ทลายกองขยะเคหะร่มเกล้า ตั้งเป้า 3 วันขยะตกค้างต้องหมดคืนความสะอาดให้ประชาชน

หลังผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากจากวิกฤตน้ำท่วมขังครั้งใหญ่ พื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร (กทม.) สถานการณ์คลี่คลายระดับน้ำเริ่มลดระดับลงจนเข้าสู่สภาวะปกติ ทว่าทันทีที่ระดับน้ำลดลง ภารกิจสำคัญของชาวบ้านคือการเก็บล้างทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้หลากชนิดตั้งแต่เตียงนอน เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต่างพากันหมดสภาพและถูกลำเลียงออกมาวางเรียงรายหน้าบ้าน
ภาพเศษซากเหล่านี้ ไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวความเสียหายที่ผ่านมา แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงภารกิจใหญ่หลังน้ำลดที่รอคอยการจัดการเพื่อคืนความสะอาดให้แก่ชุมชนอีกครั้ง
เปิดปฏิบัติการเก็บขยะฟื้นเคหะชุมชนร่มเกล้า
กรุงเทพมหานคร (กทม.) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รถบรรทุก และเครื่องจักรจากหลายหน่วยงาน เร่งจัดการขยะและฟื้นฟูพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย โดยตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. – 7 ต.ค. 69 สามารถเก็บขยะได้แล้ว 1,735 ตัน และยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อคืนความสะอาดและความเป็นปกติให้พื้นที่โดยเร็ว
เฉพาะวันที่ 6–7 ต.ค. 69 เก็บขยะได้รวม 1,340 ตัน แบ่งเป็นวันที่ 6 ต.ค. 540 ตัน และวันที่ 7 ต.ค. 800 ตัน จากการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยปริมาณขยะที่เก็บได้รายวัน ได้แก่ วันที่ 30 ก.ย. 30 ตัน วันที่ 1 ต.ค. 50 ตัน วันที่ 2 ต.ค. 60 ตัน วันที่ 3 ต.ค. 75 ตัน วันที่ 4 ต.ค. 80 ตัน วันที่ 5 ต.ค. 100 ตัน วันที่ 6 ต.ค. 540 ตัน และวันที่ 7 ต.ค. 800 ตัน รวม 1,735 ตัน
นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังน้ำลด ประชาชนเริ่มทำความสะอาดบ้านและนำสิ่งของที่เสียหายออกมาทิ้งมากขึ้น ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ที่นอน เครื่องใช้ไฟฟ้า และข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ทำให้มีขยะชิ้นใหญ่สะสมเป็นจำนวนมาก กทม. จึงระดมกำลังจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติการ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมรับผิดชอบพื้นที่ตามแผน 4 โซน ขณะที่กองบัญชาการกองทัพไทยสนับสนุนกำลังพลทหาร กรมราชทัณฑ์สนับสนุนกำลังผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางคลองเปรมและเรือนจำพิเศษมีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกำลังคน เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อเร่งเก็บและขนย้ายขยะออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ กทม. ยังใช้ระบบเขตบัดดี้ (Buddy System) โดยสำนักงานเขตธนบุรี พระนคร และบางแค ส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้ามาสนับสนุนสำนักงานเขตลาดกระบัง พร้อมระดมเจ้าหน้าที่กว่า 400 คน รถน้ำ เครื่องจักร และอุปกรณ์ฉีดล้าง เข้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งจัดการขยะ ทำความสะอาด และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
สรุปข่าว
หลังผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากจากวิกฤตน้ำท่วมขังครั้งใหญ่ พื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร (กทม.) สถานการณ์คลี่คลายระดับน้ำเริ่มลดระดับลงจนเข้าสู่สภาวะปกติ ทว่าทันทีที่ระดับน้ำลดลง ภารกิจสำคัญของชาวบ้านคือการเก็บล้างทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้หลากชนิดตั้งแต่เตียงนอน เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต่างพากันหมดสภาพและถูกลำเลียงออกมาวางเรียงรายหน้าบ้าน
ภาพเศษซากเหล่านี้ ไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวความเสียหายที่ผ่านมา แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงภารกิจใหญ่หลังน้ำลดที่รอคอยการจัดการเพื่อคืนความสะอาดให้แก่ชุมชนอีกครั้ง
เปิดปฏิบัติการเก็บขยะฟื้นเคหะชุมชนร่มเกล้า
กรุงเทพมหานคร (กทม.) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รถบรรทุก และเครื่องจักรจากหลายหน่วยงาน เร่งจัดการขยะและฟื้นฟูพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย โดยตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. – 7 ต.ค. 69 สามารถเก็บขยะได้แล้ว 1,735 ตัน และยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อคืนความสะอาดและความเป็นปกติให้พื้นที่โดยเร็ว
เฉพาะวันที่ 6–7 ต.ค. 69 เก็บขยะได้รวม 1,340 ตัน แบ่งเป็นวันที่ 6 ต.ค. 540 ตัน และวันที่ 7 ต.ค. 800 ตัน จากการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยปริมาณขยะที่เก็บได้รายวัน ได้แก่ วันที่ 30 ก.ย. 30 ตัน วันที่ 1 ต.ค. 50 ตัน วันที่ 2 ต.ค. 60 ตัน วันที่ 3 ต.ค. 75 ตัน วันที่ 4 ต.ค. 80 ตัน วันที่ 5 ต.ค. 100 ตัน วันที่ 6 ต.ค. 540 ตัน และวันที่ 7 ต.ค. 800 ตัน รวม 1,735 ตัน
นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังน้ำลด ประชาชนเริ่มทำความสะอาดบ้านและนำสิ่งของที่เสียหายออกมาทิ้งมากขึ้น ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ที่นอน เครื่องใช้ไฟฟ้า และข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ทำให้มีขยะชิ้นใหญ่สะสมเป็นจำนวนมาก กทม. จึงระดมกำลังจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติการ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมรับผิดชอบพื้นที่ตามแผน 4 โซน ขณะที่กองบัญชาการกองทัพไทยสนับสนุนกำลังพลทหาร กรมราชทัณฑ์สนับสนุนกำลังผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางคลองเปรมและเรือนจำพิเศษมีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกำลังคน เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อเร่งเก็บและขนย้ายขยะออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ กทม. ยังใช้ระบบเขตบัดดี้ (Buddy System) โดยสำนักงานเขตธนบุรี พระนคร และบางแค ส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้ามาสนับสนุนสำนักงานเขตลาดกระบัง พร้อมระดมเจ้าหน้าที่กว่า 400 คน รถน้ำ เครื่องจักร และอุปกรณ์ฉีดล้าง เข้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งจัดการขยะ ทำความสะอาด และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
แบ่งพื้นที่ 4 โซน จัดหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจน
สำหรับการทำงานในพื้นที่ กทม. แบ่งเคหะชุมชนร่มเกล้าออกเป็น 4 โซน เพื่อให้แต่ละหน่วยงานมีพื้นที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ได้แก่
- โซนที่ 1 ด้านตะวันตกตอนบน : กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบพื้นที่
- โซนที่ 2 ด้านตะวันออกตอนบน : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบพื้นที่
- โซนที่ 3 ด้านตะวันออกตอนล่าง : กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกองบัญชาการกองทัพไทย รับผิดชอบพื้นที่
- โซนที่ 4 ด้านตะวันตกตอนล่าง : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบพื้นที่
ปรับระบบขนย้าย เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ
กทม. ปรับแผนการขนย้ายขยะ โดยเพิ่มจุดพักขยะให้ใกล้ชุมชนมากขึ้น เพื่อลดระยะทางและทำให้รถเก็บขยะสามารถหมุนเวียนกลับเข้าพื้นที่ได้หลายรอบ พร้อมนำรถเทรลเลอร์ขนาด 30 ตันมาใช้ขนย้ายขยะจากจุดพัก และใช้รถแบ็กโฮช่วยย่อยและตักขยะชิ้นใหญ่ขึ้นรถ ก่อนนำไปกำจัด ช่วยให้การขนย้ายทำได้รวดเร็วขึ้นและสามารถระบายขยะออกจากพื้นที่ได้มากขึ้น
เปรียบเทียบปริมาณขยะ เคหะร่มเกล้า
ทั้งนี้ เมื่อย้อนดูข้อมูลขยะหลังน้ำลดในพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เฉพาะวันที่ 7 ตุลาคม 2569 พบปริมาณขยะสูงถึง 800 ตัน หรือ 800,000 กิโลกรัม
- หนักเท่าช้างสารตัวใหญ่ถึง 160 เชือก
- เทียบเท่าน้ำหนักรถเมล์ กทม. ถึง 80 คัน
- หนักเกือบเท่าเครื่องบิน Boeing 747 เปล่า ๆ 4 ลำ
- เทียบเท่าปริมาณขยะที่คน 800,000 คน ทิ้งรวมกันใน 1 วัน (เฉลี่ยคนละ 1 กิโลกรัม)
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ กทม. จากทุกหน่วยงาน กำลังระดมกำลังเร่งจัดเก็บและขนย้ายขยะออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนความสะอาดให้กับชุมชนโดยเร็วที่สุด
ด้วยปริมาณขยะจำนวนมาก การจัดเก็บในบางจุดอาจต้องใช้เวลา กทม. เข้าใจถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มกำลัง

ลุยเคลียร์ขยะตกค้างเคหะร่มเกล้า ตั้งเป้าแล้วเสร็จใน 3 วัน
ขณะที่วันนี้ (9 ต.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ณ ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำแห้งลงเป็นส่วนใหญ่แล้ว ภารกิจหลักในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การจัดการปัญหาขยะตกค้าง โดยเฉพาะลักษณะพื้นที่ของเขตลาดกระบังที่มีซอยย่อยแบบก้างปลาจำนวนมาก
เมื่อน้ำลดลงประชาชนจึงนำขยะภายในบ้านออกมาวางกองบริเวณหน้าบ้านและปากซอย ทำให้ขยะเต็มซอยจนคนออกไปทำงานไม่ได้ ขณะที่รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ กทม. จึงต้องใช้การระดมกำลังคนขนขยะจากซอยย่อยออกมายังจุดรวบรวมด้านนอกให้เร็วที่สุด เพื่อให้รถขนาดใหญ่เข้ามาขนถ่ายออกไปได้
ปัจจุบันการเคลียร์พื้นที่ในซอยย่อยลุล่วงไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่อาจยังมีบางจุดที่มีขยะกีดขวางหน้าบ้านหรือปากซอย ซึ่งในวันนี้จะลุยปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองขยะขนาดใหญ่ที่ต้องเร่งไล่เก็บประมาณ 33 กอง ซึ่งต้องใช้กำลังคนและอุปกรณ์จำนวนมาก วันนี้จึงมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ กทม. ทั้งพนักงานกวาด คนสวน และพนักงานเก็บขยะ รวมประมาณ 500–600 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก ปภ.
สำหรับการขนย้ายขยะ จะใช้ระบบการจัดการแบบโลจิสติกส์ผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ใช้กำลังคนจำนวนมากขนขยะออกจากซอยเล็ก ๆ มาไว้ยังจุดกองบริเวณลานกว้าง จากนั้นใช้รถดัมพ์หรือรถบรรทุก 6 ล้อ / 10 ล้อ ขนย้ายขยะจากจุดกองไปสู่จุดเทรวม และใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ 30 ตัน ลากขนขยะไปทิ้งยังจุดกำจัดปลายทางต่อไป
- ปีนี้หาดใหญ่จะท่วมไหม? เปิดเส้นทาง “น้ำ 4 ทัพ” บทเรียนปี 68 ที่ต้องรู้ ก่อนฝนระลอกใหม่
- เปิด 8 เส้นทาง นครนายกถูกน้ำท่วม! 2 จุดน้ำสูง 40-50 ซม. รถเล็กผ่านไม่ได้
- น้ำลด เร่งเก็บขยะ! กทม. ระดมพลกว่า 500 นายปูพรม “ลาดกระบัง–สะพานสูง”
- อธิบดีกรมการปกครอง แจงบทบาท “นายอำเภอ” หัวใจสำคัญต้องบัญชาการภาพรวม
- GISTDA เปิดภาพดาวเทียม! น้ำท่วม 3 จังหวัด เสียหายกว่า 5 แสนไร่
ที่มาข้อมูล : กรุงเทพมหานคร (กทม.)
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
