ข้อมูลรั่วไหล "ประชาชน-บุคลากรรัฐ" เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ข้อมูลรั่วไหล "ประชาชน-บุคลากรรัฐ" เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?

ต้นเดือนสิงหาคม 2569 ประเทศไทยเผชิญเหตุข้อมูลรั่วไหลสองกรณีในเวลาไล่เลี่ยกัน กรณีแรกคือข้อมูลผู้ครอบครองรถยนต์ที่ถูกนำไปเปิดให้ค้นหาบนเว็บไซต์ภายนอก ประกอบด้วยชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชนบางส่วน รายละเอียดรถ และข้อมูลประกันภัย กรณีที่สองคือภาพถ่ายติดบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย

สิ่งที่ต่างจากอดีตคือความเร็วในการตอบสนอง กระทรวงคมนาคมสั่ง ปิดระบบเชื่อมต่อ API ทั้งหมด ตั้งแต่เที่ยงวันที่ 4 สิงหาคม เพื่อตัดวงจรการเข้าถึงก่อนสอบสวนหาต้นตอ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีทั้งผู้แฮกและผู้เผยแพร่ ขณะที่กรมการปกครองในฐานะเจ้าของข้อมูลกลางเตรียมแจ้งความกับผู้นำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ฝั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบให้ สคส. (PDPC) ทำงานร่วมกับ สกมช. (NCSA) ตรวจสอบแหล่งที่มา และดำเนินการแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ทั้งสองกรณียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางเทคนิค และยังไม่มีข้อสรุปว่าข้อมูลออกจากระบบใด

สรุปข่าว

ต้นเดือนสิงหาคม 2569 ประเทศไทยเผชิญเหตุข้อมูลรั่วไหลสองกรณีในเวลาไล่เลี่ยกัน กรณีแรกคือข้อมูลผู้ครอบครองรถยนต์ที่ถูกนำไปเปิดให้ค้นหาบนเว็บไซต์ภายนอก ประกอบด้วยชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชนบางส่วน รายละเอียดรถ และข้อมูลประกันภัย กรณีที่สองคือภาพถ่ายติดบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย

ต้นเดือนสิงหาคม 2569 ประเทศไทยเผชิญเหตุข้อมูลรั่วไหลสองกรณีในเวลาไล่เลี่ยกัน กรณีแรกคือข้อมูลผู้ครอบครองรถยนต์ที่ถูกนำไปเปิดให้ค้นหาบนเว็บไซต์ภายนอก ประกอบด้วยชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชนบางส่วน รายละเอียดรถ และข้อมูลประกันภัย กรณีที่สองคือภาพถ่ายติดบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย

สิ่งที่ต่างจากอดีตคือความเร็วในการตอบสนอง กระทรวงคมนาคมสั่ง ปิดระบบเชื่อมต่อ API ทั้งหมด ตั้งแต่เที่ยงวันที่ 4 สิงหาคม เพื่อตัดวงจรการเข้าถึงก่อนสอบสวนหาต้นตอ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีทั้งผู้แฮกและผู้เผยแพร่ ขณะที่กรมการปกครองในฐานะเจ้าของข้อมูลกลางเตรียมแจ้งความกับผู้นำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ฝั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบให้ สคส. (PDPC) ทำงานร่วมกับ สกมช. (NCSA) ตรวจสอบแหล่งที่มา และดำเนินการแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ทั้งสองกรณียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางเทคนิค และยังไม่มีข้อสรุปว่าข้อมูลออกจากระบบใด

ก่อนหน้าสองเหตุการณ์นี้ เคยเกิดกรณีการรั่วไหลของข้อมูลครั้งใหญ่ จากกรณีข้อมูลสิทธิการรักษาพยาบาล 67.1 ล้านรายหลุดออกไป เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลที่หากตกอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี อาจถูกนำไปหลอกลวงแบบเจาะจง อาทิ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหรืออ้างชื่อคนในครอบครัวได้

และย้อนไปเมื่อปี 2567 เกิดกรณีข้อมูลหลักสิบล้านรายรั่วไหลเช่นกัน คือ ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ 20 ล้านชุด ที่ถูกประกาศขายบน Dark Web 

และกรณีที่เป็นข่าวอย่างมาก คือ 9near ที่อ้างมีข้อมูลคนไทยกว่า 55 ล้านรายการ ทั้งชื่อ ที่อยู่ วันเกิด เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน จากหน่วยงานรัฐ แต่กรณีนี้จับกุมผู้กระทำผิดได้เป็นทหารนายหนึ่ง

ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม

ที่มารูปภาพ : TNN Online