สรุปปมร้อน ทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน! "เดชอิศม์ ขาวทอง" กางไทม์ไลน์โต้ ยันโปร่งใส ไร้เอี่ยว

Share on Line Share on Facebook Share on X
สรุปปมร้อน ทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน! "เดชอิศม์ ขาวทอง" กางไทม์ไลน์โต้ ยันโปร่งใส ไร้เอี่ยว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมจับตามอง สำหรับกรณีข้อครหาการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจมีความเสียหายสูงถึง 4,500 ล้านบาท ล่าสุด นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด พร้อมกางไทม์ไลน์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

ประกาศผลผู้ชนะ ก่อนรับตำแหน่ง

ประเด็นสำคัญที่นายเดชอิศม์หยิบยกมาชี้แจง คือเรื่องของช่วงเวลาที่เกิดการอนุมัติโครงการจัดสอบ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้:

  • 26 มิถุนายน 2568: กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประกาศให้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ชนะการเสนอราคาโครงการจัดสอบ

  • 30 มิถุนายน 2568: นายเดชอิศม์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย (เข้ามารับตำแหน่งหลัง สถ. ประกาศผล 4 วัน)

  • 19 กันยายน 2568: นายเดชอิศม์ พ้นจากตำแหน่ง

เดินหน้าตรวจสอบ สั่งหารือ DSI เมื่อพบข้อสงสัย

ในช่วงที่นายเดชอิศม์กำกับดูแล สถ. ได้เกิดการยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ทำให้เรื่องต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง ระหว่างนั้นมีเสียงร้องเรียนหนาหูจากข้าราชการและผู้บริหารท้องถิ่น ถึงความไม่โปร่งใสของกระบวนการสอบและการอ้างถึงการเรียกรับผลประโยชน์

เพื่อความชัดเจน นายเดชอิศม์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ดังนี้:

  1. เสนอให้ยกเลิกและจัดสอบใหม่: ได้หารือกับอธิบดี สถ. คนใหม่ ให้ยกเลิกผลการเสนอราคาและเปิดแข่งขันใหม่เพื่อความโปร่งใส แต่อธิบดีระบุว่าในทางกฎหมายต้องรอผลวินิจฉัยจากกรมบัญชีกลางก่อน

  2. ดึง DSI ร่วมตรวจสอบ: นำข้อกังวลทั้งหมดไปหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงคู่ขนานกันไป

สถ. ยันระบบสอบรัดกุม ขั้นสุดความปลอดภัย

ในส่วนของความกังวลเรื่องข้อสอบ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกมาชี้แจงถึงมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของกระดาษคำตอบ ตามเอกสารข้อกำหนดและเงื่อนไข (TOR) โดยระบุว่า:

  • เอกสารทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้ที่ มศว ใน ห้องมั่นคง ที่มีการล็อกอย่างแน่นหนา

  • มีระบบ กล้องวงจรปิด (CCTV) บันทึกภาพความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง

  • การขนส่งเอกสารใช้ยานพาหนะที่มิดชิด พร้อมติดตั้ง ระบบ GPS เพื่อติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์

สรุปข่าว

นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุไทม์ไลน์ว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ประกาศให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ชนะการจัดสอบก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งเพียง 4 วัน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมจับตามอง สำหรับกรณีข้อครหาการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจมีความเสียหายสูงถึง 4,500 ล้านบาท ล่าสุด นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด พร้อมกางไทม์ไลน์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

ประกาศผลผู้ชนะ ก่อนรับตำแหน่ง

ประเด็นสำคัญที่นายเดชอิศม์หยิบยกมาชี้แจง คือเรื่องของช่วงเวลาที่เกิดการอนุมัติโครงการจัดสอบ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้:

  • 26 มิถุนายน 2568: กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประกาศให้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ชนะการเสนอราคาโครงการจัดสอบ

  • 30 มิถุนายน 2568: นายเดชอิศม์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย (เข้ามารับตำแหน่งหลัง สถ. ประกาศผล 4 วัน)

  • 19 กันยายน 2568: นายเดชอิศม์ พ้นจากตำแหน่ง

เดินหน้าตรวจสอบ สั่งหารือ DSI เมื่อพบข้อสงสัย

ในช่วงที่นายเดชอิศม์กำกับดูแล สถ. ได้เกิดการยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ทำให้เรื่องต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง ระหว่างนั้นมีเสียงร้องเรียนหนาหูจากข้าราชการและผู้บริหารท้องถิ่น ถึงความไม่โปร่งใสของกระบวนการสอบและการอ้างถึงการเรียกรับผลประโยชน์

เพื่อความชัดเจน นายเดชอิศม์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ดังนี้:

  1. เสนอให้ยกเลิกและจัดสอบใหม่: ได้หารือกับอธิบดี สถ. คนใหม่ ให้ยกเลิกผลการเสนอราคาและเปิดแข่งขันใหม่เพื่อความโปร่งใส แต่อธิบดีระบุว่าในทางกฎหมายต้องรอผลวินิจฉัยจากกรมบัญชีกลางก่อน

  2. ดึง DSI ร่วมตรวจสอบ: นำข้อกังวลทั้งหมดไปหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงคู่ขนานกันไป

สถ. ยันระบบสอบรัดกุม ขั้นสุดความปลอดภัย

ในส่วนของความกังวลเรื่องข้อสอบ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกมาชี้แจงถึงมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของกระดาษคำตอบ ตามเอกสารข้อกำหนดและเงื่อนไข (TOR) โดยระบุว่า:

  • เอกสารทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้ที่ มศว ใน ห้องมั่นคง ที่มีการล็อกอย่างแน่นหนา

  • มีระบบ กล้องวงจรปิด (CCTV) บันทึกภาพความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง

  • การขนส่งเอกสารใช้ยานพาหนะที่มิดชิด พร้อมติดตั้ง ระบบ GPS เพื่อติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์

ก้าวต่อไป: สภาฯ เตรียมเรียก สถ. - มศว ชี้แจง

ความคืบหน้าล่าสุดในสัปดาห์หน้า คณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น และ คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎร เตรียมเชิญตัวแทนจาก สถ. และ มศว เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปมทุจริตนี้ หลังจากนั้นจะส่งมอบข้อมูลให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินคดีต่อไป

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) คนปัจจุบัน ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้าราชการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว โดยจะยังไม่มีการประกาศยกเลิกผลสอบใดๆ จนกว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะปรากฏชัดเจน

นายเดชอิศม์ย้ำทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ตนยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และผลประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ แต่ด้วยข้อจำกัดที่ต้องพ้นจากตำแหน่งไปก่อนที่กระบวนการพิจารณาของกรมบัญชีกลางจะแล้วเสร็จ จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้ติดตามเรื่องนี้ต่อในฐานะผู้กำกับดูแล

ขณะเดียวกัน ในสัปดาห์หน้า ประธานคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น และประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ของสภาผู้แทนราษฎร มีกำหนดจะเชิญกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปมทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งคาดการณ์ความเสียหายสูงถึง 4.5 พันล้านบาท หลังจากได้รับข้อมูลแล้ว จะมีการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่อดำเนินการต่อไป 

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้าราชการ สถ. ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต และยังไม่ยกเลิกผลสอบ โดยจะรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ 

นายเดชอิศม์ ขาวทอง ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และได้ดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่และกระบวนการตามกฎหมาย 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กระบวนการพิจารณาของกรมบัญชีกลางจะแล้วเสร็จ ตนเองได้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ทำให้ไม่ได้มีโอกาสติดตามหรือดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อในฐานะผู้กำกับดูแล