วิ่งแล้วคันขา ผิวแดง เกิดจากอะไร?

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิ่งแล้วคันขา ผิวแดง เกิดจากอะไร?

เคยไหม? กำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ดี ๆ กลับรู้สึกคันยุบยิบบริเวณขา บางคนมีอาการคันคล้ายเข็มทิ่มผิวหนัง หรือสังเกตเห็นรอยแดงเป็นปื้น ๆ จนต้องหยุดวิ่งเพื่อเกา อาการเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า Runner’s Itch ซึ่งเป็นอาการคันที่เกิดขึ้นระหว่างหรือหลังการวิ่ง และอาจเกี่ยวข้องกับการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อการออกกำลังกาย

สรุปข่าว

"Runner’s Itch" คืออาการคันยุบยิบและมีผิวแดงบริเวณขาขณะหรือหลังวิ่ง ซึ่งมักเกิดขึ้นกับนักวิ่งมือใหม่หรือผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน

เคยไหม? กำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ดี ๆ กลับรู้สึกคันยุบยิบบริเวณขา บางคนมีอาการคันคล้ายเข็มทิ่มผิวหนัง หรือสังเกตเห็นรอยแดงเป็นปื้น ๆ จนต้องหยุดวิ่งเพื่อเกา อาการเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า Runner’s Itch ซึ่งเป็นอาการคันที่เกิดขึ้นระหว่างหรือหลังการวิ่ง และอาจเกี่ยวข้องกับการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อการออกกำลังกาย

Runner’s Itch คืออะไร?

Runner’s Itch เป็นคำที่ใช้เรียกอาการคันตามผิวหนัง ซึ่งมักเกิดขึ้นบริเวณขาและต้นขาระหว่างวิ่งหรือหลังเริ่มออกกำลังกายไม่นาน ผู้ที่มีอาการอาจรู้สึกคันยิบ ๆ คล้ายมีเข็มเล็ก ๆ ทิ่มผิวหนัง รู้สึกร้อน หรือมีรอยแดงกระจายตามผิวหนังร่วมด้วย

อาการนี้พบได้ในนักวิ่งมือใหม่ รวมถึงผู้ที่หยุดออกกำลังกายไปเป็นเวลานานแล้วกลับมาเริ่มวิ่งอีกครั้ง โดยทั่วไปมักเป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อหยุดพัก อย่างไรก็ตาม Runner’s Itch ไม่ใช่ชื่อโรคหรือคำวินิจฉัยทางการแพทย์โดยตรง และอาการคันหลังวิ่งก็อาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย

ทำไมวิ่งแล้วถึงคันขา?

สาเหตุหนึ่งที่อาจเกี่ยวข้องกับ Runner’s Itch คือการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดขณะออกกำลังกาย เมื่อเริ่มวิ่ง หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดและนำออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่กำลังทำงาน ขณะเดียวกันหลอดเลือดบริเวณผิวหนังก็มีการขยายตัวเพื่อช่วยระบายความร้อนและปรับสมดุลอุณหภูมิของร่างกาย

การเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือดและการขยายตัวของหลอดเลือดอาจเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นปลายประสาทบริเวณผิวหนัง ทำให้เกิดความรู้สึกคันหรือยิบ ๆ คล้ายมีเข็มทิ่มผิวหนัง

อีกกลไกหนึ่งที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องคือการหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบและปฏิกิริยาภูมิแพ้ โดยฮิสตามีนสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการคัน ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และเพิ่มการซึมผ่านของผนังหลอดเลือด จึงอาจทำให้ผิวหนังแดงหรือรู้สึกร้อนขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม กลไกเหล่านี้ยังไม่สามารถใช้อธิบายอาการ Runner’s Itch ได้ทั้งหมด และไม่ควรสรุปว่าอาการคันทุกกรณีเกิดจากการหลั่งฮิสตามีนเพียงอย่างเดียว

ทำไมนักวิ่งมือใหม่จึงมีโอกาสเกิดอาการนี้มากกว่า?

เนื่องจากร่างกายยังไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดขณะออกกำลังกาย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ชีวิตแบบไม่ค่อยเคลื่อนไหว หรือหยุดออกกำลังกายไปนาน เมื่อกลับมาเริ่มวิ่งอีกครั้ง หัวใจและระบบไหลเวียนเลือดต้องปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการออกซิเจนที่เพิ่มขึ้น จึงอาจกระตุ้นให้เกิดอาการคันได้

เมื่อฝึกวิ่งอย่างสม่ำเสมอและค่อย ๆ เพิ่มระดับความหนัก ร่างกายอาจปรับตัวต่อการออกกำลังกายได้ดีขึ้น ทำให้อาการเกิดน้อยลงหรือหายไปในที่สุด ทั้งนี้ Runner’s Itch ไม่ได้เกิดเฉพาะการวิ่งเท่านั้น แต่ยังอาจพบได้ในกิจกรรมคาร์ดิโออื่น ๆ เช่น การปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ซึ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วและเพิ่มการไหลเวียนเลือดเช่นกัน

รับมืออย่างไรเมื่อวิ่งแล้วเกิดอาการคัน?

หากเริ่มรู้สึกคันระหว่างวิ่ง ควรลดความเร็วหรือหยุดพักชั่วคราว เพื่อให้หัวใจเต้นช้าลงและร่างกายค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิ หลีกเลี่ยงการเกาหรือถูผิวหนังแรง ๆ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น หากยังมีอาการคันหลังหยดออกกำลังกาย อาจใช้ผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการคันที่เหมาะกับสภาพผิว

สำหรับการป้องกัน ควรเริ่มต้นวิ่งจากระยะทางและความเร็วที่เหมาะสม ไม่หักโหมตั้งแต่ครั้งแรก วอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย และค่อย ๆ เพิ่มระยะทางหรือความหนักของการฝึก เลือกเสื้อผ้าที่ระบายเหงื่อได้ดี ไม่รัดหรือเสียดสีกับผิวหนัง รวมถึงดูแลผิวให้ชุ่มชื้นและดื่มน้ำให้เพียงพอ

คันหลังวิ่งแบบไหนที่ต้องระวัง?

Runner’s Itch มักเป็นอาการชั่วคราว แต่การคันและมีผื่นแดงหลังออกกำลังกายไม่ได้หมายความว่าเป็นภาวะนี้เสมอไป เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะลมพิษจากการออกกำลังกาย (Exercise-induced Urticaria) หรือ Cholinergic Urticaria ซึ่งเป็นลมพิษที่สัมพันธ์กับอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น โดยอาจพบผื่นนูนหรือตุ่มเล็ก ๆ ร่วมกับอาการคัน

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ Exercise-induced Anaphylaxis หรือภาวะแอนาฟิแล็กซิสจากการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง อาจเริ่มจากอาการคันและผื่นแดง ก่อนมีอาการผิดปกติอื่น ๆ เช่น หายใจลำบาก ปาก ลิ้น หรือคอบวม เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ หรืออาเจียน

หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรหยุดออกกำลังกายและรับการรักษาฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นภาวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ดังนั้น หากมีอาการคันขาหรือผิวหนังแดงหลังวิ่งเพียงเล็กน้อยและค่อย ๆ หายไปเมื่อพัก อาจเป็นการตอบสนองของร่างกายที่สัมพันธ์กับการออกกำลังกาย แต่หากอาการรุนแรง เกิดซ้ำบ่อย มีผื่นนูนชัดเจน หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรเหมารวมว่าเป็น Runner’s Itch ทุกครั้ง

ที่มาข้อมูล : Cleveland Clinic – Runner’s Itch: Why You Might Itch When You Run

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย