
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 69 เป็นขยายตัว 1.6% จากเดิมที่คาด 1.4% สะท้อนการเติบโตที่ดีกว่าคาดในช่วงต้นปี และแรงสนับสนุนระยะสั้นจากมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าจะยังชะลอตัว โดยการบริโภคภาคเอกชนและภาคท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจ
สรุปข่าว
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 69 เป็นขยายตัว 1.6% จากเดิมที่คาด 1.4% สะท้อนการเติบโตที่ดีกว่าคาดในช่วงต้นปี และแรงสนับสนุนระยะสั้นจากมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าจะยังชะลอตัว โดยการบริโภคภาคเอกชนและภาคท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจ
นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 69 เนื่องจากการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่สม่ำเสมอ อุปสงค์ภายในประเทศยังคงซบเซา และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกยังคงกดดันความเชื่อมั่น
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมยังมีมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มในไตรมาส 3/69 ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงทำให้ผู้ประกอบการได้ปรับลดราคาห้องพักเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ ทั้งนี้ จากต้นปีจนถึงปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรม (OCC) อยู่ที่ 69%
เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปีด้วยแรงส่งที่ลดลง และมีตัวช่วยไม่มาก มาตรการกระตุ้นทางการคลังระยะสั้นจะช่วยประคองเศรษฐกิจได้ แต่ไม่เพียงพอ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งขึ้น กำลังซื้อของภาคครัวเรือนที่มั่นคงขึ้น และการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างทันท่วงที จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากการฟื้นตัวที่ยังเปราะบางไปสู่การฟื้นตัวที่ยั่งยืนมากขึ้น นายทิม กล่าว
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยจะอยู่ที่เฉลี่ย 1.9% ในปี 69 และ 1.5% ในปี 70 ซึ่งยังอยู่ภายในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังซบเซา ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ธปท. มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายการเงินในเชิงผ่อนคลายต่อไป โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 1% จนถึงสิ้นปี 70
ธนาคารยังคาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยจะลดลงมาอยู่ที่ 0.2% ของ GDP ในปี 69 ก่อนจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.5% ในปี 70 โดยผลการดำเนินงานจะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุด แนวโน้มด้านการคลังยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณปีงบประมาณ 70 อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านขาลงต่อการเติบโตในไตรมาส 4/69
ด้านอัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อค่าเงินบาท โดยเงินบาทอ่อนค่าลงตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโดยรวมสอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค เนื่องจากประเทศไทยเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังซบเซา อัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับต่ำ เงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับกระแสเงินตราต่างประเทศจากภาคท่องเที่ยว ธนาคารคาดการณ์ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 32.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 69 และ 33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 70 และ 34.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 71 ตามลำดับ
แม้เงินบาทที่อ่อนค่าลงอาจช่วยสนับสนุนการส่งออกและการท่องเที่ยวในระยะสั้นผ่านความสามารถในการแข่งขันด้านราคาที่ดีขึ้น แต่ไม่สามารถทดแทนความจำเป็นในการเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้นได้ สิ่งสำคัญสำหรับประเทศไทยคือการตอบสนองเชิงนโยบายที่ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น สนับสนุนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน และรักษาแรงส่งของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ นายทิม กล่าว
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด มองว่า ความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยมาจากแรงกดดันของเศรษฐกิจโลก พัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่อาจอ่อนแอกว่าคาด ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ และความเป็นไปได้ของความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคของไทย ฐานะการคลังภาครัฐที่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ และมาตรการสนับสนุนเชิงนโยบายที่ดำเนินอยู่ น่าจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงด้านขาลงได้ในระหว่างที่เศรษฐกิจรอการฟื้นตัวที่ยั่งยืนมากขึ้น
- กกร. คงคาดการณ์ GDP ไทยปี 69 โต 1.6-2.0% ชี้เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน
- รัฐบาลยกระดับ "ไทย-จีน" สู่พันธมิตรเศรษฐกิจดิจิทัล ขยายร่วมมือรอบด้าน
- "ไทย–จีน" เปิด 5 ความร่วมมือ 15 MoU ยกระดับเศรษฐกิจแห่งอนาคต
- ส่อง 10 อันดับ สินค้า “เทคโนโลยี” นำเข้า-ส่งออก ไทย-จีน
- อัพเป้า GDP ไทย โต 2.1% จาก 1.9% ตะวันออกกลางพักรบ ดีมานด์ AI หนุน
ที่มาข้อมูล : สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด
ที่มารูปภาพ : TNN
Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน
