
หลายคนอาจมองว่าอายุที่มากขึ้นคือสัญญาณให้ร่างกายชะลอตัว แต่สำหรับ เด็บบี ลีฮี วัย 71 ปีจากเมืองโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย เธอกลับพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ความแข็งแรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายอย่างสม่ำเสมอและความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้
สรุปข่าว
หลายคนอาจมองว่าอายุที่มากขึ้นคือสัญญาณให้ร่างกายชะลอตัว แต่สำหรับ เด็บบี ลีฮี วัย 71 ปีจากเมืองโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย เธอกลับพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ความแข็งแรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายอย่างสม่ำเสมอและความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้
จากผู้ป่วย สู่เส้นทางการออกกำลังกาย
เด็บบีเป็นทั้งเทรนเนอร์ส่วนตัว ทำงานพาร์ตไทม์ และยังช่วยเลี้ยงหลานถึง 5 คนที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี แม้จะมีภารกิจมากมาย เธอยังคงฝึกซ้อมเกือบทุกวัน จนสามารถคว้าอันดับ 4 ของโลกในรุ่นอายุของตัวเอง จากการแข่งขัน HYROX World Championships ที่นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันฟิตเนสที่โหดที่สุดรายการหนึ่งของโลก
HYROX เป็นการแข่งขันที่ทดสอบทั้งความแข็งแรงและความอึด ผู้เข้าแข่งขันต้องวิ่งรวม 8 กิโลเมตร สลับกับสถานีออกกำลังกายอีก 8 ด่าน ไม่ว่าจะเป็นการเข็นและลากเลื่อน ยกน้ำหนัก พายเรือ วิ่งแบกน้ำหนัก เบอร์ปี และปาวอลล์บอล ทำให้แม้แต่นักกีฬาที่อายุน้อยกว่าหลายสิบปีก็ยังมองว่าเป็นการแข่งขันที่ท้าทายอย่างมาก
เบื้องหลังความสำเร็จของเด็บบีไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เธอออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันฝึกซ้อมสัปดาห์ละ 6 วัน ทั้งเวทเทรนนิง คลาสออกกำลังกายความเข้มข้นสูง และปั่นจักรยานระยะไกลในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งบางครั้งมีระยะทางไกลถึง 100 กิโลเมตร
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเธอยิ่งน่าประทับใจ คือเด็บบีเคยต่อสู้และเอาชนะโรคมะเร็งเต้านมมาได้ เธอบอกว่าประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ และยิ่งเชื่อว่าการออกกำลังกายช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ
ปัจจุบัน เด็บบียังไม่หยุดท้าทายตัวเอง โดยเธอคว้าสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน HYROX World Championships 2026 ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เป็นที่เรียบร้อย
งานวิจัยยืนยันว่า "ไม่สายเกินไป" ที่จะเริ่มออกกำลังกาย
เรื่องราวของเด็บบีสอดคล้องกับหลักฐานทางการแพทย์จำนวนมากที่พบว่า ผู้สูงอายุสามารถพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความฟิตของหัวใจและปอด รวมถึงการทรงตัวได้ แม้จะเริ่มออกกำลังกายในวัย 60 หรือ 70 ปี
การออกกำลังกายแบบผสมผสาน ทั้งเวทเทรนนิง แอโรบิก และการฝึกการทรงตัว มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน กระดูกพรุน การหกล้ม และยังช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อที่มักลดลงตามวัย นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อสุขภาพสมอง อารมณ์ และคุณภาพชีวิตโดยรวม
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ โดยสามารถปรับระดับความหนักให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคนได้
เรื่องราวของเด็บบี ลีฮี จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของนักกีฬา แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่า การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในทุกช่วงวัย และไม่ว่าจะอายุเท่าไร ร่างกายก็ยังมีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนคิด หากเราไม่หยุดที่จะดูแลและท้าทายตัวเองอย่างเหมาะสม
- ยิ่งออกกำลังกาย ยิ่งหน้าแก่โทรมลงแบบไม่รู้ตัว เพราะอะไร?
- รู้จักคุณยายอินฟลูฯ สายออกกำลังกายวัย 80 ปี คนตามเป็นล้าน
- สถิติมะเร็งปี 68 สิทธิบัตรทอง ยอดป่วยพุ่งทะลุ 6.34 แสนคน มะเร็งเต้านม-ลำไส้ใหญ่ ครองอันดับ 1
- ยกน้ำหนักแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เคล็ดลับง่ายๆ ของการมีอายุยืน
- แห่งแรกในประเทศไทย! รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ เปิดตัว "นวัตกรรม SGRT" ยกระดับการฉายรังสี มะเร็งเต้านม ยุคใหม่ “ไร้รอยขีดเส้น”
ที่มาข้อมูล : Women's Health, Hyrox Australia & New Zealand
ที่มารูปภาพ : debbieleahy2024
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
