ทดลองปลูกเนื้อเยื่อสมองมนุษย์ในหนู ศึกษากลไกโรคทางสมอง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทดลองปลูกเนื้อเยื่อสมองมนุษย์ในหนู ศึกษากลไกโรคทางสมอง

นักวิทยาศาสตร์สามารถนำ เนื้อเยื่อสมองมนุษย์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บ ไปปลูกถ่ายในหนูทดลองได้สำเร็จ โดยเนื้อเยื่อดังกล่าวสามารถเติบโต พัฒนาเป็นเซลล์สมองหลายชนิด และสร้างเครือข่ายเซลล์ประสาทที่ทำงานได้จริงภายในสมองของหนู

สรุปข่าว

ความก้าวหน้าการศึกษากลไกของสมอง เมื่อ นักวิทยาศาสตร์สามารถนำ เนื้อเยื่อสมองมนุษย์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บ ไปปลูกถ่ายในหนูทดลองได้สำเร็จ

นักวิทยาศาสตร์สามารถนำ เนื้อเยื่อสมองมนุษย์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บ ไปปลูกถ่ายในหนูทดลองได้สำเร็จ โดยเนื้อเยื่อดังกล่าวสามารถเติบโต พัฒนาเป็นเซลล์สมองหลายชนิด และสร้างเครือข่ายเซลล์ประสาทที่ทำงานได้จริงภายในสมองของหนู

นักวิจัยระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญในการศึกษาว่า สมองมนุษย์พัฒนาอย่างไร และอะไรทำให้เกิดความผิดปกติของสมอง ซึ่งอาจช่วยเร่งการศึกษาสาเหตุและกลไกของโรค เช่น ออทิสติกระดับรุนแรง โรคลมชัก โรคสมองพิการ และโรคจิตเภท

เนื้อเยื่อสมองที่ใช้ในการทดลองเป็น กลุ่มเซลล์สมองขนาดเล็กที่เพาะเลี้ยงขึ้นในห้องแล็บ เพื่อเลียนแบบการพัฒนาบางส่วนของสมองมนุษย์ โดยสร้างจากเซลล์ผิวหนังหรือเซลล์เลือดที่นำกลับไปเปลี่ยนเป็นเซลล์ต้นกำเนิด ก่อนพัฒนาให้กลายเป็นเซลล์สมอง

เมื่อปลูกถ่ายเข้าไปในหนู เนื้อเยื่อดังกล่าวสามารถพัฒนาเป็นเซลล์สมองหลายชนิด และสร้างการเชื่อมต่อกับระบบประสาทของหนูได้

นักวิทยาศาสตร์ยังได้ปรับแต่งหนูทดลองให้บริเวณที่ปกติจะพัฒนาเป็นเปลือกสมองมีพื้นที่ว่าง เพื่อเปิดโอกาสให้เนื้อเยื่อสมองมนุษย์เติบโตได้มากขึ้น

ทำไมการทดลองนี้จึงสำคัญ?

สมองมนุษย์เป็นอวัยวะที่ศึกษายาก เพราะนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถนำเนื้อเยื่อสมองของคนที่มีชีวิตมาทดลองได้อย่างอิสระด้วยเหตุผลด้านจริยธรรม

ที่ผ่านมา นักวิจัยจึงต้องศึกษาจากเซลล์ที่เลี้ยงในห้องแล็บหรือใช้สัตว์ทดลอง ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อจำกัด และอาจไม่สามารถสะท้อนการทำงานของสมองมนุษย์ได้ทั้งหมด

การนำ เนื้อเยื่อสมองมนุษย์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บมาเติบโตในสิ่งมีชีวิต จึงอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เห็นพัฒนาการของเซลล์สมองและการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ได้ใกล้เคียงกับสภาพจริงมากขึ้น

ที่สำคัญ นักวิจัยสามารถใช้วิธีนี้ศึกษาว่า ยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคส่งผลต่อการพัฒนาสมองอย่างไร และในอนาคตอาจใช้ทดสอบว่า ยาหรือวิธีรักษาแบบใดสามารถป้องกันหรือแก้ไขความผิดปกติของเซลล์สมองได้

ความก้าวหน้านี้จึงอาจช่วยเติมเต็มช่องว่างสำคัญในการวิจัยโรคทางสมอง และนำไปสู่ความเข้าใจโรคที่ลึกขึ้น รวมถึงการพัฒนาวิธีวินิจฉัยและการรักษาที่ตรงเป้าหมายมากขึ้นในอนาคต

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย