3 วิธีจัดการน้ำขัง ลดกลิ่นเหม็น ลดเสี่ยงเชื้อโรคหลังน้ำลด

Share on Line Share on Facebook Share on X
3 วิธีจัดการน้ำขัง ลดกลิ่นเหม็น ลดเสี่ยงเชื้อโรคหลังน้ำลด

นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น จากการปนเปื้อนขยะ สิ่งปฏิกูล โลหะหนัก เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสารพิษ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ทีม SEhRT กรมอนามัย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำท่วมขังและประเมินความเสี่ยง พร้อมแนะนำประชาชน

ในการจัดการน้ำท่วมขัง ดังนี้ 

1) เร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง โดยขจัดสิ่งอุดตันในท่อระบายน้ำ กำจัดขยะที่มากับน้ำ และสูบน้ำออก

 2) หากพบน้ำขังนิ่งเริ่มส่งกลิ่นเหม็น ให้ใช้ EM ฉีดพ่นหรือราดลงไปในบริเวณน้ำขังนิ่ง เพื่อช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์และลดกลิ่นเหม็น 

3) หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมขังโดยตรง หากจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูทและถุงมือยาง ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีหลังสัมผัสน้ำท่วมขัง และห้ามนำมือที่ปนเปื้อนมาจับอาหารหรือใบหน้า เพื่อป้องกันโรคฉี่หนู โรคอุจจาระร่วง โรคติดเชื้อ และสารพิษที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้จากการกินและการซึมผ่านทางผิวหนัง

สรุปข่าว

การเขียน กรมอนามัยแนะ 3 วิธีจัดการน้ำท่วมขังหลังน้ำลด ได้แก่ เร่งระบายน้ำ กำจัดขยะและสิ่งอุดตันในท่อ หากน้ำขังเริ่มส่งกลิ่นเหม็น แนะนำใช้ EM ช่วยลดกลิ่น พร้อมหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำโดยตรง หากจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูทและถุงมือยาง ล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสน้ำทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคฉี่หนู โรคอุจจาระร่วง และการติดเชื้อ

นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น จากการปนเปื้อนขยะ สิ่งปฏิกูล โลหะหนัก เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสารพิษ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ทีม SEhRT กรมอนามัย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำท่วมขังและประเมินความเสี่ยง พร้อมแนะนำประชาชน

ในการจัดการน้ำท่วมขัง ดังนี้ 

1) เร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง โดยขจัดสิ่งอุดตันในท่อระบายน้ำ กำจัดขยะที่มากับน้ำ และสูบน้ำออก

 2) หากพบน้ำขังนิ่งเริ่มส่งกลิ่นเหม็น ให้ใช้ EM ฉีดพ่นหรือราดลงไปในบริเวณน้ำขังนิ่ง เพื่อช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์และลดกลิ่นเหม็น 

3) หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมขังโดยตรง หากจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูทและถุงมือยาง ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีหลังสัมผัสน้ำท่วมขัง และห้ามนำมือที่ปนเปื้อนมาจับอาหารหรือใบหน้า เพื่อป้องกันโรคฉี่หนู โรคอุจจาระร่วง โรคติดเชื้อ และสารพิษที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้จากการกินและการซึมผ่านทางผิวหนัง

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ด้านการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลช่วงน้ำท่วม ควรแยกขยะเปียก ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะมีคมให้ใส่ภาชนะแข็งแรงปิดมิดชิดพร้อมติดป้ายเตือน ใส่ถุงที่แข็งแรงมัดปากแน่น นำไปเก็บไว้บนที่สูงเหนือระดับน้ำ ห้ามทิ้งลงน้ำท่วมหรือท่อระบายน้ำ 

เพื่อป้องกันการอุดตันและไม่ให้เป็นแหล่งล่อสัตว์พาหะ เช่น หนู และแมลงวัน ทั้งนี้ ในหลายพื้นที่ที่สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทีม SEhRT กรมอนามัยได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จัดกิจกรรม Big Cleaning ในการ จัดการขยะ และฟื้นฟูสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมหลังน้ำลด ช่วยให้สถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดลงได้

“สิ่งสำคัญ คือ การให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย หลังน้ำลดประชาชนเริ่มกลับเข้าบ้านทำความสะอาด และฟื้นฟู ควรตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารและระบบไฟฟ้าก่อนเข้าพื้นที่ สวมอุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่ ถุงมือ รองเท้าบูท หน้ากาก เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ทำความสะอาดพื้นและผนังด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ  แนะนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดจุดพักขยะชั่วคราวที่ไม่กีดขวางทางน้ำและเส้นทางสัญจร เร่งจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ เช่น ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ พร้อมทั้งแจ้งวัน-เวลาจัดเก็บขยะให้ประชาชนทราบ

อย่างทั่วถึง สำหรับระบบส้วมหากไม่สามารถใช้งานได้ ให้ใช้ส้วมฉุกเฉินและรวบรวมสิ่งปฏิกูลในภาชนะปิดมิดชิดเพื่อรอการกำจัดอย่างถูกวิธี ห้ามปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะ” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ที่มาข้อมูล : กรมอนามัย

ที่มารูปภาพ : กรมอนามัย

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ