
ชี้แจง กรณีกระแสข่าวการรั่วไหลข้อมูลส่วนบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์
5 สิงหาคม 2569 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ออกเอกสารชี้แจง กรณีที่มีกระแสข่าวการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์ ว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์กรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล นั้น สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบทั่วกัน ดังนี้
1. ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว มิได้รั่วไหลจากฐานข้อมูลหลักของระบบทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง แต่อย่างใด
2. กรณีการเผยแพร่ภาพใบหน้าของบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรมการปกครองได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ผู้แทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
สรุปข่าว
ชี้แจง กรณีกระแสข่าวการรั่วไหลข้อมูลส่วนบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์
5 สิงหาคม 2569 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ออกเอกสารชี้แจง กรณีที่มีกระแสข่าวการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์ ว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์กรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล นั้น สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบทั่วกัน ดังนี้
1. ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว มิได้รั่วไหลจากฐานข้อมูลหลักของระบบทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง แต่อย่างใด
2. กรณีการเผยแพร่ภาพใบหน้าของบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรมการปกครองได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ผู้แทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
3. กรมการปกครองขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของระบบฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และมีการใช้ระบบ ThaID เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตน ซึ่งถือเป็นระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง
4. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ขอแจ้งเตือนประชาชนว่า การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่ผิดกฎหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาจเข้าข่ายมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 ซึ่งครอบคลุมถึงการนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เศรษฐกิจ รวมถึงทำให้ประชาชนตื่นตระหนก โดยมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- รมว.สธ. มั่นใจข้อมูลผู้ป่วย สธ.ไม่หลุด - งบบัตรทอง 6 หมื่นล้านไม่หายไปไหน
- ทลายบัตร 10 ปีเถื่อน! รวบ 11 ผู้ต้องหา ล่าอดีตผู้ช่วยนายทะเบียนแม่สอด
- เปิดศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน ยกระดับปราบปรามทุจริต
- ไขข้อสงสัย? ทำบัตรประชาชน กรณีศัลยกรรมภาพใบหน้าไม่ตรงกับฐานข้อมูล
- กรมการปกครองสั่งพักงานนายอำเภอหาดใหญ่ เหตุขาดการติดต่อ-พบถูก ป.ป.ช.ชี้มูลผิด
ที่มาข้อมูล : กรมการปกครอง
ที่มารูปภาพ : กรมการปกครอง / Getty Images
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
