
จากประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีการร้องเรียนเรื่องการแก้ผลคะแนนสอบเพื่อให้บุคคลบางกลุ่มได้รับการบรรจุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะแม่ทัพกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างแข็งกร้าว โดยมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่การทุจริตทั่วไป แต่คือการบ่อนทำลายระบบราชการอย่างร้ายแรง
ประณามคนโกงคือการ "ขายชาติ"
นายอนุทินได้ให้ทัศนะต่อขบวนการโกงสอบครั้งนี้ว่าเป็นการปิดกั้นโอกาสของคนดีมีความรู้ และเป็นการเริ่มต้นวงจรทุจริตตั้งแต่วันแรกของการทำงาน โดยได้ระบุว่า
"ของผมก็พูดไปถึงขนาดนี้ นี่ก็คือการขายชาติอย่างหนึ่งด้วย เพราะว่าเราเป็นการปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถต้องมาแพ้กับกระบวนการที่มาทำการทุจริต... เราก็จะได้ข้าราชการที่ทุจริตเข้ามาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน มันเป็นไปไม่ได้หรอก เราปล่อยให้เกิดไม่ได้"
ยึด "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ" สั่งโมฆะและให้ออกทั้งยวง
สำหรับมาตรการจัดการกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว นายอนุทินยืนยันว่าหากพิสูจน์ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทุจริต จะไม่มีการละเว้นแม้จะเริ่มทำงานไปแล้วก็ตาม โดยใช้หลักการทางกฎหมายที่เคร่งครัด
"ถ้าข้าราชการหลายคนนั้นมันเป็นต้นตอมาจากการทุจริตตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง อ้าว ใช่ไหม ทฤษฎีผลไม้มีพิษอ่ะ ถ้าที่เริ่มมันไม่ถูก มันก็ต้องไม่ถูกตลอดทาง อันนี้มันเป็นหลักที่ผมต้องมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเค้าได้รับทราบไว้ว่าเป้าหมายมันต้องเป็นแบบนี้"
นอกจากนี้ยังย้ำว่า แม้จะมีการแก้ไขผลสอบเพียงรายเดียว ก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วและต้องดำเนินการทันที
"แค่แก้แก้ไขผลการสอบแค่แผ่นเดียว คนเดียว ผมไม่ต้องไปทำถึง 3,000 คนหรอก แผ่นเดียวก็ผิดแล้ว"
นอกจากนี้ยังย้ำว่า แม้จะมีการแก้ไขผลสอบเพียงรายเดียว ก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วและต้องดำเนินการทันที
"แค่แก้แก้ไขผลการสอบแค่แผ่นเดียว คนเดียว ผมไม่ต้องไปทำถึง 3,000 คนหรอก แผ่นเดียวก็ผิดแล้ว"
สรุปข่าว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการขั้นเด็ดขาดให้ตรวจสอบการทุจริตสอบท้องถิ่นและการแก้คะแนนผลสอบ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและยึดหลัก "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ" ซึ่งระบุว่าหากกระบวนการเริ่มต้นมาจากการทุจริต ผลการบรรจุข้าราชการย่อมต้องเป็นโมฆะและต้องถูกให้ออกทั้งยวงแม้จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วก็ตาม
จากประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีการร้องเรียนเรื่องการแก้ผลคะแนนสอบเพื่อให้บุคคลบางกลุ่มได้รับการบรรจุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะแม่ทัพกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างแข็งกร้าว โดยมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่การทุจริตทั่วไป แต่คือการบ่อนทำลายระบบราชการอย่างร้ายแรง
ประณามคนโกงคือการ "ขายชาติ"
นายอนุทินได้ให้ทัศนะต่อขบวนการโกงสอบครั้งนี้ว่าเป็นการปิดกั้นโอกาสของคนดีมีความรู้ และเป็นการเริ่มต้นวงจรทุจริตตั้งแต่วันแรกของการทำงาน โดยได้ระบุว่า
"ของผมก็พูดไปถึงขนาดนี้ นี่ก็คือการขายชาติอย่างหนึ่งด้วย เพราะว่าเราเป็นการปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถต้องมาแพ้กับกระบวนการที่มาทำการทุจริต... เราก็จะได้ข้าราชการที่ทุจริตเข้ามาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน มันเป็นไปไม่ได้หรอก เราปล่อยให้เกิดไม่ได้"
ยึด "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ" สั่งโมฆะและให้ออกทั้งยวง
สำหรับมาตรการจัดการกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว นายอนุทินยืนยันว่าหากพิสูจน์ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทุจริต จะไม่มีการละเว้นแม้จะเริ่มทำงานไปแล้วก็ตาม โดยใช้หลักการทางกฎหมายที่เคร่งครัด
"ถ้าข้าราชการหลายคนนั้นมันเป็นต้นตอมาจากการทุจริตตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง อ้าว ใช่ไหม ทฤษฎีผลไม้มีพิษอ่ะ ถ้าที่เริ่มมันไม่ถูก มันก็ต้องไม่ถูกตลอดทาง อันนี้มันเป็นหลักที่ผมต้องมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเค้าได้รับทราบไว้ว่าเป้าหมายมันต้องเป็นแบบนี้"
นอกจากนี้ยังย้ำว่า แม้จะมีการแก้ไขผลสอบเพียงรายเดียว ก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วและต้องดำเนินการทันที
"แค่แก้แก้ไขผลการสอบแค่แผ่นเดียว คนเดียว ผมไม่ต้องไปทำถึง 3,000 คนหรอก แผ่นเดียวก็ผิดแล้ว"
นอกจากนี้ยังย้ำว่า แม้จะมีการแก้ไขผลสอบเพียงรายเดียว ก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วและต้องดำเนินการทันที
"แค่แก้แก้ไขผลการสอบแค่แผ่นเดียว คนเดียว ผมไม่ต้องไปทำถึง 3,000 คนหรอก แผ่นเดียวก็ผิดแล้ว"
มาตรการ "แจ้งความซ้อน" เร่งกระบวนการยุติธรรม
นายอนุทินได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการในฐานะ "ผู้เสียหาย" เพื่อให้ตำรวจสามารถเข้ามาทำคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเพียงแค่ผลจาก ป.ป.ช. เพื่อความรวดเร็ว:
"กระทรวงมหาดไทยก็คือหนึ่งในผู้เสียหาย... ไม่ต้องไปฟ้อง ป.ป.ช. (เพราะมีคนฟ้องแล้ว) ให้ไปฟ้องตำรวจ ให้ตำรวจเข้ามาดำเนินคดีได้ด้วยตัวเอง อันนี้ก็ทำคู่ขนานกันเลย"
"กระทรวงมหาดไทยก็คือหนึ่งในผู้เสียหาย... ไม่ต้องไปฟ้อง ป.ป.ช. (เพราะมีคนฟ้องแล้ว) ให้ไปฟ้องตำรวจ ให้ตำรวจเข้ามาดำเนินคดีได้ด้วยตัวเอง อันนี้ก็ทำคู่ขนานกันเลย"
ขยายผลตรวจสอบรอบทิศทาง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
ในส่วนของการสืบสวน นายอนุทินสั่งให้ขยายผลทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่าจะไม่มีการอุ้มใครหากตรวจพบความผิด:
"สั่งการไปก็คือ ดำเนินการเต็มที่ ไม่มีการยกเว้น ไม่มีการเกรงใจใคร พลาดถึงใครก็โดนคนนั้น ใกล้ชิดสนิทสนม รู้จักไม่รู้จักไม่ใช่ประเด็น... บางทีมันก็ต้องไม่มีญาตินะ"
บทสรุปและการป้องกันในอนาคต
ที่ผ่านมานายอนุทินระบุว่าเคยสั่งระงับการสอบมาแล้วเนื่องจากมีข่าวลือการทุจริต และได้มีการเปลี่ยนหน่วยงานจัดสอบจากมหาวิทยาลัยบูรพามาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เพื่อความโปร่งใส
แต่เมื่อยังเกิดปัญหาในขั้นตอนการเก็บรักษาข้อสอบที่ไปฝากไว้กับเอกชนแทนที่จะเป็นห้องมั่นคงของราชการ นายอนุทินจึงถือเป็นบทเรียนใหญ่ที่ต้องล้างบางขบวนการนี้ให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป
แต่เมื่อยังเกิดปัญหาในขั้นตอนการเก็บรักษาข้อสอบที่ไปฝากไว้กับเอกชนแทนที่จะเป็นห้องมั่นคงของราชการ นายอนุทินจึงถือเป็นบทเรียนใหญ่ที่ต้องล้างบางขบวนการนี้ให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป
- สรุปปมร้อน ทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน! "เดชอิศม์ ขาวทอง" กางไทม์ไลน์โต้ ยันโปร่งใส ไร้เอี่ยว
- สั่งย้าย"ธีรุตม์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น
- นายกฯ ชูไทยเป็นประตูเชื่อมรัสเซียสู่อาเซียน พร้อมผลักดันการค้า-ลงทุน
- มท. แจ้งทุกจังหวัด จัดพิธีบำเพ็ญกุศล-ทำบุญตักบาตร ถวายพระกุศลแด่ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”
- นายกฯ ชูไทย “ประตูยุทธศาสตร์” เสริมความมั่นคงพลังงาน-อาหาร-ดิจิทัล
ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม
ที่มารูปภาพ : TNN
