คนรุ่นใหม่รักสุขภาพนิยมไปวิ่งเข้ายิม "อาหารโปรตีน"มาแรง

Share on Line Share on Facebook Share on X

เทรนด์ Longevity หรือการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีอายุยืนยาวอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ กำลังเข้ามามีบทบาทต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในเมืองที่หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น

นาย พนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา เทรนด์ Longevity กลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่กำหนดพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเห็นได้จากการรวมกลุ่มวิ่งในสวนสาธารณะ การออกกำลังกายแบบกลุ่ม ตลอดจนการเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะเมนูน้ำตาลน้อยและอาหารโปรตีนสูง

ข้อมูลจาก Grab พบว่า การเรียกรถไปยังสวนสาธารณะหลักในกรุงเทพฯ เพื่อออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า โดยช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมสูงคือ 04.00-08.00 น.  ขณะที่ช่วงเย็นระหว่าง 17.00-20.00 น. กลุ่มคนทำงานนิยมเดินทางไปออกกำลังกายหลังเลิกงาน สะท้อนจากยอดใช้บริการเรียกรถไปฟิตเนสและยิมที่เติบโต 30%

ส่วนต่างจังหวัด เทรนด์ออกกำลังกายในสวนสาธารณะได้รับความนิยมเช่นกัน โดย 5 สวนสาธารณะที่มีการเรียกรถไปใช้บริการมาก ได้แก่ สวนสาธารณะรถไฟ จังหวัดเชียงใหม่ บึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น สวนสาธารณะเทศบาลตำบลบางทราย จังหวัดชลบุรี สวนหลวง ร.9 จังหวัดภูเก็ต และสวนน้ำบุ่งตาหลั่วเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา

ขณะที่พฤติกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มก็เปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกัน โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยอดสั่งเครื่องดื่มที่มีระดับความหวาน 0-75% ผ่าน GrabFood เพิ่มขึ้นกว่า 50%เครื่องดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาลได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็นกว่า 40% ของกลุ่มเครื่องดื่มหวานน้อย โดยกาแฟดำและเคลียร์มัตฉะ หรือเมนูที่ไม่เติมน้ำตาล มียอดสั่งรวมกันมากกว่า 10 ล้านแก้วต่อปี  ด้านอาหารโปรตีนสูง เมนูที่มีส่วนประกอบของอกไก่มียอดสั่งมากกว่า 3.3 ล้านออเดอร์ต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 30% 


สรุปข่าว

แกร็บเผยเทรนด์ คนเมืองรักสุขภาพมากขึ้นพบเรียกรถไปสวนสาธารณะพุ่ง 5 เท่า หันดื่มกาแฟ-มัจฉะ หวาน 0% อาหารสุขภาพ เครื่องดื่มโปรตีนโตแรง ขณะที่ภาครัฐจับมือ Grab ดัน AI เพิ่มรายได้ร้านค้า เดินหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

เทรนด์ Longevity หรือการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีอายุยืนยาวอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ กำลังเข้ามามีบทบาทต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในเมืองที่หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น

นาย พนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา เทรนด์ Longevity กลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่กำหนดพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเห็นได้จากการรวมกลุ่มวิ่งในสวนสาธารณะ การออกกำลังกายแบบกลุ่ม ตลอดจนการเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะเมนูน้ำตาลน้อยและอาหารโปรตีนสูง

ข้อมูลจาก Grab พบว่า การเรียกรถไปยังสวนสาธารณะหลักในกรุงเทพฯ เพื่อออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า โดยช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมสูงคือ 04.00-08.00 น.  ขณะที่ช่วงเย็นระหว่าง 17.00-20.00 น. กลุ่มคนทำงานนิยมเดินทางไปออกกำลังกายหลังเลิกงาน สะท้อนจากยอดใช้บริการเรียกรถไปฟิตเนสและยิมที่เติบโต 30%

ส่วนต่างจังหวัด เทรนด์ออกกำลังกายในสวนสาธารณะได้รับความนิยมเช่นกัน โดย 5 สวนสาธารณะที่มีการเรียกรถไปใช้บริการมาก ได้แก่ สวนสาธารณะรถไฟ จังหวัดเชียงใหม่ บึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น สวนสาธารณะเทศบาลตำบลบางทราย จังหวัดชลบุรี สวนหลวง ร.9 จังหวัดภูเก็ต และสวนน้ำบุ่งตาหลั่วเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา

ขณะที่พฤติกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มก็เปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกัน โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยอดสั่งเครื่องดื่มที่มีระดับความหวาน 0-75% ผ่าน GrabFood เพิ่มขึ้นกว่า 50%เครื่องดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาลได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็นกว่า 40% ของกลุ่มเครื่องดื่มหวานน้อย โดยกาแฟดำและเคลียร์มัตฉะ หรือเมนูที่ไม่เติมน้ำตาล มียอดสั่งรวมกันมากกว่า 10 ล้านแก้วต่อปี  ด้านอาหารโปรตีนสูง เมนูที่มีส่วนประกอบของอกไก่มียอดสั่งมากกว่า 3.3 ล้านออเดอร์ต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 30% 


ขณะที่คำค้นหาเมนูสุขภาพอย่าง “สลัด” “กรีกโยเกิร์ต” และ “อาหารคลีน” รวมกันเกือบ 1 ล้านครั้ง  นอกจากนี้ ผักเคล บลูเบอร์รี และแซลมอน กลายเป็นกลุ่มซูเปอร์ฟู้ดยอดนิยม ขณะที่โปรตีนพร้อมดื่มมียอดสั่งซื้อกว่า 450,000 ขวดต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 3.5 เท่า สะท้อนการเติบโตของตลาด Sports Nutrition ทั้งเครื่องดื่มเกลือแร่ เจลให้พลังงาน และอาหารเสริมโปรตีน ส่วนร้านสินค้าสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูงบน GrabMart ได้แก่ ร้านใบเมี่ยง Radiance และ Veganerie โดยมียอดขายเติบโตมากกว่า 10 เท่า

แกร็บยังเตรียมตอบรับเทรนด์ดังกล่าวด้วยการทดลองฟีเจอร์ Nutrition Tag บน GrabFood เพื่อแนะนำเมนูตามคุณค่าทางโภชนาการ เช่น โปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ แคลอรีต่ำ และน้ำตาลน้อย ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกเมนูให้เหมาะกับเป้าหมายด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น

ภาพรวมจึงสะท้อนว่า เทรนด์สุขภาพกำลังเปลี่ยนจากการดูแลตัวเองเป็นครั้งคราว ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การออกกำลังกาย การเดินทางไปฟิตเนส ไปจนถึงการเลือกอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าที่ตอบโจทย์เป้าหมายด้านสุขภาพ

ผู้บริโภครุ่นใหม่จึงไม่ได้เพียง “อยากผอม” หรือ “อยากฟิต” แต่กำลังให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีในระยะยาวมากขึ้น ซึ่งทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ Sports Nutrition และบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ มีโอกาสเติบโตตามไปด้วย

จากความนิยมใช้บริการผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล อสดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล โดยดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับนายแอนโธนี ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Grab Holdings ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้ผู้ขับขี่และผู้ประกอบการรายย่อย

นายเอกนิติระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการส่งเสริมนวัตกรรม ผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวโดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวนมาก และมียอดสั่งซื้อผ่าน Grab รวม 10 ล้านออเดอร์ สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการสร้างรายได้และขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ

รัฐบาลเตรียมต่อยอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยมุ่งยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

ด้าน Grab ระบุว่า การเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ยังนำไปสู่การพัฒนาระบบ AI ที่มีลักษณะคล้ายฟีเจอร์ “นกกระซิบ” เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับร้านค้า โดยพบว่ายอดขายของร้านค้าที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นกว่า 68%  Grab มองว่า การใช้ AI ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่เป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการร้านและเพิ่มรายได้ได้มากขึ้น โดยเตรียมนำความคิดเห็นจากประชาชนและร้านค้ามาพัฒนาต่อยอดบริการในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังชื่นชมความร่วมมือระหว่าง Grab กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการพัฒนาทักษะด้าน AI และทักษะดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยรัฐบาลตั้งเป้าขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมผู้ประกอบการทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยรัฐบาลพร้อมสานต่อความร่วมมือกับ Grab เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว


ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Canva