีเงินออมเลย และอีกร้อยละ 44 มีเงินออมไม่เกิน 200,000 บาท รวมแล้วเกือบ 9 ใน 10 คน มีเงินออมในระดับต่ำหรือไม่มีเลย
ด้านแหล่งรายได้ ผู้สูงอายุร้อยละ 36 ยังพึ่งพารายได้หลักจากบุตรหลาน มากกว่าร้อยละ 30 ยังคงทำงานหลังเกษียณ และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ที่ยังทำงานระบุว่าทำเพราะความจำเป็นในการหาเลี้ยงชีพ ขณะที่ผู้สูงอายุร้อยละ 14 พึ่งพาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายได้หลัก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วง 600-1,000 บาทต่อเดือน ต่ำกว่าเส้นความยากจนของไทยในปี 2567 ที่ 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน โดย TDRI ประเมินว่าผู้สูงอายุไทยราวร้อยละ 30 มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน
ที่มาข้อมูล : NetCredit ร่วม Numbeo
ที่มารูปภาพ : TNN Online
