เปิดหลักฐาน ม.มหิดล "นพ.สรณ" ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อน-ระหว่าง นั่งประธาน กสทช.

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดหลักฐาน ม.มหิดล "นพ.สรณ" ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อน-ระหว่าง นั่งประธาน กสทช.

ข้อถกเถียงเรื่องคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เดินทางมาถึงจุดสำคัญอีกครั้ง เมื่อมหาวิทยาลัยมหิดลออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงที่ อว 78/6749 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ลงนามโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล

สาระสำคัญของหลักฐาน ม.มหิดล ฉบับนี้อยู่ที่การระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อก่อนเข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช. นพ.สรณ ปฏิบัติหน้าที่ในสถานะแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงในระบบพรีเมียมคลินิก และไม่ได้เป็นบุคลากร พนักงาน หรือลูกจ้างของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เนื่องจากไม่มีสัญญาจ้างและไม่มีคำสั่งจ้าง

หนังสือฉบับเดียวกันยังชี้แจงถึงเอกสารเดิมของมหาวิทยาลัยมหิดลลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ซึ่งเคยระบุว่าช่วงวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 นพ.สรณ มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย โดยระบุว่าข้อความดังกล่าวไม่ถูกต้องและเกิดจากการพิมพ์ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องคือเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยถึงวันที่ 7 มกราคม 2565 เท่านั้น

ประเด็นนี้มีน้ำหนัก เพราะทำให้ช่วงเวลาที่ถูกตรวจสอบไม่ได้อยู่บนคำอธิบายของ นพ.สรณ เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่มีเอกสารจากหน่วยงานต้นทางเข้ามาประกอบ อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงยังไม่ยุติ เพราะคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ไปก่อนหน้านี้แล้วในทางตรงกันข้าม

สรุปข่าว

มหาวิทยาลัยมหิดลมีหนังสือที่ อว 78/6749 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ลงนามโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ชี้แจงข้อเท็จจริงสถานะการทำงานของ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

ข้อถกเถียงเรื่องคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เดินทางมาถึงจุดสำคัญอีกครั้ง เมื่อมหาวิทยาลัยมหิดลออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงที่ อว 78/6749 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ลงนามโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล

สาระสำคัญของหลักฐาน ม.มหิดล ฉบับนี้อยู่ที่การระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อก่อนเข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช. นพ.สรณ ปฏิบัติหน้าที่ในสถานะแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงในระบบพรีเมียมคลินิก และไม่ได้เป็นบุคลากร พนักงาน หรือลูกจ้างของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เนื่องจากไม่มีสัญญาจ้างและไม่มีคำสั่งจ้าง

หนังสือฉบับเดียวกันยังชี้แจงถึงเอกสารเดิมของมหาวิทยาลัยมหิดลลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ซึ่งเคยระบุว่าช่วงวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 นพ.สรณ มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย โดยระบุว่าข้อความดังกล่าวไม่ถูกต้องและเกิดจากการพิมพ์ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องคือเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยถึงวันที่ 7 มกราคม 2565 เท่านั้น

ประเด็นนี้มีน้ำหนัก เพราะทำให้ช่วงเวลาที่ถูกตรวจสอบไม่ได้อยู่บนคำอธิบายของ นพ.สรณ เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่มีเอกสารจากหน่วยงานต้นทางเข้ามาประกอบ อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงยังไม่ยุติ เพราะคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ไปก่อนหน้านี้แล้วในทางตรงกันข้าม

หลักฐาน ม.มหิดล ระบุอะไรไว้บ้าง

หนังสือมหาวิทยาลัยมหิดลที่ อว 78/6749 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 มีหัวเรื่องว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ และอ้างอิงเอกสารของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ อว 78.06/13000 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ประกอบ

ใจความหลักคือ นพ.สรณ ที่ปฏิบัติหน้าที่แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงในการให้บริการระบบพรีเมียมคลินิกนั้น มิได้ถือเป็นบุคลากรหรือพนักงานของรัฐในสังกัดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีแต่อย่างใด และไม่ใช่ลูกจ้าง เนื่องจากไม่มีสัญญาจ้างและไม่มีคำสั่งจ้าง

แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ต่างจากลูกจ้างอย่างไร

มหาวิทยาลัยมหิดลอธิบายรูปแบบนี้ว่า เป็นกรณีที่แพทย์ผู้ได้รับอนุญาตประกอบโรคศิลปะใช้สถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ของโรงพยาบาลในการตรวจรักษาผู้ป่วย โดยมีข้อตกลงเรื่องการจัดเก็บและแบ่งรายได้จากค่ารักษา

รายได้ในลักษณะดังกล่าวถูกอธิบายว่าเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นหมวดเงินได้จากวิชาชีพอิสระ ไม่ใช่เงินเดือนจากการจ้างแรงงาน จุดนี้คือเหตุผลที่มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่านิติสัมพันธ์ของแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงกับโรงพยาบาล ไม่เท่ากับความเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐโดยอัตโนมัติ

เอกสารปี 2567 คลาดเคลื่อนตรงไหน

หนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดลลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 เคยถูกใช้อ้างอิงอย่างกว้างขวางว่า นพ.สรณ มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 และทำหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

หนังสือฉบับวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ระบุว่าข้อความดังกล่าวไม่ถูกต้อง และเป็นการพิมพ์ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ส่วนข้อเท็จจริงที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีให้มาตั้งแต่ต้นคือ นพ.สรณ เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยถึงวันที่ 7 มกราคม 2565 และเปลี่ยนเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565

ไทม์ไลน์ก่อนนั่งประธาน กสทช.

  • 7 มกราคม 2565 วันสุดท้ายที่ข้อมูลของมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า นพ.สรณ มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
  • 8 มกราคม 2565 เปลี่ยนเป็นสถานะแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง โดยมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่าไม่ได้เป็นบุคลากร พนักงาน หรือลูกจ้างของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • 8 มกราคม ถึง 12 เมษายน 2565 นพ.สรณ ชี้แจงว่าเป็นการทำหน้าที่แพทย์นอกเวลา รับค่าตอบแทนเฉพาะเมื่อปฏิบัติงาน ไม่ได้รับเงินเดือนประจำในฐานะพนักงานของรัฐ
  • 13 เมษายน 2565 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธาน กสทช.
  • 17 พฤษภาคม 2567 มหาวิทยาลัยมหิดลมีหนังสือที่ต่อมาระบุว่ามีข้อความคลาดเคลื่อนจากการพิมพ์
  • 8 สิงหาคม 2569 อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงฉบับล่าสุด

นักวิชาการชี้ ต้องแยกตรวจสอบออกจากตัดสิน

รองศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล อาจารย์ประจำคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ให้ความเห็นว่า กรณีนี้ควรแยกการตรวจสอบตามกฎหมายออกจากการตัดสินบุคคลในทางสังคม เนื่องจากยังมีความเห็นทางกฎหมายที่แตกต่างกัน จึงควรเปิดโอกาสให้ข้อเท็จจริงและกระบวนการตามกฎหมายดำเนินไปจนได้ข้อยุติ

ในมุมดังกล่าว ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะย่อมต้องยอมรับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น แต่การตรวจสอบควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่ครบถ้วน และไม่ควรเปลี่ยนข้อสงสัยให้กลายเป็นข้อสรุปความผิดก่อนกระบวนการที่เกี่ยวข้องจะเสร็จสิ้น

ที่มาข้อมูล : มหาวิทยาลัยมหิดล และ TNN Online รวบรวม

ที่มารูปภาพ : TNN Online

แท็กบทความ

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
ประธาน กสทช.มหาวิทยาลัยมหิดล
แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง
คณะกรรมการสรรหา กสทช.