ราคาบ้าน VS รายได้ต่อปี คนไทยอยากมีบ้าน ยากแค่ไหน?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ราคาบ้าน VS รายได้ต่อปี คนไทยอยากมีบ้าน ยากแค่ไหน?

World Cities Report 2026 ของโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ หรือ UN-Habitat ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 นั่นคือสัดส่วนราคาบ้านต่อรายได้ต่อปีของประเทศไทยอยู่ที่ 24.0 เท่า หมายความว่าครัวเรือนไทยระดับกลางต้องเก็บรายได้ทั้งหมดโดยไม่ใช้จ่ายอะไรเลยนาน 24 ปี จึงจะซื้อบ้านราคากลาง ๆ ได้หนึ่งหลัง

ตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งโลกที่ 11.2 เท่า มากกว่าสองเท่าตัว และทำให้ไทยอยู่อันดับ 171 จาก 181 ประเทศในชุดข้อมูล หรือเป็นประเทศที่การซื้อบ้านยากเป็นอันดับ 11 ของโลก ยากกว่าญี่ปุ่นซึ่งอยู่ที่ 10.3 เท่า และยากกว่าสิงคโปร์ที่ 15.5 เท่า ทั้งที่ทั้งสองประเทศมีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทยหลายเท่า

ความยากนี้ไม่ได้แปลว่าคนไทยเลิกอยากมีบ้าน แต่สะท้อนช่องว่างที่ห่างขึ้นระหว่างราคาที่อยู่อาศัยกับรายได้ 

สรุปข่าว

ตัวเลขที่ทำให้คนไทยจำนวนมากถอนหายใจปรากฏอยู่ในรายงาน World Cities Report 2026 ของโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ หรือ UN-Habitat ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 นั่นคือสัดส่วนราคาบ้านต่อรายได้ต่อปีของประเทศไทยอยู่ที่ 24.0 เท่า หมายความว่าครัวเรือนไทยระดับกลางต้องเก็บรายได้ทั้งหมดโดยไม่ใช้จ่ายอะไรเลยนาน 24 ปี จึงจะซื้อบ้านราคากลาง ๆ ได้หนึ่งหลัง

World Cities Report 2026 ของโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ หรือ UN-Habitat ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 นั่นคือสัดส่วนราคาบ้านต่อรายได้ต่อปีของประเทศไทยอยู่ที่ 24.0 เท่า หมายความว่าครัวเรือนไทยระดับกลางต้องเก็บรายได้ทั้งหมดโดยไม่ใช้จ่ายอะไรเลยนาน 24 ปี จึงจะซื้อบ้านราคากลาง ๆ ได้หนึ่งหลัง

ตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งโลกที่ 11.2 เท่า มากกว่าสองเท่าตัว และทำให้ไทยอยู่อันดับ 171 จาก 181 ประเทศในชุดข้อมูล หรือเป็นประเทศที่การซื้อบ้านยากเป็นอันดับ 11 ของโลก ยากกว่าญี่ปุ่นซึ่งอยู่ที่ 10.3 เท่า และยากกว่าสิงคโปร์ที่ 15.5 เท่า ทั้งที่ทั้งสองประเทศมีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทยหลายเท่า

ความยากนี้ไม่ได้แปลว่าคนไทยเลิกอยากมีบ้าน แต่สะท้อนช่องว่างที่ห่างขึ้นระหว่างราคาที่อยู่อาศัยกับรายได้ 

สัดส่วนราคาบ้านต่อรายได้ต่อปี หรือ house price-to-income ratio คือการนำราคาบ้านมัธยฐานหารด้วยรายได้ครัวเรือนมัธยฐานต่อปี ค่ายิ่งสูงยิ่งแปลว่าซื้อบ้านยาก

ค่าของไทยอยู่ที่ 24.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งโลกที่ 11.2 เท่า ขณะที่ประเทศที่ซื้อบ้านง่ายที่สุดในชุดข้อมูลคือซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ 3.0 เท่า และยากที่สุดคือซีเรียที่ 86.7 เท่า สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 4.5 เท่า อังกฤษ 8.3 เท่า และแคนาดา 9.4 เท่า

เทียบ 14 ชาติเอเชีย ไทยยากเป็นอันดับ 5

ในกลุ่ม 14 ประเทศเอเชียตามอินโฟกราฟิก ไทยอยู่อันดับ 5 ของความยาก โดยประเทศที่ยากกว่าไทยคือ จีน 34.6 เท่า กัมพูชา 32.5 เท่า ฟิลิปปินส์ 30.1 เท่า และเกาหลีใต้ 26.0 เท่า ส่วนเวียดนามตามมาติด ๆ ที่ 23.5 เท่า

กลุ่มที่ซื้อบ้านง่ายกว่าไทยอย่างชัดเจน ได้แก่ อินโดนีเซีย 18.5 เท่า สิงคโปร์ 15.5 เท่า ญี่ปุ่น 10.3 เท่า อินเดีย 9.2 เท่า มาเลเซีย 8.1 เท่า เมียนมา 8.0 เท่า สปป.ลาว 5.7 เท่า และติมอร์เลสเต 5.2 เท่า

จุดที่น่าสังเกตคือความยากในการซื้อบ้านไม่ได้แปรผันตามความมั่งคั่งของประเทศ ญี่ปุ่นและมาเลเซียมีรายได้ต่อหัวสูงกว่าเวียดนามและกัมพูชามาก แต่กลับซื้อบ้านง่ายกว่า เพราะตัวชี้วัดนี้วัดว่าราคาบ้าน "วิ่งตาม" รายได้ในประเทศนั้นได้ใกล้แค่ไหน ไม่ได้วัดว่าประเทศนั้นรวยแค่ไหน

ทำไมราคาบ้านไทยจึงวิ่งหนีรายได้

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าปัญหาหลักของตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปี 2569 คือรายได้ประชาชนโตไม่ทันราคาที่อยู่อาศัย โดยเห็นชัดตั้งแต่หลังโควิด-19 และกระทบกลุ่มรายได้ปานกลางถึงล่างมากที่สุด

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ว่ารายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนไทยอยู่ที่ 28,151 บาท ในปี 2568 ช่วงหกเดือนแรก ลดลงจาก 29,030 บาทในปี 2566 นั่นคือรายได้ครัวเรือนไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กลับหดตัวลงในระยะหลัง สวนทางกับต้นทุนที่ดินและค่าก่อสร้างที่ยังปรับขึ้น

ผลที่ตามมาคือผู้ซื้อลดขนาดความฝันลง ผู้บริโภคทุกกลุ่มรายได้หันไปขอสินเชื่อบ้านมือสองมากขึ้น จนสัดส่วนสินเชื่อบ้านมือสองเพิ่มจากร้อยละ 31 เป็นร้อยละ 41 ตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่มาข้อมูล : UN-Habitat, The Global Housing Crisis: World Cities Report 2026

ที่มารูปภาพ : TNN Online

แท็กบทความ

ราคาบ้านต่อรายได้
คนไทยอยากมีบ้าน
UN Habitat World Cities Report 2026
ตลาดที่อยู่อาศัยไทยหนี้ครัวเรือน